หน้าหลัก » EP SC Asset เอสซี แอสเสท คอนโด กรุงเทพ คอนโด เขตบึงกุ่ม คอนโด เอสซี แอสเสท SC Asset รีวิว คอนโด » EP.702 รีวิว คอนโด Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา คอนโดอารมณ์บ้าน สไลต์ Danish Modern ราคาเริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท
โพสโดย : pure | วันที่ : 8 February 2017
หมวดหมู่ : EP, SC Asset เอสซี แอสเสท, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด เขตบึงกุ่ม, คอนโด เอสซี แอสเสท SC Asset, รีวิว คอนโด

EP.702 รีวิว คอนโด แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา Chambers Cher Ratchada – Ramintra

Chambers Cher รัชดา - รามอินทรา

สวัสดีค่าท่านผู้อ่านชาว Homenayoo ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการ Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา จาก SC ASSET โครงการเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น คอนโดอารมณ์บ้าน สไลต์ Danish Modern ที่เน้นการออกแบบให้พื้นที่การใช้ชีวิตอบอุ่นเป็นกันเอง และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ด้วยหน้าห้องที่กว้างกว่า จำนวน 252 ยูนิต และสวนส่วนกลางที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา สามารถเดินทางได้สะดวกเชื่อมต่อถนนสายหลักได้อย่างง่ายดาย อยู่ใกล้ทั้งทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก อีกทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าวงแหวนตะวันออกในระยะ 5.0 กม.ซึ่งจะเปิดใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการอยู่อาศัยให้เลือกช้อป เลือกชิล ทั้งแฟชั่นและความอร่อย

โครงการขายแบบ Fully Furnished ในราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกของทางโครงการจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญเลื่อนลงไปตามอ่านที่ข้างล่างกันได้เลยค่า 😀

ชื่อโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา-รามอินทรา Chambers Cher Ratchada-Ramintra
เจ้าของโครงการ บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) SC ASSET
เนื้อที่ทั้งหมด 4-1-85.2 ไร่
จำนวนตึก 2 อาคาร
จำนวนชั้น 8 ชั้น
จำนวนห้อง 252 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 Bedroom (Type 1 A) : 33.00 ตรม.
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 B) : 43.00 ตรม.
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : 43.00 ตรม.
  • 2 Bedrooms (Type 2 A) : 58.00 ตรม.
ที่จอดรถทั้งหมด 183 คัน (แบบไม่ Fix คัน)
โซน รัชดา – รามอินทรา
ขนส่งสาธารณะ
  • ใกล้วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
  • ใกล้ทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์
รถโดยสารที่ผ่าน
  • รถเมล์สาย 73ก
ที่ตั้ง ถนนรัชดา – รามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
กำหนดการ
  • พรีเซลล์ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2560
  • เปิดจองออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2560
ปีที่สร้างเสร็จ ธันวาคม ปี 2560
ราคา เริ่ม 1.89 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม 69,000 บาท/ตร.ม. (Economy Class)
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตรม./เดือน
  • ค่ากองทุน 550 บาท/ตรม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
  • Max Value : 1.4 กม.
  • Chocolate Ville : 2.6 กม.
  • Big C market นวมินทร์ : 2.7 กม.
  • The Junction : 2.8 กม.
  • Tesco Lotus นวมินทร์ : 3.2 กม.
  • ตลาดหัวมุม : 4.9 กม.
  • The Walk : 5.4 กม.
  • The Promanade : 6.0 กม.
  • Fashion Island : 6.3 กม.
  • สวนสยาม : 6.4 กม.
  • The Crystal : 6.5 กม.
  • Chic Republic : 6.7 กม.
  • Nawamin Festival Walk : 6.8 กม.
  • Nawamin City Avenue : 6.9 กม.
  • CDC : 7.0 กม.
  • Ease Park : 7.9 กม.
  • Tesco Lotus extra เลียบทางด่วน : 7.9 กม.
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ : 8.5 กม.
  • ตลาดนัดเลียบด่วน : 9.0 กม.
  • Big C extra รามอินทรา : 9.2 กม.
  • Foodland : 9.4 กม.
  • Plearnary mall : 9.8 กม.
  • Tesco Lotus วังหิน : 10.0 กม.
  • ตลาดถนอมมิตร : 10.3 กม.
  • HomePro เลียบทางด่วน : 10.9 กม.
  • เมเจอร์รัชโยธิน : 12.3 กม.
  • เซ็นทรัลรามอินทรา : 12.4 กม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว : 16.1 กม.
  • สนามกอล์ฟปัญญา : 7.7 กม.
  • สนามกอล์ฟนวธานี : 11.0 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 11.0 กม.
  • รพ.พญาไท : 2.6 กม.
  • รพ.สินแพทย์ : 5.5 กม.
  • รพ.นพรัตน์ : 6.0 กม.
  • รพ.วิภาวดี : 12.4 กม.
  • รร.บดินทร์เดชา 2 : 2.6 กม.
  • รร.เลิศหล้า : 3.3 กม.
  • ม.เกริก : 12.3 กม.
  • ม.เกษตร : 13.7 กม.
  • วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร : 13.3 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • คลับเฮ้าส์
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • สวนพักผ่อน
  • Shuttle Bus
  • Access Card Control
  • CCTV
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ Chambers Cher รัชดา-รามอินทรา คอนโดอารมณ์บ้าน ที่เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิต และสภาพแวดล้อมภายในโครงการ ที่เน้นความร่มรื่นของต้นไม้ความเป็นธรรมชาติ เสมือนผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอยู่ในสวนหลังบ้าน ในบรรยากาศที่คุ้นเคย

พาชม VDO Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา 


พาชม Virtual Tour 360 Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา 


:::: ที่ตั้งโครงการ ::::

ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

พิกัด : 13.820183, 100.667194

map

แผนที่จากทางโครงการ

1.map

ทำเลที่ตั้ง โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา ตั้งอยู่ในโซนชานเมืองบนถนนรัชดา – รามอินทรา โดยถนนเส้นนี้จะตัดจากถนนเกษตร – นวมินทร์เชื่อมไปยังถนนรามอินทราช่วงกม.8 ระหว่างแยก รพ.นพรัตน์ กับช่วงที่เส้นรามอินทราตัดกับวงแหวนกาญจนาภิเษก ในโซนนี้เป็นโซนของแหล่งที่พักอาศัย ตลอดสองฝั่งของถนนรัชดา – รามอินทราเรียงรายไปด้วยอาคารในแนวราบพวกโครงการบ้านจัดสรร ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, คอนโดมิเนียม และโฮมออฟฟิศ

การเดินทางด้วยรถยนต์ สำหรับย่านนี้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวถือว่าสะดวกสบาย ดังที่กล่าวไปแล้วว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนเกษตร – นวมินทร์ และถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าเมือง และทั้ง 2 เส้นนี้จะตัดกับถนนนวมินทร์ ที่สามารถใช้วิ่งลงไปเชื่อมกับถนนลาดพร้าวย่านบางกะปิเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้อีก 1 เส้นทาง ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ เป็นทางด่วนเส้นที่วิ่งเข้าเมืองได้สะดวกที่สุด แต่รถก็อาจจะเยอะหน่อย และตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก เป็นเส้นที่มีความคล่องตัวและสะดวกสำหรับท่านที่ปกติต้องเดินทางไปแถวบางนา – บางปะอิน

นอกจากนี้ จากทำเลในย่านนี้ยังสามารถเดินทางไปยังโซนนอกเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณใกล้เคียงอย่าง มีนบุรี, รามอินทรา, หลักสี่, เกษตร – นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน) ได้สะดวก เป็นโซนที่น่าจะได้ไปบ่อยเพราะมีความอุดมสมบูรณ์รองรับอยู่

high way

ทางด่วน ตัวโครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้น – ลงทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ในระยะ 6.3 กม. สามารถใช้วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองและไปทางพระราม 9 หรือบางนาได้สะดวก โดยวิ่งจากถนนรัชดา – รามอินทราไปยังถนนเกษตร – นวมินทร์ เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรมแล้ววิ่งขึ้นทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ได้เลย

และตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก โดยวิ่งจากถนนรัชดา – รามอินทราไปเข้าถนนรามอินทราเพื่อวิ่งขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้ในระยะ 6.2 กม. จะไปแถวบางนาหรือบางปะอินก็สะดวก

3.surrounding

ความอุดมสมบูรณ์ บริเวณโดยรอบของตัวโครงการส่วนมากจะเป็นอาคารที่พักอาศัยในแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ มีความเงียบสงบซึ่งจะต่างออกไปจากคอนโดมิเนียมในตัวเมืองที่โดยรอบจะมีแต่ความคึกคัก ทุกอย่างดูรวดเร็วฉึบฉับ การสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีความสะดวกและมีให้เลือกอย่างหลากหลาย เรียกว่าสามารถกินอยู่ใช้สอยด้วยระยะเดินเพียงเล็กน้อย

ย่านนี้จะตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ง่ายๆแบบการอยู่คอนโดมิเนียม แต่ชอบความเงียบสงบไม่หนาแน่นอึกทึกเท่ากับคอนโดในตัวเมือง ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ก็นับว่ารองรับการอยู่อาศัยให้มีความสะดวกสบายพอสมควรเลย

ไปทางรามอินทราที่โดดเด่นเลยก็จะเป็นห้าง Fashion Island และข้างๆกัน The Promanade ซึ่งภายในก็จะมีทั้ง Shopping center, ห้าง Big C, ร้านอาหาร, โรงเรียนติวเตอร์, คลีนิกเสริมความงาม และ อื่นๆอย่างครบวงจร กลับมาอีกด้านบนถนนเกษตร – นวมินทร์ที่มีทั้ง Community mall, ตลาดนัดหัวมุม ตลาดนัดกลางคืนกับสินค้าในราคาย่อมเยา, ร้านอาหาร และร้านนั่งชิว มา Hangout กับเพื่อนๆได้ในยามค่ำคืน และถ้าไปทางเลียบด่วนรามอินทราก็จะมีทั้ง The Crystal, CDC, ห้างใหม่อย่างเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ รวมถึงร้านอาหารดีๆให้เลือกกันได้อีกเพียบ

นอกจากนี้ไม่ไกลจากตัวโครงการก็จะมี Tesco Lotus, Big C Market, Chocolate Ville, Max Value, โรงพยาบาล, สนามกอล์ฟ และสวนสยาม ตรงข้ามกับตัวโครงการเองก็จะมี The Junction เป็น Community mall ที่รวมร้านอาหารและร้านค้ามาไว้ด้วยกัน

3.sky train

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางจากบริเวณทำเลโครงการจะพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เพราะบนเส้นรัชดา – รามอินทรายังมีรถประจำทางผ่านไม่เยอะมากนัก ต้องเพิ่งรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ที่มีผ่านไปมาอยู่บ้าง แต่ภายในปี 2563 คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรีก็จะสร้างเสร็จได้เปิดใช้งาน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นสถานีวงแหวนตะวันออก ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น และเป็นที่รู้ๆกันดีว่าเมื่อรถไฟฟ้าเข้าถึงเมื่อไหร่ ก็จะนำความเจริญและความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่นั้นๆด้วย


:::: การเดินทางสู่โครงการ ::::

1.route

วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก

ทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ > ถนนประดิษฐ์มนูธรรม > ถนนเกษตร – นวมินทร์ > ถนนรัชดา – รามอินทรา > แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา

1

เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์มุ่งหน้าไปทางรามอินทรา สังเกตป้ายรามอินทรา (มีนบุรี) เอาไว้นะคะ ให้ชิดซ้ายเตรียมลงที่ทางออกหน้า

2

ชิดซ้ายลงจากทางด่วน

3

เมื่อลงจากทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์แล้วจะมาออกที่เส้นรามอินทรามุ่งหน้าไปยังหลักสี่ ให้สังเกตป้ายบางนาเอาไว้แล้วเตรียมชิดซ้าย

4

ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรมหรือเลียบทางด่วนรามอินทราไปเลยค่า

5

เมื่อเข้าถนนเลียบทางด่วนแล้ว ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นตลาดนัดเลียบด่วน เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่เปิดตอนกลางคืน มีสินค้าและอาหารมากมาย เป็นแหล่งช้อปปิ้งราคาย่อมเยาและเดินได้สนุกของคนในย่านนี้เลย

6

ตรงไปเรื่อยๆให้สังเกตป้ายถนนลาดพร้าวเอาไว้ ชิดซ้ายเอาไว้เลยค่ะ

7

ชิดซ้ายมุ่งหน้าไปออกถนนเกษตร – นวมินทร์

8

จากนั้นให้สังเกตป้ายนวมินทร์เอาไว้

9

ชิดซ้ายมุ่งหน้าไปออกถนนเกษตร – นวมินทร์เลย ถ้าขึ้นทางยกระดับไปจะไปถึงลาดพร้าว – พระราม 9

10

ชิดซ้ายเอาไว้แล้วเลี้ยวเข้าถนนเกษตร – นวมินทร์

11

เมื่อเข้าถนนเกษตร – นวมินทร์มาแล้วให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ฝั่งซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็น Mc Donald

12

สังเกตป้ายถนนนวลจันทร์และมีนบุรีเอาไว้นะ เราจะชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนรัชดา – รามอินทรากัน

13

ชิดซ้ายวิ่งเข้าถนนรัชดา – รามอินทราไปเลยค่ะ

14

เมื่อเข้าถนนรัชดา – รามอินทรามาแล้วจะมาเจอแยกไฟแดงถนนนวลจันทร์ ให้วิ่งตรงต่อไปเรื่อยๆ

16

จากถนนเกษตร – นวมินทร์วิ่งตรงเข้าไปประมาณ 2.4 กม.ทางขวามือจะเป็นโครงการ แชมเบอร์ส รามอินทราอยู่ตรงข้ามกับป้ายรถเมล์พอดี

17

จากนั้นให้สังเกตป้ายถนนรามอินทรา (หลักสี่) เอาไว้ ทางขวามือจะเห็นรั้วโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา แล้วค่ะ

18

เลยไปไม่ไกลฝั่งซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็น The Junction ภายในมี 7 – 11 อยู่ด้วย จากตัวโครงการสามารถเดินข้ามสะพานลอยมาได้สะดวกทีเดียว

19

จากนั้นให้สังเกตป้ายถนนรามอินทรา (หลักสี่) เอาไว้แล้วชิดซ้ายเพื่อขึ้นทางกลับรถ

20

วิ่งชิดซ้ายเอาไว้นะคะ ถ้าขึ้นทางยกระดับทางขวาจะไปออกเส้นรามอินทราใกล้ห้าง Fashion Island และ The Promanade และสามารถวิ่งไปขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้

21

จากนั้นให้ชิดขวาเพื่อกลับรถ

22

เมื่อกลับรถมาวิ่งอีกฝั่งฝุ่งหน้าไปยังถนนเกษตร – นวมินทร์แล้ว ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นโครงการ Bangkok Boulevard Nawamin ทางเข้าโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา จะอยู่ถัดไปเลยค่ะ

23

เรามาถึงโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา กันแล้วค่าทุกคน


สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ

1.map

  • ถนนนวมินทร์ : 1.5 กม.
  • ถนนเกษตร – นวมินทร์ : 2.8 กม.
  • ถนนนวลจันทร์ : 3.0 กม.
  • ถนนรามอินทรา : 4.4 กม.
  • ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) : 4.7 กม.
  • วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก : 6.2 กม.
  • แยกรพ.นพรัตน์ : 6.3 กม.
  • แยกมัยลาภ : 7.6 กม.
  • แยกวังหิน : 9.0 กม.
  • แยกวัดลาดปลาเค้า : 9.7 กม.
  • แยกวัชรพล : 10.9 กม.

สถานที่สำคัญรอบโครงการ

3.surrounding

  • Max Value : 1.4 กม.
  • Chocolate Ville : 2.6 กม.
  • Big C market นวมินทร์ : 2.7 กม.
  • The Junction : 2.8 กม.
  • Tesco Lotus นวมินทร์ : 3.2 กม.
  • ตลาดหัวมุม : 4.9 กม.
  • The Walk : 5.4 กม.
  • The Promanade : 6.0 กม.
  • Fashion Island : 6.3 กม.
  • สวนสยาม : 6.4 กม.
  • The Crystal : 6.5 กม.
  • Chic Republic : 6.7 กม.
  • Nawamin Festival Walk : 6.8 กม.
  • Nawamin City Avenue : 6.9 กม.
  • CDC : 7.0 กม.
  • Ease Park : 7.9 กม.
  • Tesco Lotus extra เลียบทางด่วน : 7.9 กม.
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ : 8.5 กม.
  • ตลาดนัดเลียบด่วน : 9.0 กม.
  • Big C extra รามอินทรา : 9.2 กม.
  • Foodland : 9.4 กม.
  • Plearnary mall : 9.8 กม.
  • Tesco Lotus วังหิน : 10.0 กม.
  • ตลาดถนอมมิตร : 10.3 กม.
  • HomePro เลียบทางด่วน : 10.9 กม.
  • เมเจอร์รัชโยธิน : 12.3 กม.
  • เซ็นทรัลรามอินทรา : 12.4 กม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว : 16.1 กม.
  • สนามกอล์ฟปัญญา : 7.7 กม.
  • สนามกอล์ฟนวธานี : 11.0 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 11.0 กม.
  • รพ.พญาไท : 2.6 กม.
  • รพ.สินแพทย์ : 5.5 กม.
  • รพ.นพรัตน์ : 6.0 กม.
  • รพ.วิภาวดี : 12.4 กม.
  • รร.บดินทร์เดชา 2 : 2.6 กม.
  • รร.เลิศหล้า : 3.3 กม.
  • ม.เกริก : 12.3 กม.
  • ม.เกษตร : 13.7 กม.
  • วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร : 13.3 กม.

:::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ ::::

1.surrounding

บริเวณโดยรอบโครงการบนถนนรัชดา – รามอินทราจะเป็นโซนของที่อยู่อาศัยในแนวราบเกือบทั้งหมด มีโครงการบ้านจัดสรรทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ, คอนโดมิเนียมแบบ Low rise, ร้านอาหาร, Max value, The Junction และที่ดินเปล่าบ้างประปราย

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนรัชดา – รามอินทรา ฝั่งตรงข้ามเป็นโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard รัชดา – รามอินทรา และ The Junction
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ชุมชนเคหะสูง 5 ชั้น

IMG_4702

เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะ จะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง 😉 เริ่มจากฝั่งตรงข้ามกับโครงการ จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard รัชดา – รามอินทรา

IMG_4708

มุมมองไปฝั่งซ้ายมือมุ่งหน้าไปทางเกษตร – นวมินทร์ เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจเส้นทางนี้กันก่อน

IMG_4709

บริเวณหน้าโครงการเลยก็จะมีป้ายรถเมล์ แต่ว่ารถประจำทางที่ผ่านอาจจะยังไม่เยอะเท่าไหร่นะ

IMG_4712

ติดกับตัวโครงการเลยจะเป็นอาคารชุมชนเคหะสูง 5 ชั้น

IMG_4716

ที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโครงการ Vista Park Place

IMG_4721

ถัดไปจะเป็น Work Place รัชดา – รามอินทรา 2 เป็นโฮมออฟฟิศสูง 4 ชั้นครึ่ง

IMG_4724

มองเข้าไปภายในตัวตึกมีลูกเล่นของ Facade เป็นสี Pastel สลับสีกันไปมา ดูน่ารักดี

IMG_4729

เดินเลยไปอีกจะเป็นคอนโดแชมเบอร์ส รามอินทราสูง 7 ชั้น เป็นพี่น้องกันกับโครงการของเราในวันนี้

IMG_4730

ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น Work Place อีกโครงการนึง

IMG_4733

มุ่งตรงไปข้างหน้าก็จะเป็นถนนเกษตร – นวมินทร์ที่เราเพิ่งจะเดินทางกันเข้ามาค่ะ

IMG_4704

กลับมาที่หน้าโครงการไปสำรวจเส้นทางฝั่งขวามือกันบ้าง

IMG_4742

ตรงข้ามกับตัวโครงการเยื้องไปทางขวามือคือ The Junction เป็น Community mall ที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุด ภายในมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย รวมถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 – 11 ด้วย จากหน้าโครงการสามารถเดินข้ามสะพานลอยไปได้สะดวกด้วยระยะเดินเพียง 300 เมตรเท่านั้น

IMG_4741

ข้างๆกับตัวโครงการเลยจะเป็นซุ้มทางเข้าโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard Nawamin

IMG_4743

มุ่งตรงไปข้างหน้าจะเป็นถนนรามอินทรา จะมีสะพานลอยสามารถใช้เดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ อย่าเดินข้ามถนนเองเลยนะคะ อันตรายจริงๆ

5

มาดูภาพมุมสูงกันบ้าง บริเวณโดยรอบโครงการส่วนมากจะเป็นโครงการบ้านพักอาศัยในแนวราบ ทางทิศเหนือของโครงการจะติดกับถนนรัชดา – รามอินทราซึ่งเป็นทางเข้า – ออกเดียวของโครงการ

6

มุมมองไปทางฝั่งทิศใต้ ด้านหลังตัวโครงการไปส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้น แทบทุกด้านของโครงการจะสามารถ Take view ได้ ยกเว้นทางฝั่งตะวันตกที่ติดกับอาคารชุมชนเคหะซึ่งสูงขึ้นมาถึง 5 ชั้น

11

มุมมองไปทางทิศเหนือก็จะเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบไปอีกไกลเลย


:::: ตัวโครงการ ::::

6244

โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา เป็นคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มีทั้งหมด 252 ยูนิตบนพื้นที่ 4 ไร่เศษ ตัวโครงการเป็นคอนโดสไตล์ Danish Modern หรือสไตล์โมเดิร์นแบบ Minimalist จากทางเดนมาร์ก ภายใต้แนวคิดคอนโดอารมณ์บ้าน ด้วยหน้าห้องที่กว้างกว่าทำให้สามารถจัดพื้นที่ภายในห้องได้ลงตัวมากขึ้น พร้อมสวนส่วนกลางที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ตามฤดูกาลนานาชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนกับสวนหลังบ้าน

5274

ทัศนียภาพจำลองในมุมสูงของโครงการ

IMG_4770

มาดูในส่วนของตัวโมเดลของโครงการกันค่ะ ตัวอาคารทั้ง 2 ของโครงการจะถูกวางขนานกับแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก

IMG_4781

มุมมองที่ฝั่งทิศเหนือของโครงการ ทางซ้ายมือคืออาคาร A ซึ่งจะซ้อนอยู่ด้านหลังอาคาร B ทางขวามือ ด้านนี้จะมีข้อดีหลักๆตรงที่ไม่โดนแดดในช่วงบ่ายมากนัก ซึ่งภายในห้องก็จะค่อนข้างเย็นเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ แต่ระเบียงของห้องจะหันหน้าเข้าหาถนนรัชดา -รามอินทรา แม้ว่าถนนเส้นนี้จะไม่ใช้ถนนสายหลัก รถสัญจรไปมาไม่เยอะมากแต่ก็จะได้รับฝุ่นควันและมลพิษทางเสียงบ้างเล็กน้อย

IMG_4777

ด้านทิศตะวันออกของโครงการก็เป็นด้านที่ดีอีกด้านหนึ่งเลยเพราะไม่โดนแดดในช่วงบ่ายตรงๆ อีกทั้งยังเป็นด้านอยู่ติดกับที่ดินเปล่า ซึ่งในอนาคตจะถูกสร้างเป็นโครงการบ้านเดี่ยว ยูนิตชั้นล่างๆก็จะยังพอมีความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบอยู่ค่ะ

IMG_4784

ด้านทิศใต้ของโครงการจะเป็นด้านที่โดนแดดตอนบ่ายแบบจังๆ แต่ตัวอาคารถูกวางไว้ให้เบนไปทางทิศตะวันออกหน่อยๆจึงช่วยให้หลบแดดได้บ้าง ถ้าใครที่เครซี่เรื่องการตากผ้าให้แห้งสนิทและชอบกลิ่นหอมอ่อนๆของแดดก็คงจะพอใจอยู่ค่ะ ด้านนี้มีข้อดีตรงที่เป็นด้านที่เงียบสงบ เพราะด้านหลังโครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้นเกือบทั้งหมด อีกทั้งต้นไม้ที่ปลูกริมรั้วรอบๆโครงการก็จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้ยูนิตชั้นล่างๆได้ด้วย

IMG_4786

ด้านทิศตะวันตกของโครงการก็จะเป็นด้านที่โดนแดดช่วงบ่ายแบบจังๆเช่นกัน แต่เนื่องจากอยู่ติดกับอาคารชุมชนเคหะซึ่งสูง 5 ชั้น จึงอาจจะมี Shade จากอาคารข้างเคียงนี้มาช่วยบังแดดได้บ้าง แต่วิวในด้านนี้ก็คงไม่ดีเท่าด้านอื่นนะ

IMG_4773

มาดูโมเดลในมุมสูงกันบ้าง จะเห็นว่าอาคาร A และอาคาร B ถูกออกแบบมาคล้ายรูปตัว L วางเหลื่อมกันอยู่ ซึ่งระเบียงห้องที่หันมาชนกันนั้นจะมีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น การวางแบบนี้มีข้อดีตรงที่มีช่องให้ลมสามารถ Flow ผ่านไปได้ Shade ของแต่ละอาคารไม่มาทับกันจนทำให้ยูนิตภายในมืดทึบ แสงสว่างสามารถเข้าถึงได้ทุกยูนิต พื้นที่ว่างระหว่างอาคารถูกจัดให้เป็นสระว่ายน้ำ, Sunken seating และสวนส่วนกลาง สามารถเป็นวิวให้กับยูนิตภายในได้ด้วย ส่วนกลางที่ถูกล้อมด้วยตึกจะสามารถใช้งานได้เกือบจะตลอดเวลาเพราะมีเงาของตึกเป็น Shade ให้สามารถนั่งเล่นหรือว่ายน้ำได้อย่างเย็นสบาย แต่ช่วงหน้าหนาวน้ำก็คงจะเย็นไปเพราะไม่โดนแดด ก็อาจจะลงเล่นกันไม่ไหว (ซึ่งมีด้วยหรือหน้าหนาวในเมืองไทย 5555)

IMG_4779

จากแต่ละอาคารจะมี Cover way เดินมาถึงคลับเฮ้าส์ได้ ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ต้นไม้ภายในสวนจะเป็นต้นไม้ตามฤดูกาล หลักๆก็จะมีต้นกัลปพฤกษ์ปลูกไว้ที่รอบๆโครงการ และต้นทองกวาวที่อยู่ใจกลางสวน

 

2.project access

มาดูในส่วนของ Plan อาคารกันบ้าง ทางเข้า – ออกของตัวโครงการจะมีเพียงทางออกเดียวบนถนนรัชดา – รามอินทราโดยถูกวางอยู่บริเวณริมฝั่งซ้ายของไซท์ เส้นทางการเดินรถจะวนขวาตามเข็มนาฬิกาเข้าไปแล้วกลับออกมาที่ทางเข้า – ออกเดิม

2.1project

ที่ชั้น G จะเป็นที่จอดรถทั้งแบบกลางแจ้งและใต้อาคารรวมทั้งหมด 183 ช่อง คิดเป็น 72.5% ของห้องพักอาศัย นับว่าให้มาค่อนข้างเยอะทีเดียว น่าจะเพียงพอต่อความต้องการ และส่วนมากก็คงจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกันอยู่แล้ว ดังที่กล่าวไปแล้วว่าพื้นที่ระหว่างตึก A และ B ก็จะเป็นส่วนกลางของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ, Sunken seating ในบ่อบัว, สวนพักผ่อน และคลับเฮ้าส์ ที่ชั้นล่างของคลับเฮ้าส์จะเป็น Lobby ที่ลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นหรืออ่านหนังสือได้ เยื้องไปทางฝั่งขวาของคลับเฮ้าส์ก็จะเป็นห้องน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของสระว่ายน้ำ

2.2project

-ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องพักอาศัย ทั้ง 2 อาคารจะมีจำนวนห้องพักอยู่เท่าๆกัน ใน 1 ชั้นจะมีทั้งหมด 18 ห้องและลิฟท์โดยสารอีก 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมดต่อลิฟท์อยู่ที่ 63 : 1 นับว่าให้มาเพียงพอแล้ว เพราะโครงการเป็นคอนโดแบบ Low rise ด้วยจำนวนชั้นที่ไม่สูงมากทำให้ไม่ต้องยืนรอลิฟท์นาน ส่วนที่ชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์จะเป็น Fitness ซึ่งเป็นผนังกระจก สามารถ Take view จากสวนส่วนกลางได้เช่นกัน

2.3project

ชั้น 3 ของโครงการก็จะไม่ต่างอะไรจากผังชั้น 2 ส่วนคลับเฮ้าส์ก็จะเป็นชั้นดาดฟ้า

2.4project

ชั้น 4 – 7

2.5project

ชั้น 8


:::: บริเวณภายในโครงการ ::::

::: คลับเฮ้าส์ :::

IMG_4747

เราได้ชมรายละเอียดของโครงการกันไปบ้างแล้ว คราวนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปชมบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง จากทางเข้าโครงการเข้ามาก็จะเห็นคลับเฮ้าส์อยู่ทางด้านขวามือ ซึ่งปัจจุบันถูกใช้เป็นสำนักงานขาย ส่วนทางฝั่งซ้ายจะเป็นลานจอดรถสำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อดูโครงการค่ะ

IMG_4749IMG_4759

ภาพป้ายโครงการ

IMG_4756

หน้าตาของคลับเฮ้าส์จะเป็นสไตล์ Modern มีการเฉือนระแนงที่เป็น Facade บริเวณประตูทางเข้าออกให้มีรูปทรงคล้ายกับบ้าน แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็น Modern โดยเล่นให้รูปทรงดูไม่ Symmetry กัน ส่วนสีที่ใช้ก็จะเป็นสีออกโทนน้ำตาลให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็ดูหรูหราด้วยความเงาของตัววัสดุ

IMG_4760

มุมมองเข้าไปภายในคลับเฮ้าส์ ที่โต๊ะด้านหน้าก็คือโมเดลอาคารที่ได้ใช้อธิบายไปเมื่อสักครู่ ถัดเข้าไปจะเป็นส่วนของ Lobby ที่ด้านในสุดจะเป็นเคาน์เตอร์ติดต่อของฝ่ายขาย

IMG_4764IMG_4766

การจัดเฟอร์นิเจอร์รวมกับแสงที่ลอดผ่านระแนงและช่องแสงเข้ามาทำให้ได้บรรยากาศแบบสบายๆ น่านั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ

IMG_4767

มุมมองไปยังบันไดทางขึ้นไปที่ Fitness ที่ชั้น 2 ปัจจุบันจะยังใช้เป็น Office ของฝ่ายขายค่ะ ส่วนผนังฝั่งซ้ายมือจะเป็นผนังกระจกยาวสามารถมองชมวิวที่สวนส่วนกลางได้

4283

ทัศนียภาพจำลองภายในคลับเฮ้าส์ ซึ่งหลังจากการปิดยอดขายแล้วก็จะถูกทำเป็นคลับเฮ้าส์ให้มีบรรยากาศน่านั่งแบบนี้

3300

ที่ชั้น 2 จะเป็น Fitness วัสดุภายในห้องเน้นลายไม้เป็นหลัก ผนังห้องเป็นผนังกระจกสามารถมองเห็นส่วนกลางของโครงการได้

1270

ระหว่างอาคาร A และ B จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 27 x 6.5 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร ถูกกั้นแบ่งให้เป็นสระเด็กลึก 0.6 เมตร โดยรอบสระจะปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ให้ความร่มรื่นและผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสวนหลังบ้าน

7217

อีกฟากหนึ่งของสระว่ายน้ำจะเป็น Sunken seating อยู่ใจกลางสระบัวน้ำล้น

2339

มุมมองสระว่ายน้ำจากชั้น 3 ฝั่งอาคาร A บริเวณข้างสระว่ายน้ำก็จะมี Pool deck และ Day bed ใต้ร่มไม้สำหรับนั่งพักผ่อน บันไดเดินลงสระจะทำเป็นขั้นๆในตัวสระเลย สระว่ายน้ำของที่นี่ถือว่าให้มาค่อนข้างยาวทีเดียวค่ะ สามารถว่ายแบบออกกำลังกายได้เลย


:::: UNIT TYPE และ ห้องตัวอย่าง ::::

ห้องของโครงการจะมีอยู่ทั้งหมด 4 แบบด้วยกันได้แก่

  • 1 Bedroom (Type 1 A) : ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 B) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร
  • 2 Bedrooms (Type 2 A) : ขนาด 58.00 ตรม. หน้ากว้าง 10.5 เมตร

จุดเด่นของโครงการนี้คือมีหน้าห้องที่กว้างขวาง ทำให้การจัดห้องลงตัวมากขึ้นและได้ช่องแสงเพิ่มขึ้นด้วย ห้องจึงดูโปร่งโล่งและระบายอากาศได้ดี ทางโครงการขายห้องแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ของ SB Furniture จากการออกแบบของ SC Asset เรียกได้ว่าแค่ขนเสื้อผ้ามาก็เข้าอยู่ได้เลย เดี๋ยวเราจะไปดูผังพื้นของห้องแต่ละ Type กันเลย

1A-33.00

1 Bedroom (Type 1 A) : ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร

1B-43.00

1 Bedroom Plus (Type 1 B) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร

1BJ-43.00

1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร

2A-58.00

2 Bedrooms (Type 2 A) : ขนาด 58.00 ตรม. หน้ากว้าง 10.5 เมตร


::: ห้องตัวอย่าง :::

วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน ลำดับเป็น 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) และ 2 Bedrooms (Type 2 A) มาดูรายละเอียดแบบเจาะลึกของห้องกันเลย

แบบ 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ)

1BJ-43.00

เริ่มต้นที่ห้อง 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) ขนาด 43 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร ตัวย่อ BJ หมายถึง Juliet Balcony ก็คือหน้าต่างที่สูงจากพื้นจนสุดฝ้าเหมือนประตูระเบียง แต่จะมีระเบียงกันตกกั้นตรงขอบหน้าต่างเลย ไม่มีพื้นระเบียงให้เดินออกไปได้นะ ห้องทุก Type จะทำพื้นที่ของระเบียงไว้ไม่มากแล้วมาเพิ่มพื้นที่ภายในตัวห้องให้แทน เพราะระเบียงเป็นพื้นที่ๆถูกใช้งานน้อย

ขนาดของห้องนี้สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 2 – 3 คน ห้องที่เพิ่มขึ้นมาจะสามารถเป็นได้ทั้งห้องอเนกประสงค์และห้องนอน แต่ห้องนี้จะอยู่ด้านในฝั่งโถงทางเดินเลยไม่มีหน้าต่างให้ ภาพรวมภายในห้องสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ห้องครัวที่ได้จะเป็นครัวแบบปิด ช่วยกันกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เคาน์เตอร์ครัวถูกจัดให้เป็นรูปตัว L เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการปรุงอาหารให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

IMG_4908

เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูภายในห้องด้วยกันเลยค่ะ

IMG_4909

เริ่มจากประตูทางเข้าห้องจะปิดผิวด้วยเมลามีนลายไม้ ที่บานมีตาแมวสามารถส่องดูคนที่ยืนอยู่หน้าห้องได้

door lock

มือจับประตูเป็นแบบก้านโยกมาตรฐาน

IMG_4914

ที่พื้นห้องจะทำธรณีประตูสูงขึ้นมากั้นขอบเขตของพื้นห้องและพื้นบริเวณโถงทางเดิน

IMG_4915

มุมมองเข้าไปภายในห้องจะเป็นโถงเล็กๆกว้างประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งจะช่วงสร้างความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยได้ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์ ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นห้องน้ำ พื้นของห้องจะปูด้วยลามิเนตลายไม้ ส่วนผนังจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี

IMG_4919

ภายในห้องจะติด Door stopper กันประตูกระแทกผนังเอาไว้ให้ด้วย แต่ต้องระวังอย่าเดินเตะเอานะ

IMG_4921

ฝ้าเพดานภายในห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบสูง 2.5 เมตร สูงกว่า Chambers ตัวเก่าๆประมาณ 10 ซม. ดวงโคมทั้งหมดเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม

IMG_4924

มาดูที่ฝั่งขวามือกันก่อน จะเป็นห้องน้ำและตู้เก็บของ

sto3

ตู้เก็บของแบบ Built – in สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

sto handle

มือจับตู้เก็บของ

IMG_4932

ตัวบานเปิดของ Built – in ภายในห้องจะเป็นแบบ Soft – closed ทั้งหมดเพื่อกันการกระแทกของตัวบาน

IMG_4929

ภายในจะเป็นช่องเก็บของแบ่งเป็นชั้นๆสามารถใช้เก็บรองเท้าก็ได้นะคะ ดูเรียบร้อยดี

IMG_4931

บนสุดของชั้นเก็บของจะติดตู้ Load Center ของ Schneider electric ซ่อนเอาไว้ภายในตู้เพื่อความเรียบร้อยของห้อง

IMG_4935

ไปดูห้องน้ำกันต่อ ประตูห้องน้ำจะใช้เป็นบาน UPVC

wc level

พื้นห้องน้ำจะทำเป็นธรณียกขึ้นมากันน้ำไหลย้อน

IMG_4940

ฝ้าภายในห้องน้ำจะเป็นฝ้าฉาบเรียบกันความชื้น ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม

IMG_4944

พร้อมติดพัดลมดูดอากาศบริเวณเหนือโถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทุกห้อง

IMG_4957

มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำ พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.แบบผิวด้าน ผนังก็กรุด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. เช่นกัน

IMG_4947

อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยมของ Mogen ขนาดกำลังพอดี มีพื้นที่ให้วางขวดสบู่และแปรงสีฟันได้เล็กน้อย

wc counter

อ้างล้างมือจะเป็นแบบฝังเคาน์เตอร์สำเร็จรูป มีช่องให้เก็บของหรืออุปกรณ์สำหรับล้างห้องน้ำได้ ตรงนี้จะเป็นจุดเดียวที่ไม่ใช่บานเปิดแบบ Soft closed นะ

IMG_4950

ก็อกน้ำล้างมือใช้ของ American standard

plugs

ข้างๆอ่างล้างมือจะติดปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้ เผื่อไว้สำหรับเสียบไดร์เป่าผมหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ

IMG_4960

ถัดเข้ามาจะเป็นโถสุขภัณฑ์แบบแยกชิ้นของ American standard ระบบ Dual flush สามารถเลือกปริมาณและความแรงของน้ำได้ แต่ความกว้างของพื้นที่นั่งแอบแคบไปนิดนึง ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ๆอาจจะนั่งไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่

accessories

สายฉีดชำระของ VRH และที่ใส่กระดาษชำระของ American standard

IMG_4963

ตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์จะติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวของ VRH

shower

ฝั่งในสุดของห้องน้ำจะเป็นโซน Shower ช่วงวัน Pre – sale จะมี Promotion ติดฉากกระจกกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยตามภาพ

IMG_4966

อุปกรณ์มือจับประตูของ VRH เป็นแบบปุ่มๆเล็กๆ

shower1

ภายในโซน Shower จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำค่อนข้างกระทัดรัดกว้างประมาณ 1.0 x 0.7 เมตร ที่พื้นทำเป็นธรณีประตูสูงขึ้นมากั้นระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง

IMG_4971

ในโซน Shower จะมีชุดฝักบัวอาบน้ำแบบสายอ่อนไม่มีราวปรับระดับของ American standard ส่วนที่วางสบู่จะเจาะช่องที่ผนังเข้าไปแทน สามารถวางอุปกรณ์ในการอาบน้ำได้อย่างเพียงพอเลย

IMG_4973

หัวฝักบัวของ American standard มีขนาดพอดีมือใหญ่กำลังดี

door3

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องอเนกประสงค์หรือห้องนอนเล็ก ทางโครงการออกแบบให้ประตูทางเข้าห้องนี้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ตอนทั้งผนังเพื่อให้แสงสว่างจากภายในห้องสามารถเข้าสู่ตัวห้องได้

IMG_4976

มือจับประตูแบบเซาะร่องมาตรฐาน

IMG_4979

ภายในห้องจะมีขนาดประมาณ 2.7 x 2.7 เมตร พื้นห้องก็ปูด้วยลามิเนตเหมือนกัน ตามห้องตัวอย่างได้จัดห้องนี้เอาไว้เป็นห้องนั่งเล่นซึ่งจริงๆแล้วในห้องนี้จะสามารถวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่งได้เลย

IMG_5098

ฝ้าเพดานและดวงโคมภายในห้อง

closet1

ที่ฝั่งขวาของห้องใกล้ทางประตูเข้า – ออกจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built – in มาให้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กว้างประมาณ 0.8 เมตร ข้างบนก็ยังสามารถวางของเพิ่มได้อีกนะ

IMG_5071

มือจับบานประตูจับถนัดมือ

IMG_4982

จากโต๊ะทำงานมาถึงโซฟาเหลือระยะอยู่ 90 ซม. โซฟาตัวนี้มีความกว้างประมาณ 3 ฟุตครึ่งซึ่งเราสามารถนำเตียงมาวางแทนได้เลยหากต้องการให้ห้องนี้เป็นห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้อง แต่ทางโครงการไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์ยกเว้นตู้เสื้อผ้าในห้องมาให้นะคะ เพราะลูกบ้านต้องเป็นคนเลือกเองว่าอยากให้ห้องนี้เป็นห้องอะไร

IMG_4986

มุมมองไปที่ผนังฝั่งซ้ายมือของห้อง ที่ฝั่งนี้เราจะสามารถวางโต๊ะทำงาน, ชั้นวางของ หรือทำชั้นแบบ Built – in ทั้งผนังไปเลยก็ได้นะ

IMG_4989

มุมมองไปที่ประตูทางเข้าห้อง

IMG_4923

จากห้องอเนกประสงค์ออกมาสู่โถงกลางของห้อง เป็นห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น

IMG_4995

มาดูที่ส่วนของห้องรับประทานอาหารกันก่อน ตรงนี้จะเป็นมุมผนังเข้าไปสามารถวางโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งได้พอดีๆ ซึ่งถ้ามี 3 คนก็สามารถต่อเก้าอี้เพิ่มได้อีก 1 ตัว และอาจจะทำโต๊ะให้มีส่วนที่สามารถพับเก็บได้เพิ่มเติม

IMG_4997

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้ 2 ตัวตามนี้เลย

IMG_4998

มุมมองไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งจะติดอยู่กับ Juilet Balcony ห้องกว้างถึง 3 เมตร มีระยะจากชั้นวางทีวีถึงโซฟาประมาณ 1.75 เมตรซึ่งเหมาะกับการดูทีวีจอขนาด 47 – 50 นิ้ว ถ้าติดทีวีแบบแขวนผนังก็จะสามารถดูทีวีขนาดจอที่ใหญ่กว่านี้อีกได้นิดหน่อยค่ะ

IMG_5002

ชุดโซฟาและโต๊ะกาแฟนี้ก็จะได้มากับห้องด้วยค่ะ

IMG_5004

มุมมองไปที่ฝั่งชั้นวางทีวี ผนังเหนือทีวียังสามารถทำชั้น Built – in เพิ่มเองเพื่อวางของได้อีก

drawer2

ชั้นวางทีวีตัวนี้ก็ได้มากับห้องด้วยเช่นกัน ตัวตู้เป็นบานเลื่อนสามารถเลื่อนเปิดได้ 2 ด้าน

door4

มาดูในส่วนของ Juliet balcony กัน หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อน 3 ตอนมือจับแบบเซาะร่องมาตรฐานสามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ ถ้าเป็นห้อง 1 Bedroom Plus ธรรมดาก็จะเป็นหน้าต่างบาน Fix และหน้าต่างบานกระทุ้งค่ะ

IMG_5023

จะเห็นว่าเมื่อเปิดหน้าต่างออกไปแล้วจะมีระเบียงกันตกขึ้นมากั้นเอาไว้ ไม่พื้นส่วนของระเบียง

IMG_5025

มุมมองย้อนกลับเข้ามาภายในตัวห้อง

door5

มาดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ ห้องครัวจะเป็นครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนกระจกลูกฟูกกั้นระหว่างห้อง

IMG_4861

พื้นภายในห้องครัวปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

IMG_4899

ฝ้าเพดานภายในห้อง

IMG_5031

มุมมองเข้าไปภายในห้องครัว ผนังของห้องครัวก็จะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีนะ ดังนั้นบริเวณผนังหลังเคาน์เตอร์แนะนำให้กรุกระเบื้องหรือติดแผ่น Splash board จะได้สามารถเช็ดล้างคราบน้ำและคราบเขม่าควันออกได้ง่ายๆ

IMG_5034

มาดูที่เคาน์เตอร์ฝั่งขวาจะเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับเตรียมอาหารได้ ใต้เคาน์เตอร์จะเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าแต่จะสามารถวางได้เฉพาะเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเท่านั้น

IMG_5035

อีกด้านหนึ่งจะสามารถวางเตาเซรามิคและอ่างล้างจานได้พอดีๆ ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำอีเดีย

IMG_5036

อ่างล้างจานแบบหลุมฝังเคาน์เตอร์มีขนาดกระทัดรัดค่ะ ใช้ของ MEX

IMG_5038

พร้อมก๊อกล้างจานทรงสูงของ MEX

IMG_5040

เตาเซรามิคขนาด 2 หัวพร้อม Hood ดูดอากาศ ของ MEX อีกเช่นกัน

counter2

ตัวเคาน์เตอร์ที่ได้ก็จะมีช่องเก็บของให้ตามภาพเลยค่ะ มีทั้งช่องสำหรับวางไมโครเวฟและเตาอบขนาดเล็กๆ, ช่องสำหรับใส่ช้อนส้อมและจานชาม และช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้อ่างล้างจาน

drawer3

ส่วนชั้นเก็บของ Built – in เหนือเคาน์เตอร์ก็สามารถเก็บของได้เยอะอยู่ พวก Built – in ภายในห้องครัวทั้งหมดก็จะเป็นบานเปิดแบบ Soft closed ด้วยเช่นกัน

IMG_4882

มุมบานเปิดของตู้จะเก็บขอบมน ปลอดภัยต่อการสัมผัสมากขึ้น

IMG_5048

มุมมองไปที่พื้นที่วางตู้เย็น ทางโครงการก็ได้เผื่อมาให้กว้างประมาณ 0.6 เมตร สามารถวางตู้เย็นขนาดมาตรฐานได้ค่ะ

IMG_5049

เหนือตู้เย็นจะทำชั้นวางของเล็กๆเอาไว้ให้อีก ไม่ให้เสียพื้นที่ไปเปล่าๆเลย

IMG_5067

มุมมองย้อนกลับ ความกว้างทางเดินเหลืออยู่ประมาณ 0.8 เมตรซึ่งคนไซท์เอเชียก็ยังสามารถเดินผ่านได้สะดวกค่ะ ในช่วง Pre – sale ทางโครงการจะมี Promotion แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว ทั้งเครื่องซักผ้า, เตาไมโครเวฟ และตู้เย็นของ Electrolux ให้อีกด้วยนะ

door2

มาดูในส่วนของระเบียงห้องกันต่อ ประตูระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ เหมาะสำหรับพื้นที่ๆแคบหน่อยเพราะจะสามารถเปิดประตูได้กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับประตูแบบ 2 ตอน

IMG_5055

ที่พื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มีพื้นที่กว้างประมาณ 1 เมตร

IMG_5058

พื้นลดระดับลงจากพื้นห้องครัวเล็กน้อย

IMG_5059

บริเวณระเบียงจะติดไฟกิ่งมาให้ด้วย 1 ดวง

IMG_5060

นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้าแล้วก็จะเป็นพื้นที่สำหรับวาง Compressor แอร์ของห้องด้วย ซึ่งห้อง 1 Bedroom plus จะได้แอร์มาทั้งหมด 3 ตัวโดยตัว Compressor จะถูกแขวนขึ้นไปตามผนัง

IMG_5061

มุมมองจากห้องครัวกลับออกมาที่โถงส่วนกลางของบ้าน

IMG_5070

เราจะมาดูที่ห้องนอนใหญ่กันต่อ ประตูห้องนอนจะเป็นบาน HDF ค่ะ

IMG_5073

ภายในห้องนี้จะสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้

IMG_5095

ฝ้าเพดานและดวงโคมภายในห้อง

IMG_5075

เตียงนอนที่ได้มากับห้องจะเป็นแบบไม่มีหัวเตียงเหมือนเตียงนอนในโรงแรม แต่ฟูกที่นอนจะไม่ได้ให้มาด้วยนะคะ

br1-2

เมื่อวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตแล้วจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงฝั่งซ้าย 0.9 เมตรและฝั่งขวา 0.4 เมตร

IMG_5093

โต๊ะหัวเตียงฝั่งซ้ายก็ได้มากับตัวห้องด้วยนะ

IMG_5076

ส่วนระยะปลายเตียงจะเหลือเป็นทางเดินอยู่ประมาณ 0.7 เมตร สามารถเดินผ่านหรือทำเตียงได้สะดวก

IMG_5094

ถ้าอยากจะติดทีวีก็คงจะต้องเป็นแบบแขวนผนังนะคะ ถ้าวางชั้นวางทีวีด้วยจะทำให้พื้นที่ทางเดินเหลือแคบจนเกินไป

switches and plugs

ส่วนสวิตช์และปลั๊กไฟภายในห้องจะเป็นของ Seimens ทั้งหมด

IMG_5080

มุมมองไปที่ผนังอีกฝั่งที่เป็นช่องแสงของห้องจะเป็นหน้าต่างบาน Fix และหน้าต่างบานกระทุ้งอีก 1 ช่อง

window

หน้าต่างบานกระทุ้ง 1 และมือจับบานหน้าต่างแบบก้านโยก

closet2

ไปดูฝั่งตู้เสื้อผ้ากันบ้าง จะได้ตู้เสื้อผ้า Built – in มา 2 ตู้แบบนี้

IMG_5090

ที่ตู้ฝั่งขวาจะเป็นราวแขวน 2 ระดับ

closet3

ส่วนฝั่งขวาจะมีลิ้กชักมาให้ข้างในด้วย

แบบ 2 Bedrooms (Type 2 A)

2A-58.00

ต่อไปจะเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของโครงการคือห้อง 2 Bedrooms (Type 2 A) ขนาด 58 ตรม. หน้ากว้างถึง 10.5 เมตร เข้ามาภายในห้องการวางผังจะไม่ต่างจากห้อง Type ที่แล้วมากนัก เมื่อเข้ามาภายในห้องที่ฝั่งขวาจะเป็นตู้เก็บของขนาดใหญ่ โถงกลางของห้องเป็นตัวแจกไปฝั่งซ้ายและขวา โดยพื้นที่รับประทานอาหารจะสามารถวางโต๊ะกินข้าวได้ถึง 4 ที่นั่ง ห้องครัวจะมีรูปแบบการจัดวางเหมือนเดิมเลย แต่จะมีขนาดที่ยาวเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ส่วนห้องนอนเล็กจะได้หน้าต่างด้วย ห้องนอน Master bedroom ก็จะมีขนาดที่กว้างขวางขึ้นจนสามารถวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตได้เลย

IMG_4787

อย่ารอช้า เข้าไปชมห้องตัวอย่างกันเลย

IMG_4789

ประตูทางเข้าห้องก็จะใช้วัสดุและอุปกรณ์แบบเดียวกับห้องที่แล้ว

IMG_4801

มุมมองเข้าไปในห้องจะเห็นเลยว่าห้องดูโปร่งโล่งและกว้างมากขึ้น ที่ฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนที่ฝั่งขวาจะเป็นตู้เก็บของ

IMG_4804

มาดูที่ตู้เก็บของกันก่อน ตู้เก็บของจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ตู้

sto1

ตู้แรกมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เลย สามารถเอาจักรยานเข้ามาเก็บได้เลยนะ ภายในห้องก็จะเป็นจุดซ่อนของตู้ Load center ทำให้ห้องดูเรียบร้อย

IMG_4807

ที่พื้นห้องเก็บของจะใช้เป็นกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

sto2

ส่วนตู้อีกฝั่งหนึ่งจะซอยย่อยเป็นหลายๆชั้น ใช้เก็บของที่ต้องการหยิบใช้ได้สะดวก

IMG_4803

มาดูในส่วนรับประทานอาหารกันต่อ

IMG_4825

ตรงนี้จะมีขนาดพื้นที่ๆใหญ่ขึ้นสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้เลย

IMG_4826

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้มากับตัวห้องก็ตามนี้เลยค่ะ มีโต๊ะกินข้าว 1 ตัว, เก้าอี้ 2 ตัว และโซฟาแบบ Built – in พร้อมเบาะนั่ง

IMG_4830

ในส่วนของห้องนั่งเล่นจะมีระยะดูทีวีพอๆกับห้องที่แล้ว ชุดเฟอร์นิเจอร์ได้แบบเดียวกันแต่โซฟาจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมนิดนึง

door1

ประตูระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อน 4 ตอนเต็มผนัง สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

IMG_4850

เปิดออกไปที่ระเบียงมีความกว้างประมาณ 0.5 เมตร พื้นระเบียงลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย พอจะออกไปยืนรับลมได้ หรือระเบียงนี้อาจจะกลายเป็นราวตากผ้าไปในตัวเลยก็ได้นะ ใช้งานให้คุ้ม

balcony2

มุมมองไปทางซ้ายและขวา ระเบียงตรงนี้จะเชื่อมกับระเบียงของห้องครัวด้วย

IMG_4854

มุมมองย้อนกลับเข้ามาในตัวห้อง

IMG_4855

มาดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ วัสดุประตูก็จะเป็นแบบเดียวกับห้องที่แล้ว

IMG_4866

มุมมองเข้าไปภายในห้องครัวก็จะเหมือนกันเป๊ะ เพียงแต่จะได้ความยาวของห้องที่เพิ่มขึ้น

IMG_4870

ฝั่งซ้ายมือเป็นพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร ใต้เคาน์เตอร์จะเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า

IMG_4867

อีกฝั่งหนึ่งจะวางเตาเซรามิคและอ่างล้างจานแบบเดียวกับห้องที่แล้ว

counter1

ช่องเก็บของใต้เคาน์เตอร์

drawer1

ชั้นเก็บของ Built – in เหนือเคาน์เตอร์สามารถทำช่องเก็บของเพิ่มขึ้นจากห้องที่แล้ว

IMG_4892

มุมมองย้อนกลับ ภายในห้องนี้ก็จะมีพื้นที่ทางเดินกว้างเท่ากับห้องที่แล้วเลย

IMG_4896

ประตูทางออกไปยังระเบียงก็จะเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนอีกเช่นกัน

IMG_4903

ขนาดของระเบียงห้องนี้จะกว้างขึ้นจากห้องที่แล้วเล็กน้อยกว้างประมาณ 1.3 เมตร

IMG_5102

มุมมองจากห้องครัวออกมาที่โถงส่วนกลางของบ้าน เราจะไปที่โซนห้องนอนกันต่อ

IMG_5103

โถงทางเดินจะกว้างประมาณ 1 เมตรเป็นตัวแจกเข้าสู่ห้องต่างๆ ทางซ้ายมือเป็นประตูห้องน้ำ, ตรงกลางเป็นห้องนอน Master bedroom ภายในมีห้องน้ำในตัว ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก

IMG_5105

มาดูที่ห้องน้ำกันก่อน บานตูก็จะใช้บาน UPVC แบบเดียวกัน ที่พื้นทำวงกบประตูขึ้นมากันน้ำไหลย้อน

IMG_5110

มุมมองเข้าไปภายในห้องน้ำทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้แบบเดียวกันกับห้องที่แล้วเลย

IMG_5112

ที่ฝั่งซ้ายของห้องจะวางอ่างล้างมือของ Mogen และโถสุขภัณฑ์ของ American standard ระยะผนังกว้างประมาณ 1.5 เมตร

IMG_5122

พื้นที่นั่งของโถสุขภัณฑ์จะกว้างขึ้นมานั่งได้สบายขึ้น

IMG_5125

ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามที่ติดกับโซน Shower จะมีช่องสำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำ จะวางเป็นของตกแต่งหรือนิตยสารอ่านเล่นก็ได้นะ

IMG_5126

ฝั่งขวามือของห้องจะเป็นโซน Shower

IMG_5129

พื้นที่ยืนอาบน้ำจะมีขนาดที่กว้างขึ้นประมาณ 0.9 x 0.9 เมตรเลย

IMG_5130

ชุดฝักบัวก็จะใช้ของ American standard แบบเดิมเหมือนห้องที่แล้วค่ะ ที่ผนังฝั่งขวาจะทำเป็นช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำให้

IMG_5133

ตรงข้ามกับห้องน้ำจะเป็นห้องนอนเล็ก ใช้บานประตู HDF แบบเดียวกับห้องที่แล้ว

IMG_5135

ในห้องนอนเล็กมีขนาดประมาณ 2.7 x 3.0 เมตร กว้างขึ้นมาจากห้องอเนกประสงค์ห้องที่แล้ว ข้อดีที่เพิ่มขึ้นมาก็คือจะมีหน้าต่าง ซึ่งเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้า ที่หน้าต่างจะเป็นบาน Fix และบานกระทุ้งอีก 1 บาน

IMG_5138

ภายในห้องจัดวางเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งชิดริมผนังฝั่งซ้ายช่วงกลางผนัง จะเหลือพื้นที่ฝั่งซ้ายและขวาข้างละประมาณ 0.5 เมตร

br2-1

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะเป็นเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งแบบไม่มีหัวเตียง โต๊ะข้างหัวเตียงฝั่งซ้าย ส่วนฟูกที่นอนและโต๊ะข้างหัวเตียงสีชมพูฝั่งขวาจะไม่ได้มากับตัวห้อง

IMG_5141

ระยะห่างระหว่างเตียงถึงตู้เสื้อผ้าเหลือเป็นพื้นทางเดินและพื้นที่ยืนแต่งตัวประมาณ 0.9 เมตร เพียงพอแล้ว

closet4

ที่ฝั่งขวาของห้องจะได้ตู้ Built – in มาให้แบบนี้เลย

IMG_5145

ข้างๆตู้จะวางโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกระทัดรัด

IMG_5146

ที่ได้มากับห้องด้วยก็จะเป็นโต๊ะและเก้าอี้แบบนี้ ที่ฝั่งซ้ายยังเหลือพื้นที่อีกหน่อย อาจจะหาชั้นเล็กๆมาวางเป็นชั้นเก็บของหรือชั้นวางหนังสือก็ได้

IMG_5154

มุมมองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง

IMG_5156

มาถึงห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะนั่นก็คือห้องนอน Master bedroom

IMG_5158

มุมมองเข้าไปภายในห้องจะมีขนาดที่กว้างขวางขึ้นมาจากห้องที่แล้วอีกเยอะเลย

br1-1

เมื่อวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตแล้ว ที่ฝั่งซ้ายจะเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัว 1.2 เมตร ส่วนฝั่งขวาจะเหลืออีก 0.7 เมตร ซึ่งห้องนี้จะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังทำได้เลยนะ

IMG_5162

พื้นที่ปลายเตียงจะเหลือประมาณ 0.7 เมตร พอๆกับห้องที่แล้วเลย ก็ไม่ควรจะวางอะไรเพิ่มเติมแล้วนะ

IMG_5163

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มากับตัวห้องก็จะเป็นโต๊ะข้างหัวเตียงทั้ง 2 ตัวและเตียงนอนขนาด 5 ฟุต

closet5

อีกฝั่งหนึ่งก็จะได้ตู้เสื้อผ้า Built – in แบบเดียวกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

IMG_5175

มาดูในส่วนของห้องน้ำภายในห้องนอน Master bedroom กันต่อ

IMG_5180

ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้แบบเดียวกันทั้งหมด การจัดวางสุขภัณฑ์จะวางไล่จากส่วนแห้งเข้าไปยังส่วนเปียก

IMG_5183

อ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์สำเร็จรูปพร้อมก๊อกน้ำ

IMG_5186

พื้นที่นั่งบริเวณโถสุขภัณฑ์กว้างขวางขึ้นอีกค่ะ

IMG_5192

ส่วนพื้นที่ยืนอาบน้ำในโซน Shower ก็จะกว้างขึ้นอีก ขนาดประมาณ 1.5 x 0.9 เมตรเลย

IMG_5195

ชุดฝักบัวและช่องวางสบู่ภายในโซน Shower ช่องวางสบู่อยู่ทางซ้ายมือ ช่องนี้จะแคบลงหน่อย อาจจะหาที่วางสบู่แบบแขวนผนังมาติดตั้งเพิ่มเติมได้


:::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กุมภาพันธ์ 2560) ::::

วัสดุโดยรวม

  • พื้นภายในห้อง : พื้นไม้ลามิเนต
  • พื้นห้องน้ำและพื้นห้องครัว : กระเบื้องขนาด 60×60 ซม.
  • พื้นระเบียงและพื้นตู้เก็บของ : กระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.
  • ผนังภายใน : ผนังฉาบเรียบทาสี
  • ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องขนาด 60×60 ซม.
  • ประตูทางเข้าห้อง : ประตูบานไม้ปิดผิวด้วยเมลามีน มือจับแบบก้านโยก
  • ประตูห้องน้ำ : ประตูบาน UPVC
  • ประตูห้องนอน : ประตูบาน HDF
  • ประตูห้องอเนกประสงค์ : ประตูบานเลื่อนกระจก
  • ประตูห้องครัว : ประตูบานเลื่อนกระจกลูกฟูก
  • ประตู – หน้าต่างภายนอก : บานเลื่อน, บานกระทุ้ง และบาน Fix อลูมิเนียมกระจก

ห้องน้ำ และสุขาภิบาล

  • สุขภัณฑ์ และ Accessories : American standard,VRH และ Mogen

งานไฟฟ้า

  • ตู้ Load Center : Schneider electric
  • สวิตช์ และปลั๊กไฟ : Siemens
  • อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย : Heat detector, Smoke detector และ Sprinkle ตามมาตรฐาน
  • ดวงโคมทั่วไป : ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม
  • ดวงโคมในห้องน้ำ : ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม
  • ไฟระเบียง : ไฟกิ่ง

เฟอร์นิเจอร์

  • ตู้เก็บของ Built – in
  • ชุดโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้นั่ง
  • ชุดโซฟา ประกอบด้วย โซฟา, โต๊ะกาแฟ และชั้นวางทีวี
  • ชุดเคาน์เตอร์ครัว ประกอบด้วย เคาน์เตอร์ครัวท็อปหินแกรนิตสีดำอินเดีย, ตัวเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยเมลามีนบานเปิดแบบ Soft closed และชั้นเก็บของเหนือเคาน์เตอร์ Built – in
  • อ่างล้างจาน, ก๊อกน้ำ, เตาเซรามิคขนาด 2 หัว และฮูดดูดควัน จาก MEX
  • เตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตและขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก) พร้อมโต๊ะข้างหัวเตียง
  • ชุดโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนเล็กของห้องนอน 2 Bedrooms
  • ตู้เสื้อผ้า Built – in ในห้องนอนทุกห้อง
  • แอร์ภายในห้อง 2 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom และ 3 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom Plus ขึ้นไป
  • ช่วง Pre – sale จะมี Promotion แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องครัว 3 อย่างได้แก่ ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ จาก Electrolux และฉากกั้นอาบน้ำกระจกภายในห้องน้ำทุกห้อง

***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ


:::: ราคา (กุมภาพันธ์ 2560) ::::

แบบ 1 Bedroom (Type 1 A)

– ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร

– สิทธิ์ที่จอดรถ 1 สิทธิ์

– ราคา 1.89 – 2.6 ล้านบาท

– เงินจอง 10,000 บาท

– เงินทำสัญญา 30,000 บาท

แบบ 1 Bedroom Plus (Type 1 B และ 1 BJ)

– ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร

– สิทธิ์ที่จอดรถ 1 สิทธิ์

– ราคา 2.5 – 3.2 ล้านบาท

– เงินจอง 20,000 บาท

– เงินทำสัญญา 40,000 บาท

แบบ 2 Bedrooms (Type 2 A)

– ขนาด 58.00 ตรม. หน้ากว้าง 10.5 เมตร

– สิทธิ์ที่จอดรถ 2 สิทธิ์

– ราคา 3.4 – 4.3 ล้านบาท

– เงินจอง 30,000 บาท

– เงินทำสัญญา 60,000 บาท

  • ค่ากองทุน 550 บาท/ตรม.
  • ค่าส่วนกลาง ตร.วาละ 55 บาท/เดือน

***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


:::: สรุป ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา ตั้งอยู่ในโซนชานเมืองบนถนนรัชดา – รามอินทราซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เป็นโซนที่พักอาศัยในแนวราบเกือบทั้งหมด เป็นโครงการบ้านจัดสรร ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, คอนโดมิเนียม และโฮมออฟฟิศ มีความเงียบสงบซึ่งภาพจะต่างออกไปจากคอนโดมิเนียมในตัวเมืองที่โดยรอบจะค่อนข้างคึกคัก และมีการสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก การกินอยู่ใช้สอยจะเกิดขึ้นด้วยระยะเดินเพียงนิดเดียว

ย่านนี้จะตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบ แต่ไม่อยากเสียเวลาดูแลบ้านมาก ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ก็นับว่ารองรับการอยู่อาศัยให้มีความสะดวกสบายพอสมควร เพราะในย่านนี้จะมีทั้งห้างสรรพสินค้า, Community mall, Hypermarket, ร้านอาหาร และตลาดนัดให้เลือกไปเดินได้ตามถนนเส้นต่างๆใกล้เคียงกับตัวโครงการ โดยจะสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปได้สะดวก ตรงข้ามกับตัวโครงการเองก็จะมี The Junction เป็น Community mall สามารถหาของกินของใช้ได้สะดวก ไม่ต้องขับรถออกไปไกล

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่าสะดวกสบายเพราะตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนเกษตร – นวมินทร์และถนนรามอินทรา ซึ่งถนนทั้ง 2 สายนี้เป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าเมือง ทั้ง 2 เส้นนี้จะตัดกับถนนนวมินทร์ซึ่งสามารถใช้วิ่งลงไปเชื่อมกับถนนลาดพร้าวย่านบางกะปิเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้อีกทาง ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และวงแหวนกาญจนาภิเษกอีกด้วย

จากทำเลในย่านนี้ยังสามารถเดินทางไปยังโซนนอกเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณใกล้เคียงอย่าง มีนบุรี, รามอินทรา, หลักสี่, เกษตร – นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน) ได้สะดวก

การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางหลักๆจากบริเวณทำเลโครงการส่วนมากจะพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเพราะปัจจุบันบนถนนรัชดา – รามอินทรายังมีรถประจำทางผ่านไม่เยอะมากนัก การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ภายในปี 2563 ก็คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรีก็จะสร้างเสร็จ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นสถานีวงแหวนตะวันออก ห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 5 กม. ซึ่งก็จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นเยอะ

การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา เป็นคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น ทั้งหมด 252 ยูนิตแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ระดับราคา Economy class เฉลี่ยตรม.ละ 69,000 บาท โดยขายแบบ Fully Furnished สามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาพร้อมอยู่ได้เลย ซึ่งราคานี้ก็จะเบาลงมาหน่อยจากโครงการ แชมเบอร์ส รามอินทรา แต่ก็จะมีพื้นที่ใช้สอยที่ลดตามลงมาหน่อยเช่นกัน เนื่องจากโครงการเน้นผู้อยู่อาศัยที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักจึงได้ทำช่องจอดรถเอาไว้ 183 ช่องคิดเป็น 72.5 % ของห้องพักอาศัยโดยยังไม่รวมการจอดแบบซ้อนคัน ถือว่าให้มาอย่างเหมาะสมทีเดียว

ตัวโครงการออกแบบโดยวางอาคารทั้ง 2 ให้เหลื่อมกัน ระยะไม่ประชิดกันจนเกินไป ไม่ค่อยมีห้องที่ประชันหน้ากันซึ่งจุดนี้ถือว่าดีมากๆ เพราะทำให้เกิดความเป็นส่วนของลูกบ้านแต่ละยูนิตเหมือนกับอยู่อาศัยในบ้าน โดยจะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 126 ยูนิตต่อ 1 อาคาร มีอัตราส่วนห้องพักอาศัยต่อลิฟท์โดยสารอยู่ที่ 63 : 1 เท่านั้น ถือว่าพอเพียงและไม่แออัด

ส่วนห้องแต่ละ Type ก็ถูกออกแบบมาให้มีหน้าห้องที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้ภายในห้องได้รับแสงจากธรรมชาติอย่างทั่วถึง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็สามารถทำได้ลงตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับห้องที่มีหน้าแคบแต่ลึก จุดที่ดีอีกอย่างของห้องในโครงการนี้ก็คือจะลดพื้นที่ในส่วนระเบียงลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นเพื่อมาเพิ่มพื้นที่ภายในห้องให้กว้างขวางขึ้น ด้วยการดีไซน์หน้าต่างห้องแบบ Juliet balcony ทำให้ลูกบ้านสามารถเปิดหน้าต่างรับลมชมวิวจากภายในห้องได้โดยไม่ต้องเสียเป็นพื้นที่ระเบียงไป

ส่วนวัสดุ, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มากับตัวห้องก็ได้มาตรฐานดี ถือว่ามีความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถือว่าให้มาครบครัน แบบ Indoor ก็จะมีคลับเฮ้าส์ที่ชั้นล่างเป็น Lobby สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนที่ชั้น 2 ก็จะเป็นฟิตเนส ภายในคลับเฮ้าส์สามารถ Take View จากสวนพักผ่อน, บ่อบัวพร้อม Sunken seating, สระว่ายน้ำยาว 27 เมตรพร้อม Pool Deck และ Day bed ได้ บริเวณภายในสวนถูกจัด Landscape ด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ตามฤดูกาลหมุนเวียนกันไป ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเองเลย ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับคอนโดแบบ Low rise ที่ระดับราคา Economy class

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็จะประกอบไปด้วยกล้อง CCTV, Security guard ตลอด 24 ชม. พร้อมทั้ง Access card สำหรับเข้าสู่ตัวอาคารและระบบ Key card ภายในลิฟท์แบบระบุชั้น ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ

นอกจากนี้ทางโครงการยังบริการรถ Shuttle bus ให้แก่ลูกบ้านด้วย แต่เส้นทางการเดินรถนั้นยังไม่มีรายละเอียดออกมาค่ะ


:::: คะแนน ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ 7.0 อยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา ในโซนชานเมือง มีความเงียบสงบมากกว่าและไม่สะดวกสบายเท่าคอนโดมิเนียมในตัวเมืองทั่วไป
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว 8.4 สามารถเดินทางได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่ที่สามารถใช้เดินทางทั้งขาเข้าเมืองและขาออกจากเมืองได้ง่าย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก
การเดินทางโดยรถสาธารณะ 7.0 ยังไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านหน้าโครงการเท่าไรนัก แต่โครงการจะมีบริการรถ Shuttle bus และเป็นโซนที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าถึง (ในปี 2563) จึงช่วยเพิ่มคะแนนขึ้นมาได้อีกหน่อย
บ้านและวัสดุ 8.4 โครงการขายแบบ Fully Furnished อย่างครบครัน วัสดุและสุขภัณฑ์ได้มาตรฐาน ซึ่งขายในเรทราคา Economy class
สิ่งอำนวยความสะดวก 8.3 สิ่งอำนวยความสะดวกถือว่าครบครันทีเดียว
ความคุ้มค่ากับราคา 8.0 โครงการเหมาะสำหรับครอบครัวขยายขนาด 2 – 3 คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวขับ ที่มีงบประมาณไม่สูงมากนัก เดิมอาจจะอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการ
คะแนนรวมเฉลี่ย 7.85 ดี

:::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ::::

CALL CENTER : 1749

สำนักงานขาย : 092 – 997 – 9978

WEBSITE : http://www.scasset.com/th/project/detail.aspx?id=85

กด LIKE ติดตามข่าวสาร คอนโดและบ้าน ด้านล่างเลยจร้า ^__^

 

แสดงความคิดเห็น