หน้าหลัก » EP SC Asset เอสซี แอสเสท คอนโด กรุงเทพ คอนโด เขตบึงกุ่ม คอนโด เอสซี แอสเสท SC Asset รีวิว คอนโด » EP.1038 รีวิว คอนโด Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา คอนโดอารมณ์บ้าน สไตล์ Danish Modern ราคาเริ่มต้นเพียง 2.99 ล้านบาท

EP.1038 รีวิว คอนโด Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา คอนโดอารมณ์บ้าน สไตล์ Danish Modern ราคาเริ่มต้นเพียง 2.99 ล้านบาท

โพสโดย : pure | วันที่ : 21 March 2018 |
หมวดหมู่ : EP, SC Asset เอสซี แอสเสท, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด เขตบึงกุ่ม, คอนโด เอสซี แอสเสท SC Asset, รีวิว คอนโด

EP.1038 รีวิว คอนโด แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา Chambers Cher Ratchada – Ramintra

Chambers Cher รัชดา

สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว Homenayoo ที่รักทุกคน วันนี้เราจะพามาชมโครงการ Chambers Cher รัชดา – รามอินทรา จาก SC ASSET กันค่ะ ตัวโครงการ ตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น มี 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาด 4-1-85.2 ไร่ คอนโดอารมณ์บ้าน สไลต์ Danish Modern ที่เน้นการออกแบบให้พื้นที่การใช้ชีวิตอบอุ่นเป็นกันเอง และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ด้วยห้องชุดพักอาศัย ที่มีหน้าห้องที่กว้างกว่า จำนวน 252 ยูนิต เป็นห้อง 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedrooms ขนาดเริ่มต้นที่ 33 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบ พร้อมเครื่องปรับอากาศ เรียกว่าหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย ปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน อาทิ Lobby, Mailbox, อาคาร Club House , Swimming Pool, Sunken Seat, Pool Deck, Garden, Fitness, ที่จอดรถ, Access Card Control, CCTV, รปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท (ราคาเฉลี่ยเริ่มต้น 69,000 บาท/ตร.ม.)

ส่วนรายละเอียดของโครงการจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตามอ่านที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ชื่อโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา Chambers Cher Ratchada – Ramintra
เจ้าของโครงการ บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) SC ASSET
เนื้อที่ทั้งหมด 4-1-85.2 ไร่
จำนวนตึก 2 อาคาร
จำนวนชั้น 8 ชั้น
จำนวนห้อง 252 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 Bedroom (Type 1 A) : 33.00 ตรม.
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 B) : 43.00 ตรม.
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : 43.00 ตรม.
  • 2 Bedrooms (Type 2 A) : 58.00 ตรม.
ที่จอดรถทั้งหมด 183 คัน (แบบไม่ Fix คัน)
โซน รัชดา – รามอินทรา
ขนส่งสาธารณะ
  • ใกล้วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
  • ใกล้ทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์
รถโดยสารที่ผ่าน
  • รถเมล์สาย 73ก
ที่ตั้ง ถนนรัชดา – รามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
กำหนดการ
  • พรีเซลล์ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2560
  • เปิดจองออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2560
ปีที่สร้างเสร็จ ธันวาคม ปี 2560
ราคา เริ่มต้น 2.29 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม เริ่มต้น 69,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตรม./เดือน
  • ค่ากองทุน 550 บาท/ตรม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างสรรพสินค้า และ ตลาด

  • Max Value : 1.4 กม.
  • Chocolate Ville : 2.6 กม.
  • Big C market นวมินทร์ : 2.7 กม.
  • The Junction : 2.8 กม.
  • Tesco Lotus นวมินทร์ : 3.2 กม.
  • ตลาดหัวมุม : 4.9 กม.
  • The Walk : 5.4 กม.
  • The Promanade : 6.0 กม.
  • Fashion Island : 6.3 กม.
  • สวนสยาม : 6.4 กม.
  • The Crystal : 6.5 กม.
  • Chic Republic : 6.7 กม.
  • Nawamin Festival Walk : 6.8 กม.
  • Nawamin City Avenue : 6.9 กม.
  • CDC : 7.0 กม.
  • Ease Park : 7.9 กม.
  • Tesco Lotus extra เลียบทางด่วน : 7.9 กม.
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ : 8.5 กม.
  • ตลาดนัดเลียบด่วน : 9.0 กม.
  • Big C extra รามอินทรา : 9.2 กม.
  • Foodland : 9.4 กม.
  • Plearnary mall : 9.8 กม.
  • Tesco Lotus วังหิน : 10.0 กม.
  • ตลาดถนอมมิตร : 10.3 กม.
  • HomePro เลียบทางด่วน : 10.9 กม.
  • เมเจอร์รัชโยธิน : 12.3 กม.
  • เซ็นทรัลรามอินทรา : 12.4 กม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว : 16.1 กม.

ศูนย์การแพทย์

  • รพ.พญาไท : 2.6 กม.
  • รพ.สินแพทย์ : 5.5 กม.
  • รพ.นพรัตน์ : 6.0 กม.
  • รพ.วิภาวดี : 12.4 กม.

สถานศึกษา

  • รร.บดินทร์เดชา 2 : 2.6 กม.
  • รร.เลิศหล้า : 3.3 กม.
  • ม.เกริก : 12.3 กม.
  • ม.เกษตร : 13.7 กม.

ศาสนสถาน

  • วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร : 13.3 กม.

สถานที่ราชการ และ หน่วยงานอื่นๆ

  • สนามกอล์ฟปัญญา : 7.7 กม.
  • สนามกอล์ฟนวธานี : 11.0 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 11.0 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • คลับเฮ้าส์
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • สวนพักผ่อน
  • Shuttle Bus
  • Access Card Control
  • CCTV
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ Chambers Cher รัชดา-รามอินทรา คอนโดอารมณ์บ้าน ที่เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิต และสภาพแวดล้อมภายในโครงการ ที่เน้นความร่มรื่นของต้นไม้ความเป็นธรรมชาติ เสมือนผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอยู่ในสวนหลังบ้าน ในบรรยากาศที่คุ้นเคย

:::: ที่ตั้งโครงการ ::::

ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

พิกัด : 13.820183, 100.667194

map

แผนที่จากทางโครงการ

1.2map edited

ทำเลที่ตั้ง โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา ตั้งอยู่ในโซนชานเมืองบนถนนรัชดา – รามอินทรา โดยถนนเส้นนี้จะตัดจากถนนเกษตร – นวมินทร์เชื่อมไปยังถนนรามอินทราช่วงกม.8 ระหว่างแยก รพ.นพรัตน์ กับช่วงที่เส้นรามอินทราตัดกับวงแหวนกาญจนาภิเษก ในโซนนี้เป็นโซนของแหล่งที่พักอาศัย ตลอดสองฝั่งของถนนรัชดา – รามอินทราจะเป็นอาคารในแนวราบ พวกโครงการบ้านจัดสรร ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, คอนโดมิเนียม Low Rise และโฮมออฟฟิศ

1.1map

การเดินทางด้วยรถยนต์ สำหรับย่านนี้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวถือว่าสะดวกสบาย ดังที่กล่าวไปแล้วว่าตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนเกษตร – นวมินทร์ และถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าเมือง และทั้ง 2 เส้นนี้จะตัดกับถนนนวมินทร์ ที่สามารถใช้วิ่งลงไปเชื่อมกับถนนลาดพร้าวย่านบางกะปิเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้อีก 1 เส้นทาง ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ เป็นทางด่วนเส้นที่วิ่งเข้าเมืองได้สะดวกที่สุด แต่รถก็อาจจะเยอะหน่อย และตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก เป็นเส้นที่มีความคล่องตัวและสะดวกสำหรับท่านที่ปกติต้องเดินทางไปแถวบางนา – บางปะอิน

นอกจากนี้ จากทำเลในย่านนี้ยังสามารถเดินทางไปยังโซนนอกเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณใกล้เคียงอย่าง มีนบุรี, รามอินทรา, หลักสี่, เกษตร – นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน) ได้สะดวก เป็นโซนที่น่าจะได้ไปบ่อยเพราะมีความอุดมสมบูรณ์รองรับอยู่

2.1

ทางด่วน ตัวโครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้น – ลงทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ในระยะ 5.7 กม. สามารถใช้วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองและไปทางพระราม 9 หรือบางนาได้สะดวก โดยวิ่งจากถนนรัชดา – รามอินทราไปยังถนนเกษตร – นวมินทร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนคลองลำเจียก (ทางลัดช่วยให้เร็วขึ้น) เพื่อเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรมแล้ววิ่งขึ้นทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ได้เลย

2

และตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก โดยวิ่งจากถนนรัชดา – รามอินทราไปเข้าถนนรามอินทรา เพื่อวิ่งขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้ในระยะ 6.1 กม. จะไปแถวบางนาหรือบางปะอินก็สะดวก

1.3map

ความอุดมสมบูรณ์ บริเวณโดยรอบของตัวโครงการส่วนมากจะเป็นอาคารที่พักอาศัยในแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ มีความเงียบสงบซึ่งจะต่างออกไปจากคอนโดมิเนียมในตัวเมืองที่โดยรอบจะมีแต่ความคึกคักและรวดเร็ว การสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีความสะดวกและมีให้เลือกอย่างหลากหลาย เรียกว่าสามารถกินอยู่ใช้สอยด้วยระยะเดินเพียงเล็กน้อย

ย่านนี้จะตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ง่ายๆแบบการอยู่คอนโดมิเนียม แต่ชอบความเงียบสงบไม่หนาแน่นอึกทึกเท่ากับคอนโดในตัวเมือง ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ก็นับว่ารองรับการอยู่อาศัยให้มีความสะดวกสบายพอสมควรเลย

ไปทางรามอินทราที่โดดเด่นเลยก็จะเป็นห้าง Fashion Island และข้างๆกัน The Promanade ซึ่งภายในก็จะมีทั้ง Shopping center, ห้าง Big C, ร้านอาหาร, โรงเรียนติวเตอร์, คลีนิกเสริมความงาม และ อื่นๆอย่างครบวงจร กลับมาอีกด้านบนถนนเกษตร – นวมินทร์ที่มีทั้ง Community mall, ตลาดนัดหัวมุม ตลาดนัดกลางคืนกับสินค้าในราคาย่อมเยา, ร้านอาหาร และร้านนั่งชิว มา Hangout กับเพื่อนๆได้ในยามค่ำคืน และถ้าไปทางเลียบด่วนรามอินทราก็จะมีทั้ง The Crystal, CDC, ห้างใหม่อย่างเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ รวมถึงร้านอาหารดีๆให้เลือกกันได้อีกเพียบ

นอกจากนี้ไม่ไกลจากตัวโครงการก็จะมี Tesco Lotus, Big C Market, Chocolate Ville, Max Value, โรงพยาบาล, สนามกอล์ฟ และสวนสยาม ตรงข้ามกับตัวโครงการเองก็จะมี The Junction เป็น Community mall ที่รวมร้านอาหารและร้านค้ามาไว้ด้วยกัน

3

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ การเดินทางจากบริเวณทำเลโครงการจะพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เพราะบนเส้นรัชดา – รามอินทรายังมีรถประจำทางผ่านไม่เยอะมากนัก ต้องเพิ่งรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ที่มีผ่านไปมาอยู่บ้าง แต่ภายในปี 2563 คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรีก็จะสร้างเสร็จได้เปิดใช้งาน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นสถานีวงแหวนตะวันออก ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น และเป็นที่รู้ๆกันดีว่าเมื่อรถไฟฟ้าเข้าถึงเมื่อไหร่ ก็จะนำความเจริญและความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่นั้นๆด้วย


:::: การเดินทางสู่โครงการ ::::

1

วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก

ทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ > ถนนประดิษฐ์มนูธรรม > ถนนเกษตร – นวมินทร์ > ถนนรัชดา – รามอินทรา > แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา

1

เราจะเริ่มต้นการเดินทางจากทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์มุ่งหน้าไปทางรามอินทรา สังเกตป้ายรามอินทรา (มีนบุรี) เอาไว้นะคะ ให้ชิดซ้ายเตรียมลงที่ทางออกหน้า

2

ชิดซ้ายลงจากทางด่วน

3

เมื่อลงจากทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์แล้วจะมาออกที่เส้นรามอินทรามุ่งหน้าไปยังหลักสี่ ให้สังเกตป้ายบางนาเอาไว้แล้วเตรียมชิดซ้าย

4

ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรมหรือเลียบทางด่วนรามอินทราไปเลยค่า

5

เมื่อเข้าถนนเลียบทางด่วนแล้ว ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นตลาดนัดเลียบด่วน เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่เปิดตอนกลางคืน มีสินค้าและอาหารมากมาย เป็นแหล่งช้อปปิ้งราคาย่อมเยาและเดินได้สนุกของคนในย่านนี้เลย

6

ตรงไปเรื่อยๆให้สังเกตป้ายถนนลาดพร้าวเอาไว้ ชิดซ้ายเอาไว้เลยค่ะ

7

ชิดซ้ายมุ่งหน้าไปออกถนนเกษตร – นวมินทร์

8

จากนั้นให้สังเกตป้ายนวมินทร์เอาไว้

9

ชิดซ้ายมุ่งหน้าไปออกถนนเกษตร – นวมินทร์เลย ถ้าขึ้นทางยกระดับไปจะไปถึงลาดพร้าว – พระราม 9

10

ชิดซ้ายเอาไว้แล้วเลี้ยวเข้าถนนเกษตร – นวมินทร์

11

เมื่อเข้าถนนเกษตร – นวมินทร์มาแล้วให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ฝั่งซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็น Mc Donald

12

สังเกตป้ายถนนนวลจันทร์และมีนบุรีเอาไว้นะ เราจะชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนรัชดา – รามอินทรา

13

ชิดซ้ายวิ่งเข้าถนนรัชดา – รามอินทราไปเลยค่ะ

14

เมื่อเข้าถนนรัชดา – รามอินทรามาแล้วจะมาเจอแยกไฟแดงถนนนวลจันทร์ ให้วิ่งตรงต่อไปเรื่อยๆ

16

จากถนนเกษตร – นวมินทร์วิ่งตรงเข้าไปประมาณ 2.4 กม.ทางขวามือจะเป็นโครงการ แชมเบอร์ส รามอินทราอยู่ตรงข้ามกับป้ายรถเมล์พอดี

17

จากนั้นให้สังเกตป้ายถนนรามอินทรา (หลักสี่) เอาไว้ ทางขวามือจะเห็นรั้วโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา แล้วค่ะ

18

เลยไปไม่ไกลฝั่งซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็น The Junction ภายในมี 7 – 11 อยู่ด้วย จากตัวโครงการสามารถเดินข้ามสะพานลอยมาได้สะดวกทีเดียว

19

จากนั้นให้สังเกตป้ายถนนรามอินทรา (หลักสี่) เอาไว้แล้วชิดซ้ายเพื่อขึ้นทางกลับรถ

20

วิ่งชิดซ้ายเอาไว้นะคะ ถ้าขึ้นทางยกระดับทางขวาจะไปออกเส้นรามอินทราใกล้ห้าง Fashion Island และ The Promanade และสามารถวิ่งไปขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษกได้

21

จากนั้นให้ชิดขวาเพื่อกลับรถ

22

เมื่อกลับรถมาวิ่งอีกฝั่งฝุ่งหน้าไปยังถนนเกษตร – นวมินทร์แล้ว ทางซ้ายมือจะมีจุดสังเกตเป็นโครงการ Bangkok Boulevard Nawamin ทางเข้าโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา จะอยู่ถัดไปเลยค่ะ

23

เรามาถึงโครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา กันแล้วค่าทุกคน

IMG_2957

บริเวณทางเข้าโครงการแบบชัดๆ


สรุปแยก และ ถนนสำคัญรอบโครงการ

1.1map

  • ถนนนวมินทร์ : 1.5 กม.
  • ถนนเกษตร – นวมินทร์ : 2.8 กม.
  • ถนนนวลจันทร์ : 3.0 กม.
  • ถนนรามอินทรา : 4.4 กม.
  • ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) : 4.7 กม.
  • วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก : 6.2 กม.
  • แยกรพ.นพรัตน์ : 6.3 กม.
  • แยกมัยลาภ : 7.6 กม.
  • แยกวังหิน : 9.0 กม.
  • แยกวัดลาดปลาเค้า : 9.7 กม.
  • แยกวัชรพล : 10.9 กม.

สถานที่สำคัญรอบโครงการ

1.3map

ห้างสรรพสินค้า และ ตลาด

  • Max Value : 1.4 กม.
  • Chocolate Ville : 2.6 กม.
  • Big C market นวมินทร์ : 2.7 กม.
  • The Junction : 2.8 กม.
  • Tesco Lotus นวมินทร์ : 3.2 กม.
  • ตลาดหัวมุม : 4.9 กม.
  • The Walk : 5.4 กม.
  • The Promanade : 6.0 กม.
  • Fashion Island : 6.3 กม.
  • สวนสยาม : 6.4 กม.
  • The Crystal : 6.5 กม.
  • Chic Republic : 6.7 กม.
  • Nawamin Festival Walk : 6.8 กม.
  • Nawamin City Avenue : 6.9 กม.
  • CDC : 7.0 กม.
  • Ease Park : 7.9 กม.
  • Tesco Lotus extra เลียบทางด่วน : 7.9 กม.
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์ : 8.5 กม.
  • ตลาดนัดเลียบด่วน : 9.0 กม.
  • Big C extra รามอินทรา : 9.2 กม.
  • Foodland : 9.4 กม.
  • Plearnary mall : 9.8 กม.
  • Tesco Lotus วังหิน : 10.0 กม.
  • ตลาดถนอมมิตร : 10.3 กม.
  • HomePro เลียบทางด่วน : 10.9 กม.
  • เมเจอร์รัชโยธิน : 12.3 กม.
  • เซ็นทรัลรามอินทรา : 12.4 กม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว : 16.1 กม.

ศูนย์การแพทย์

  • รพ.พญาไท : 2.6 กม.
  • รพ.สินแพทย์ : 5.5 กม.
  • รพ.นพรัตน์ : 6.0 กม.
  • รพ.วิภาวดี : 12.4 กม.

สถานศึกษา

  • รร.บดินทร์เดชา 2 : 2.6 กม.
  • รร.เลิศหล้า : 3.3 กม.
  • ม.เกริก : 12.3 กม.
  • ม.เกษตร : 13.7 กม.

ศาสนสถาน

  • วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร : 13.3 กม.

สถานที่ราชการ และ หน่วยงานอื่นๆ

  • สนามกอล์ฟปัญญา : 7.7 กม.
  • สนามกอล์ฟนวธานี : 11.0 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 11.0 กม.

:::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ ::::

1.surrounding

บริเวณโดยรอบโครงการบนถนนรัชดา – รามอินทราจะเป็นโซนของที่อยู่อาศัยในแนวราบเกือบทั้งหมด มีโครงการบ้านจัดสรรทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ, คอนโดมิเนียมแบบ Low rise, ร้านอาหาร, Max value, The Junction และที่ดินเปล่าบ้างประปราย

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนรัชดา – รามอินทรา ฝั่งตรงข้ามเป็นโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard รัชดา – รามอินทรา และ The Junction
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ชุมชนเคหะสูง 5 ชั้น

IMG_4702

เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการกันนะคะ จะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง 😉 เริ่มจากฝั่งตรงข้ามกับโครงการ จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard รัชดา – รามอินทรา

IMG_4708

มุมมองไปฝั่งซ้ายมือมุ่งหน้าไปทางเกษตร – นวมินทร์ เดี๋ยวเราจะเดินสำรวจเส้นทางนี้กันก่อน

IMG_4709

บริเวณหน้าโครงการเลยก็จะมีป้ายรถเมล์ แต่ว่ารถประจำทางที่ผ่านอาจจะยังไม่เยอะเท่าไหร่นะ

IMG_4712

ติดกับตัวโครงการเลยจะเป็นอาคารชุมชนเคหะสูง 5 ชั้น

IMG_4716

ที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโครงการ Vista Park Place

IMG_4721

ถัดไปจะเป็น Work Place รัชดา – รามอินทรา 2 เป็นโฮมออฟฟิศสูง 4 ชั้นครึ่ง

IMG_4724

มองเข้าไปภายในตัวตึกมีลูกเล่นของ Facade เป็นสี Pastel สลับสีกันไปมา ดูน่ารักดี

IMG_4729

เดินเลยไปอีกจะเป็นคอนโดแชมเบอร์ส รามอินทราสูง 7 ชั้น เป็นพี่น้องกันกับโครงการของเราในวันนี้

IMG_4730

ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น Work Place อีกโครงการนึง

IMG_4733

มุ่งตรงไปข้างหน้าก็จะเป็นถนนเกษตร – นวมินทร์ที่เราเพิ่งจะเดินทางกันเข้ามาค่ะ

IMG_4704

กลับมาที่หน้าโครงการไปสำรวจเส้นทางฝั่งขวามือกันบ้าง

IMG_4742

ตรงข้ามกับตัวโครงการเยื้องไปทางขวามือคือ The Junction เป็น Community mall ที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุด ภายในมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย รวมถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 – 11 ด้วย จากหน้าโครงการสามารถเดินข้ามสะพานลอยไปได้สะดวกด้วยระยะเดินเพียง 300 เมตรเท่านั้น

IMG_4741

ข้างๆกับตัวโครงการเลยจะเป็นซุ้มทางเข้าโครงการบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard Nawamin

IMG_4743

มุ่งตรงไปข้างหน้าจะเป็นถนนรามอินทรา จะมีสะพานลอยสามารถใช้เดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ อย่าเดินข้ามถนนเองเลยนะคะ อันตรายจริงๆ

5

มาดูภาพมุมสูงกันบ้าง บริเวณโดยรอบโครงการส่วนมากจะเป็นโครงการบ้านพักอาศัยในแนวราบ ทางทิศเหนือของโครงการจะติดกับถนนรัชดา – รามอินทราซึ่งเป็นทางเข้า – ออกเดียวของโครงการ

6

มุมมองไปทางฝั่งทิศใต้ ด้านหลังตัวโครงการไปส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้น แทบทุกด้านของโครงการจะสามารถ Take view ได้ ยกเว้นทางฝั่งตะวันตกที่ติดกับอาคารชุมชนเคหะซึ่งสูงขึ้นมาถึง 5 ชั้น

11

มุมมองไปทางทิศเหนือก็จะเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบไปอีกไกลเลย


:::: ตัวโครงการ ::::

IMG_3105

โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา เป็นคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มีทั้งหมด 252 ยูนิตบนพื้นที่ 4 ไร่เศษ ตัวโครงการเป็นคอนโดสไตล์ Danish Modern หรือสไตล์โมเดิร์นแบบ Minimalist จากทางเดนมาร์ก ภายใต้แนวคิดคอนโดอารมณ์บ้าน ด้วยหน้าห้องที่กว้างกว่าทำให้สามารถจัดพื้นที่ภายในห้องได้ลงตัวมากขึ้น พร้อมสวนส่วนกลางที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ตามฤดูกาลนานาชนิด ให้ความรู้สึกเหมือนกับสวนหลังบ้าน

 

IMG_4770

มาดูในส่วนของตัวโมเดลของโครงการกันค่ะ ตัวอาคารทั้ง 2 ของโครงการจะถูกวางขนานกับแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก

IMG_4781

มุมมองที่ฝั่งทิศเหนือของโครงการ ทางซ้ายมือคืออาคาร A ซึ่งจะซ้อนอยู่ด้านหลังอาคาร B ทางขวามือ ด้านนี้จะมีข้อดีหลักๆตรงที่ไม่โดนแดดในช่วงบ่ายมากนัก ซึ่งภายในห้องก็จะค่อนข้างเย็นเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ แต่ระเบียงของห้องจะหันหน้าเข้าหาถนนรัชดา -รามอินทรา แม้ว่าถนนเส้นนี้จะไม่ใช้ถนนสายหลัก รถสัญจรไปมาไม่เยอะมากแต่ก็จะได้รับฝุ่นควันและมลพิษทางเสียงบ้างเล็กน้อย

IMG_4777

ด้านทิศตะวันออกของโครงการก็เป็นด้านที่ดีอีกด้านหนึ่งเลยเพราะไม่โดนแดดในช่วงบ่ายตรงๆ อีกทั้งยังเป็นด้านอยู่ติดกับที่ดินเปล่า ซึ่งในอนาคตจะถูกสร้างเป็นโครงการบ้านเดี่ยว ยูนิตชั้นล่างๆก็จะยังพอมีความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบอยู่ค่ะ

IMG_4784

ด้านทิศใต้ของโครงการจะเป็นด้านที่โดนแดดตอนบ่ายแบบจังๆ แต่ตัวอาคารถูกวางไว้ให้เบนไปทางทิศตะวันออกหน่อยๆจึงช่วยให้หลบแดดได้บ้าง ถ้าใครที่เครซี่เรื่องการตากผ้าให้แห้งสนิทและชอบกลิ่นหอมอ่อนๆของแดดก็คงจะพอใจอยู่ค่ะ ด้านนี้มีข้อดีตรงที่เป็นด้านที่เงียบสงบ เพราะด้านหลังโครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2 ชั้นเกือบทั้งหมด อีกทั้งต้นไม้ที่ปลูกริมรั้วรอบๆโครงการก็จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้ยูนิตชั้นล่างๆได้ด้วย

IMG_4786

ด้านทิศตะวันตกของโครงการก็จะเป็นด้านที่โดนแดดช่วงบ่ายแบบจังๆเช่นกัน แต่เนื่องจากอยู่ติดกับอาคารชุมชนเคหะซึ่งสูง 5 ชั้น จึงอาจจะมี Shade จากอาคารข้างเคียงนี้มาช่วยบังแดดได้บ้าง แต่วิวในด้านนี้ก็คงไม่ดีเท่าด้านอื่นนะ

IMG_4773

มาดูโมเดลในมุมสูงกันบ้าง จะเห็นว่าอาคาร A และอาคาร B ถูกออกแบบมาคล้ายรูปตัว L วางเหลื่อมกันอยู่ ซึ่งระเบียงห้องที่หันมาชนกันนั้นจะมีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น การวางแบบนี้มีข้อดีตรงที่มีช่องให้ลมสามารถ Flow ผ่านไปได้ Shade ของแต่ละอาคารไม่มาทับกันจนทำให้ยูนิตภายในมืดทึบ แสงสว่างสามารถเข้าถึงได้ทุกยูนิต พื้นที่ว่างระหว่างอาคารถูกจัดให้เป็นสระว่ายน้ำ, Sunken seating และสวนส่วนกลาง สามารถเป็นวิวให้กับยูนิตภายในได้ด้วย ส่วนกลางที่ถูกล้อมด้วยตึกจะสามารถใช้งานได้เกือบจะตลอดเวลาเพราะมีเงาของตึกเป็น Shade ให้สามารถนั่งเล่นหรือว่ายน้ำได้อย่างเย็นสบาย แต่ช่วงหน้าหนาวน้ำก็คงจะเย็นไปเพราะไม่โดนแดด ก็อาจจะลงเล่นกันไม่ไหว (ซึ่งมีด้วยหรือหน้าหนาวในเมืองไทย 5555)

IMG_4779

จากแต่ละอาคารจะมี Cover way เดินมาถึงคลับเฮ้าส์ได้ ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ต้นไม้ภายในสวนจะเป็นต้นไม้ตามฤดูกาล หลักๆก็จะมีต้นกัลปพฤกษ์ปลูกไว้ที่รอบๆโครงการ และต้นทองกวาวที่อยู่ใจกลางสวน

 

2.Access

มาดูในส่วนของ Plan อาคารกันบ้าง ทางเข้า – ออกของตัวโครงการจะมีเพียงทางออกเดียวบนถนนรัชดา – รามอินทราโดยถูกวางอยู่บริเวณริมฝั่งซ้ายของไซท์ เส้นทางการเดินรถจะวนขวาตามเข็มนาฬิกาเข้าไปแล้วกลับออกมาที่ทางเข้า – ออกเดิม

2.1 project

ที่ชั้น G จะเป็นที่จอดรถทั้งแบบกลางแจ้งและใต้อาคารรวมทั้งหมด 183 ช่อง คิดเป็น 72.5% ของห้องพักอาศัย นับว่าให้มาค่อนข้างเยอะทีเดียว น่าจะเพียงพอต่อความต้องการ และส่วนมากก็คงจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกันอยู่แล้ว ดังที่กล่าวไปแล้วว่าพื้นที่ระหว่างตึก A และ B ก็จะเป็นส่วนกลางของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ, Sunken seating ในบ่อบัว, สวนพักผ่อน และคลับเฮ้าส์ ที่ชั้นล่างของคลับเฮ้าส์จะเป็น Lobby ที่ลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นหรืออ่านหนังสือได้ เยื้องไปทางฝั่งขวาของคลับเฮ้าส์ก็จะเป็นห้องน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของสระว่ายน้ำ

2.2 project

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องพักอาศัย ทั้ง 2 อาคารจะมีจำนวนห้องพักอยู่เท่าๆกัน ใน 1 ชั้นจะมีทั้งหมด 18 ห้องและลิฟท์โดยสารอีก 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมดต่อลิฟท์อยู่ที่ 63 : 1 นับว่าให้มาเพียงพอแล้ว เพราะโครงการเป็นคอนโดแบบ Low rise ด้วยจำนวนชั้นที่ไม่สูงมากทำให้ไม่ต้องยืนรอลิฟท์นาน ส่วนที่ชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์จะเป็น Fitness ซึ่งเป็นผนังกระจก สามารถ Take view จากสวนส่วนกลางได้เช่นกัน

2.3 project

ชั้น 3 ของโครงการก็จะไม่ต่างอะไรจากผังชั้น 2 ส่วนคลับเฮ้าส์ก็จะเป็นชั้นดาดฟ้า

2.4 project

ชั้น 4 – 7

2.5 project

ชั้น 8


:::: UNIT TYPE ::::

ห้องของโครงการจะมีอยู่ทั้งหมด 4 แบบด้วยกันได้แก่

  • 1 Bedroom (Type 1 A) : ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 B) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร
  • 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร
  • 2 Bedrooms (Type 2 A) : ขนาด 58.00 ตรม. หน้ากว้าง 10.5 เมตร

จุดเด่นของโครงการนี้คือมีหน้าห้องที่กว้างขวาง ทำให้การจัดห้องลงตัวมากขึ้นและได้ช่องแสงเพิ่มขึ้นด้วย ห้องจึงดูโปร่งโล่งและระบายอากาศได้ดี ทางโครงการขายห้องแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ของ SB Furniture จากการออกแบบของ SC Asset เรียกได้ว่าแค่ขนเสื้อผ้ามาก็เข้าอยู่ได้เลย เดี๋ยวเราจะไปดูผังพื้นของห้องแต่ละ Type กันเลย

1A-33.00

1 Bedroom (Type 1 A) : ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร

1B-43.00

1 Bedroom Plus (Type 1 B) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร

1BJ-43.00

1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) : ขนาด 43.00 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร

2A-58.00

2 Bedrooms (Type 2 A) : ขนาด 58.00 ตรม. หน้ากว้าง 10.5 เมตร


:::: บริเวณภายในโครงการ ::::

::: ซุ้มทางเข้าโครงการ :::

IMG_2957

เราได้ชมรายละเอียดของโครงการกันไปบ้างแล้ว คราวนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปชมบรรยากาศจริงของโครงการกันบ้าง

IMG_2958

การเข้า-ออกตัวโครงการนั้นจะต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัย นั่นก็คือ ป้อมรปภ.เป็นจุดตรวจ มีรั้วเลื่อนอัตโนมัติระบบ Access Card และ กล้อง CCTV

IMG_2961

กล้อง CCTV

IMG_2963

รั้วเลื่อนค่ะ ปกติจะเปิดด้วยระบบ Access Card

IMG_2965

ภาพมองย้อนกลับไปที่ซุ้มทางเข้าโครงการ

::: บริเวณภายในโครงการ :::

IMG_2966

จากซุ้มทางเข้า พอเข้ามาภายในโครงการแล้วก็จะมีทางแจกออกไปทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าจะเข้าอาคารจอดรถก็ให้เลี้ยวซ้ายวนไปตามเข็มนาฬิกา แต่ถ้าจะติดต่อสำนักงานขาย ให้เราเลี้ยวขวานะ

IMG_2972

รูปร่างหน้าตาอาคารด้านหน้า

IMG_2970

เดี๋ยวเราจะวนเข้าไปดูอาคารจอดรถกันก่อนค่ะ ตรงนี้เราต้องผ่านรั้วไม้กระดกอีกชั้นด้วยระบบ Access Card เหมือนเดิม

IMG_2969

เครื่องจับสัญญาณ Key Card ค่ะ

IMG_2973

ในส่วนของอาคารจอดรถ จะอยู่ที่ชั้น G เป็นพื้นที่ใต้อาคารทั้งหมด

IMG_2976

สามารถจอดรถได้ทั้ง 2 ฝั่งแบบนี้ ที่จอดรถมีทั้งหมด 183 ช่อง คิดเป็น 72.5% ของห้องพักอาศัย นับว่าให้มาค่อนข้างเยอะทีเดียวนะ หายากแล้วเดี๋ยวนี้ที่จะให้เยอะเท่านี้ค่ะ จากที่จอดรถก็จะมีประตูเชื่อมสู่ทางเดินเพื่อเข้าตัวอาคาร

IMG_2977

พื้นที่จอดมอเตอร์ไซค์ และพื้นที่จอดกลางแจ้งระหว่างอาคาร

IMG_2980IMG_2981

วนตามเข็มนาฬิกา เราก็จะกลับไปที่ทางเข้า-ออกเดิมค่ะ

IMG_2984

เราจะวนออกมาเจอ Clubhouse ทางด้านขวามือค่ะ

Clubhouse and Facilities

IMG_2989

หน้าตาของคลับเฮ้าส์จะเป็นสไตล์ Modern มีการเฉือนระแนงที่เป็น Facade บริเวณประตูทางเข้าออกให้มีรูปทรงคล้ายกับบ้าน แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็น Modern โดยเล่นให้รูปทรงดูไม่ Symmetry กัน ส่วนสีที่ใช้ก็จะเป็นสีออกโทนน้ำตาลให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็ดูหรูหราด้วยความเงาของตัววัสดุ

IMG_2990

เราเข้าไปดูภายในด้วยกันเลยค่ะ

IMG_2993

เข้ามาภายในคลับเฮ้าส์ ส่วนแรกที่เจอเลยจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานขายด้วยค่ะ

IMG_3026 IMG_3027

เคาน์เตอร์ด้านในสุดจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายนั่งประจำอยู่ คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโครงการ และพาชมห้องตัวอย่างค่ะ

IMG_3028

การจัดเฟอร์นิเจอร์รวมกับแสงที่ลอดผ่านระแนงและช่องแสงเข้ามาทำให้ได้บรรยากาศแบบสบายๆ น่านั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ

IMG_3031

ส่วนของผนังกระจกฝั่งซ้ายที่เห็น สามารถเปิดได้ทั้งหมด เพื่อเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำได้ด้วยนะคะ

IMG_3035

จากโถงนั่งเล่นจะมีบันไดทางขึ้นไปสู่ฟิตเนสที่ชั้น 2

IMG_3036

จากชานพักบันไดมองขึ้นไปที่ชั้น 2

IMG_3037

ขึ้นมาที่ชั้น 2 กันแล้ว พื้นที่ทั้งชั้นจะเป็นฟิตเนสทั้งหมดค่ะ

IMG_3042IMG_3043

ภายในฟิตเนส เน้นวัสดุไม้เป็นหลัก ดูอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ภายในมีเครื่องออกกำลังอย่างครบครัน

IMG_3044

ฝั่งริมกระจกจะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำด้วย มีลู่วิ่งไฟฟ้า และเครื่องเดินวงรีให้

IMG_3047

ส่วนอีกฝั่งมีเครื่องออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ และจักรยานไฟฟ้า

IMG_3052 IMG_3053

บริเวณริมกระจกเงาด้านใน จะมีชุดดัมเบล และม้านั่งราบเตรียมเอาไว้ให้

IMG_3056

ภาพมองย้อนกลับจากภายในห้อง

IMG_3049

ข้างๆประตูทางเข้าได้จัดเก้าอี้เอาไว้ให้ สำหรับนั่งพักคอยค่ะ

IMG_3064

เราออกไปดูสระว่ายน้ำ และ Sunken seat ข้างนอกกันต่อค่ะ โดยรอบได้จัดแลนสเคปเอาไว้อย่างสวยงามทีเดียว

IMG_3065

จุดแรกเป็น Sunken seat ล้อมรอบด้วยสระบัว

IMG_3100

ระดับพื้นด้านในจะอยู่ต่ำลงไป

IMG_3067

วิวระดับสายตาที่เห็นก็จะสูงขึ้นมาจากสระบัวเล็กน้อย ได้อีกบรรยากาศ

IMG_3070

มองย้อนกลับไป จะเห็นผนังกระจกของคลับเฮ้าส์ ที่สามารถเปิดเชื่อมกับสระว่ายน้ำค่ะ

IMG_3073

คราวนี้เราเดินไปดูที่สระว่ายน้ำกันต่อ

IMG_3074

ข้างๆสระจะมี Pool Deck ตั้ง Daybed ให้นอนพักผ่อนอาบแดด

IMG_3077

ข้างๆมี Shower สำหรับล้างตัวก่อนลงสระ

IMG_3072

สระว่ายน้ำมีแบ่งเป็นสระเด็ก และสระผู้ใหญ่ค่ะ เป็นสระระบบเกลือ โดยรวมสระมีขนาด 27 x 6.5 เมตร มีขนาดใหญ่มากๆ สามารถว่ายออกกำลังกายได้สบายๆเลย

IMG_3075

สระเด็กลึก 0.6 เมตร

IMG_3099

สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร มีบันไดเดินลงสระเป็นขั้นๆ ลงไป

IMG_3080

มองจากอีกฟากของสระย้อนกลับไป

IMG_3087

เรามาดูห้องน้ำกันต่อ ทางเข้าจะอยู่เลยจากจุดล้างตัวลงสระเล็กน้อย

IMG_3088

จะมีโถงแบ่งห้องฝั่งชาย-หญิง

IMG_3090

มองเข้าไปภายในห้องน้ำ

IMG_3091

จุดแรกเป็นอ่างล้างมือ มีให้ 2 อ่าง

IMG_3092

เข้าไปด้านในฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ ส่วนฝั่งขวามือคือตู้ล็อกเกอร์

IMG_3094

ตู้ล็อกเกอร์ค่ะ

wc

ภายในห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ

IMG_3062

เรากลับเข้ามาภายในคลับเฮ้าส์ จะมีประตูออกไปที่ทางเดินเชื่อมสู่อาคาร A และ B ค่ะ ที่ฝั่งซ้ายนี้จะเชื่อมสู่อาคาร A

IMG_3103

การเข้า-ออกจะต้องใช้ Key Card ด้วยนะคะ

IMG_2996IMG_2997

ออกมาจะเป็นทางเดินมีหลังคาคลุมแบบนี้ค่ะ 2 ข้างทางจัดสวนเอาไว้อย่างร่มรื่นสวยงาม

IMG_2999

บรรยากาศโดยรอบดีจริงๆ

IMG_3000 IMG_3001

จากทางเดินตรงนี้ สามารถเดินเชื่อมสู่สระว่ายน้ำได้เช่นกันค่ะ

IMG_3002

ฝั่งซ้ายมือข้างหน้านี้คือทางเข้าโถงลิฟท์ของอาคาร A ค่ะ เราจะต้องใช้ Key Card ในการเปิดประตูเข้าไป

IMG_3004

เข้ามาจะเจอโถงชั้นแรก เชื่อมสู่โถงลิฟท์ และห้องจดหมาย

IMG_3005

ภายในห้องจดหมายค่ะ

IMG_3006

ภายในโถงลิฟท์ มีลิฟท์โดยสารให้อาคารละ 2 ตัว ตกแต่งให้ดูสวยงาม และอบอุ่นด้วยวัสดุไม้

lift

ภายในลิฟท์โดยสาร ใช้ของ Hitachi สามารถรองรับได้ประมาณ 11 คนต่อเที่ยว

IMG_2934

ขึ้นมาสู่โถงลิฟท์ชั้นพักอาศัย การตกแต่งจะเรียบมากขึ้น เพื่อนำเข้าสู่ตัวห้อง

IMG_2932

ภายในโถงทางเดินก็สว่างดีค่ะ โถงกว้างประมาณ 1.4 เมตร กำลังดี

IMG_2929

ตามจุดต่างๆของโถงจะมีบันไดหนีไฟให้ตามกฎหมาย

IMG_2930

ภายในบันไดหนีไฟค่ะ

IMG_3060

กลับมาที่คลับเฮ้าส์ จะมีประตูฝั่งขวา สามารถเดินเชื่อมสู่อาคาร B

IMG_3011

จะมีโถงทางเดินมีหลังคาคลุมเชื่อมสู่ตัวอาคาร

IMG_3014

ใต้อาคาร B จะเป็นจุดที่มีออฟฟิศของช่าง และนิติบุคคล

IMG_3020

ฝั่งซ้ายที่เราเห็นอยู่คือห้องนิติบุคคลค่ะ ตรงกลางคือห้องจดหมาย และฝั่งขวาคือโถงลิฟท์

IMG_3022

ภายในห้องจดหมาย

IMG_3023

ทางเข้าโถงลิฟท์ ใช้ Key card ในการผ่านเข้า

IMG_2942

ภายในโถงลิฟท์ ตกแต่งเหมือนอาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวเหมือนเดิม


::: ห้องตัวอย่าง :::

วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน ลำดับเป็น 2 Bedrooms (Type 2A) และ 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) โดยห้องของทางโครงการจะขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์มาครบของ SB Furniture ภายใต้การออกแบบของ SC Asset มาดูรายละเอียดแบบเจาะลึกของห้องกันเลย

แบบ 2 Bedrooms (Type 2A)

2A-58.00

เริ่มต้นที่ห้องที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ คือห้อง 2 Bedrooms (Type 2A) ขนาด 58 ตรม. หน้ากว้างถึง 10.5 เมตร เมื่อเข้ามาภายในห้องที่ฝั่งขวาจะเป็นตู้เก็บของขนาดใหญ่ โถงกลางของห้องเป็นตัวแจกไปฝั่งซ้ายและขวา โดยพื้นที่รับประทานอาหารจะสามารถวางโต๊ะกินข้าวได้ถึง 4 ที่นั่ง ห้องครัวที่ได้จะเป็นครัวแบบปิด ช่วยกันกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เคาน์เตอร์ครัวถูกจัดให้เป็นรูปตัว L เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการปรุงอาหารให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ห้องนอนเล็กสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์หลักได้อย่างครบถ้วน และได้หน้าต่างภายในห้องด้วย ส่วนห้องนอน Master bedroom ก็จะมีขนาดที่กว้างขวางขึ้น จนสามารถวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตได้เลย

IMG_2687

เริ่มจากประตูทางเข้าห้องจะปิดผิวด้วยเมลามีนลายไม้ ที่บานมีตาแมวสามารถส่องดูคนที่ยืนอยู่หน้าห้องได้

dh

พร้อมอุปกรณ์มือจับประตูแบบก้านโยกมาตรฐาน

IMG_2692

ที่พื้นห้องทำธรณีประตูสูงขึ้นมาจบงานระหว่าง Finishing พื้นภายในห้อง และพื้นบริเวณโถงทางเดินเรียบร้อย

IMG_2695

มุมมองเข้าไปภายในห้องจะเห็นเลยว่าห้องดูโปร่งโล่งและกว้างขวาง ที่ฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนที่ฝั่งซ้ายจะเป็นตู้เก็บของ ตรงเข้าไปกลางโถงด้านในคือห้องนั่งเล่นค่ะ พื้นของห้องจะปูด้วยลามิเนตลายไม้ ส่วนผนังจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี

IMG_2697

ฝ้าเพดานภายในห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบสูง 2.5 เมตร สูงกว่า Chambers ตัวเก่าๆประมาณ 10 ซม. ดวงโคมทั้งหมดเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม

IMG_2702

มองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง จะติด Door stopper กันประตูกระแทกผนังเอาไว้ให้ด้วย แต่ต้องระวังอย่าเดินเตะเอานะ ฝั่งขวามือของประตูเราจะเห็นตู้เก็บของ 2 ตู้ค่ะ

bi1-1

ตู้แรกมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เลย สามารถเอาจักรยานเข้ามาเก็บได้เลยนะ ภายในห้องก็จะเป็นจุดซ่อนของตู้ Load center ทำให้ห้องดูเรียบร้อย ตัวบานเปิดของ Built – in ภายในห้องจะเป็นแบบ Soft – closed ทั้งหมดเพื่อกันการกระแทกของตัวบาน

IMG_2705

มือจับตู้เก็บของเป็นแบบนี้ค่ะ

IMG_2707

ภายในตู้ติดดวงโคมดาวน์ไลท์มาให้ด้วย

IMG_2709

ตู้ Load center ใช้ของ Schneider Electric

bi1-2

ส่วนอีกตู้จะทำเป็นหลายๆชั้น ใช้เก็บของที่ต้องการหยิบใช้ได้สะดวก

IMG_2700

มองกลับไปดูพื้นที่ห้องทานอาหาร

IMG_2715IMG_2716

ขนาดพื้นที่ตรงนี้จะสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้เลย

IMG_2719

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้มากับตัวห้องก็ตามนี้เลยค่ะ มีโต๊ะกินข้าว 1 ตัว, เก้าอี้ 2 ตัว และโซฟาแบบ Built – in พร้อมเบาะนั่ง

IMG_2722

มุมมองไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งจะติดอยู่กับระเบียงห้อง ห้องกว้างถึง 3 เมตร มีระยะจากชั้นวางทีวีถึงโซฟาประมาณ 1.75 เมตร ซึ่งเหมาะกับการดูทีวีจอขนาด 47 – 50 นิ้ว ถ้าติดทีวีแบบแขวนผนังก็จะสามารถดูทีวีขนาดจอที่ใหญ่กว่านี้อีกได้นิดหน่อยค่ะ

IMG_2726

ชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง และโต๊ะกาแฟนี้ก็จะได้มากับห้องด้วยค่ะ

IMG_2728

มองไปที่ฝั่งชั้นวางทีวี ผนังเหนือทีวียังสามารถทำชั้น Built – in เพิ่มเองเพื่อวางของได้อีก

fur1-1

ชั้นวางทีวีตัวนี้ก็ได้มากับห้องด้วยเช่นกัน ตัวตู้เป็นบานเลื่อนสามารถเลื่อนเปิดได้ 2 ด้าน

d1-1

มาดูในส่วนของระเบียงกันต่อ ประตูจะเป็นบานเลื่อนเปิดคู่ กรอบอลูมิเนียม ติดกระจกเขียวตัดแสง มือจับแบบเซาะร่องมาตรฐาน สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ

IMG_2736

มือจับบานประตูค่ะ

IMG_2734

เปิดออกไปที่ระเบียงมีความกว้างประมาณ 0.5 เมตร พื้นระเบียงลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย พอจะออกไปยืนรับลมได้ หรือระเบียงนี้อาจจะกลายเป็นราวตากผ้าไปในตัวเลยก็ได้นะ ใช้งานให้คุ้ม

IMG_2735

ระเบียงห้องนั่งเล่น จะเชื่อมกับระเบียงของห้องครัวด้วยค่ะ

IMG_2740

ภาพมองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง

IMG_2742

มาดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ ประตูห้องครัวจะอยู่ฝั่งซ้ายของห้องค่ะ

d1-2

ห้องครัวจะเป็นครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนกระจกลูกฟูกกั้นระหว่างห้อง

IMG_2745

พื้นภายในห้องครัวปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

IMG_2747

มุมมองเข้าไปภายในห้องครัว ผนังของห้องครัวก็จะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีนะ ดังนั้นบริเวณผนังหลังเคาน์เตอร์แนะนำให้กรุกระเบื้องหรือติดแผ่น Splash board จะได้สามารถเช็ดล้างคราบน้ำและคราบเขม่าควันออกได้ง่ายๆ

IMG_2751

มองจากอีกฝั่งย้อนกลับมาค่ะ จะเห็นว่าเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบ L shape ความกว้างทางเดินเหลืออยู่ประมาณ 0.8 เมตรซึ่งคนไซท์เอเชียก็ยังสามารถเดินผ่านได้สะดวกนะ

IMG_2752

ในส่วนปลายตัว L จะเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับเตรียมอาหารได้ ใต้เคาน์เตอร์จะเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าแต่จะสามารถวางได้เฉพาะเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเท่านั้น

bi1-3

ใต้ตัวเคาน์เตอร์ที่ได้ก็จะมีช่องเก็บของให้ตามภาพเลยค่ะ มีทั้งช่องสำหรับวางไมโครเวฟและเตาอบขนาดเล็กๆ, ช่องสำหรับใส่ช้อนส้อมและจานชาม และช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้อ่างล้างจาน

IMG_2764

ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำอีเดีย ได้มาพร้อมกับ Hob&Hood และ อ่างล้างจาน

IMG_2766

เตาเซรามิคขนาด 2 หัว ของ MEX

IMG_2767

พร้อม Hood ดูดอากาศ

IMG_2769

อ่างล้างจานแบบหลุมฝังเคาน์เตอร์มีขนาดกระทัดรัดค่ะ ใช้ของ MEX เช่นกัน

IMG_2770

พร้อมก๊อกล้างจานทรงสูง สามารถหมุนซ้าย-ขวาได้

bi1-6

ส่วนชั้นลอยเหนือเคาน์เตอร์ก็สามารถเก็บของได้เยอะอยู่ พวก Built – in ภายในห้องครัวทั้งหมดก็จะเป็นบานเปิดแบบ Soft closed ด้วยเช่นกัน

d1-3

ส่วนที่ติดประตูระเบียงจะเว้นพื้นที่เอาไว้ให้สามารถวางตู้เย็นได้พอดี ประตูระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน สามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ เหมาะสำหรับพื้นที่ๆแคบหน่อยเพราะจะสามารถเปิดประตูได้กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับประตูแบบ 2 ตอน

IMG_2775

ที่พื้นระเบียงจะลดระดับลงจากพื้นห้องครัวเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มีพื้นที่กว้างประมาณ 1 เมตร

IMG_2777

นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้าแล้วก็จะเป็นพื้นที่สำหรับวาง Compressor แอร์ของห้องด้วย ซึ่งห้อง 2 Bedrooms จะได้แอร์มาทั้งหมด 3 ตัวโดยตัว Compressor จะถูกแขวนขึ้นไปตามผนัง

IMG_2779

ภาพมองจากห้องครัวกลับออกมาที่โถงส่วนกลางของบ้าน ตรงกลางระหว่างห้องนั่งเล่น และโต๊ะทานข้าว ก็คือโถงห้องนอนค่ะ

IMG_2782

ส่วนโถงจะเชื่อมไปสู่ ห้องนอนเล็กฝั่งซ้าย ห้องนอนใหญ่ตรงกลาง และห้องน้ำฝั่งขวามือ

IMG_2784

เริ่มจากห้องน้ำก่อนค่ะ ประตูห้องน้ำจะใช้เป็นบาน UPVC

IMG_2785

มือจับแบบก้านโยกมาตรฐาน

IMG_2787

พื้นห้องน้ำจะทำธรณียกขึ้นมากันไม่ให้น้ำไหลย้อน

IMG_2789

ภายในห้องน้ำ พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.แบบผิวด้าน ผนังก็กรุด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. เช่นกัน

IMG_2792

ที่ฝั่งขวาของห้องจะวางอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ พร้อมติดกระจกเงาเต็มบานมาให้ตามภาพ ระยะผนังกว้างประมาณ 1.5 เมตร

lav

อ้างล้างมือจะเป็นแบบฝังเคาน์เตอร์สำเร็จรูปของ Mogen มีช่องให้เก็บของหรืออุปกรณ์สำหรับล้างห้องน้ำได้ ตรงนี้จะเป็นจุดเดียวที่ไม่ใช่บานเปิดแบบ Soft closed นะ

IMG_2797

อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยม ขนาดกำลังพอดี มีพื้นที่ให้วางขวดสบู่และแปรงสีฟันได้เล็กน้อย

IMG_2798

ก็อกน้ำล้างมือรูปทรงและขนาดจับได้ถนัดมือ ของ American Standard

IMG_2799

ข้างๆอ่างล้างมือจะติดปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้ เผื่อไว้สำหรับเสียบไดร์เป่าผมหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ของ Siemens ค่ะ

IMG_2801

ถัดเข้ามาจะเป็นโถสุขภัณฑ์แบบแยกชิ้นของ American Standard ระบบ Dual flush สามารถเลือกปริมาณและความแรงของน้ำได้ แต่ความกว้างของพื้นที่นั่งแอบแคบไปนิดนึง ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ๆอาจจะนั่งไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่

IMG_2802

ติดตั้งมาให้คู่กับสายฉีดชำระ

IMG_2803

และที่ใส่กระดาษชำระของ VRH

sh

หันมาที่ฝั่งซ้ายของห้องน้ำจะเป็นโซน Shower ลติดฉากกระจกกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยมาให้เรียบร้อย

IMG_2808

มือจับบานประตูเป็นปุ่มกลมๆ

IMG_2860

มีราวแขวนผ้าเช็ดตัวให้ข้างๆ

IMG_2809

ภายในโซน Shower จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำค่อนข้างกระทัดรัดกว้างประมาณ 1.0 x 0.7 เมตร ที่พื้นทำเป็นธรณีประตูสูงขึ้นมากั้นระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง

IMG_2810

ในโซน Shower จะมีชุดฝักบัวอาบน้ำแบบสายอ่อนไม่มีราวปรับระดับของ American standard ส่วนที่วางสบู่จะเจาะช่องที่ผนังเข้าไปแทน สามารถวางอุปกรณ์ในการอาบน้ำได้อย่างเพียงพอเลย

IMG_2811

หัวฝักบัวของ American standard มีขนาดพอดีมือใหญ่กำลังดี

IMG_2813

ส่วนฝ้าภายในห้องน้ำ เป็นฝ้าฉาบเรียบกันความชื้น ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม พร้อมติดพัดลมดูดอากาศมาให้

IMG_2815

เราเข้าไปดูห้องนอนเล็กกันต่อ ประตูห้องนอนใช้เป็นบาน HDF ค่ะ

IMG_2816

ในห้องนอนเล็กมีขนาดประมาณ 2.7 x 3.0 เมตร ข้อดีก็คือจะมีหน้าต่าง ซึ่งเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้า ที่หน้าต่างจะเป็นบาน Fixed และบานกระทุ้งอีก 1 บาน

IMG_2818

ภาพมองย้อนกลับจากภายในห้อง ให้เห็นภาพโดยรวม

IMG_2819

ภายในห้องจะได้เตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่งมาด้วยตามภาพ

IMG_2820

พร้อมโต๊ะข้างอีก 1 ตัว

IMG_2822

และได้ตู้เสื้อผ้า พร้อมชุดโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้

closet1-1

ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีราวแขวนเสื้อผ้า และลิ้นชักมาให้ ตามภาพนี้

IMG_2827

มือจับบานเปิดตู้เสื้อผ้าค่ะ เป็นรูปเกือกม้า จับได้สะดวก

IMG_2829

ชุดโต๊ะเครื่องแป้ง และเก้าอี้ที่ได้มาด้วย ยังเหลือพื้นที่ข้างๆ อีกหน่อย อาจจะหาชั้นเล็กๆ มาวางเป็นชั้นเก็บของหรือชั้นวางหนังสือก็ได้

IMG_2834

ระยะห่างระหว่างเตียงถึงตู้เสื้อผ้าเหลือเป็นพื้นทางเดินและพื้นที่ยืนแต่งตัวประมาณ 0.9 เมตร เพียงพอแล้ว

w1

หน้าต่างของห้องค่ะ มีขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้า เป็นบาน Fixed และบานกระทุ้ง

 

IMG_2832

มือจับแบบก้านโยกดังภาพ

IMG_2835

มาถึงห้องสุดท้ายกันแล้วค่ะนั่นก็คือห้องนอนใหญ่

IMG_2837

มองเข้าไปภายในห้อง มีขนาดที่กว้างขวางขึ้นมาจากห้องนอนเล็กอีกเท่าตัว และได้หน้าต่างมาทั้ง 2 ด้าน

IMG_2838

เมื่อวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตแล้ว ที่ฝั่งซ้ายจะเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัว 1.2 เมตร ส่วนฝั่งขวาจะเหลืออีก 0.7 เมตร ซึ่งห้องนี้จะวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ยังทำได้เลยนะ (เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็คือเตียงนอนขนาด 5 ฟุต และโต๊ะข้าง 2 ตัว ตามภาพเลยค่ะ)

IMG_2841

พื้นที่ปลายเตียงจะเหลือประมาณ 0.7 เมตร พอๆกับห้องที่แล้วเลย ก็ไม่ควรจะวางอะไรเพิ่มเติมแล้ว

IMG_2842

โดยเราแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังแทนนะ

IMG_2843

ซึ่งจุดนี้จะมีปลั๊กไฟและสายอากาศเตรียมมาให้เรียบร้อย ใช้ของ Siemens เหมือนเดิม

IMG_2847

ในส่วนของตู้เสื้อผ้า วางเอาไว้ที่ฝั่งขวาของเตียงนอน มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนเล็กเล็กน้อยค่ะ ประตูข้างๆคือห้องน้ำในตัว

closet1-2

ภายในตู้มีราวแขวนเสื้อผ้า และลิ้นชักเก็บของให้เหมือนเดิม

IMG_2854

ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ก็จะใช้แบบเดียวกันทั้งหมด การจัดวางสุขภัณฑ์จะวางไล่จากส่วนแห้งเข้าไปยังส่วนเปียก

IMG_2856

อ่างล้างมือแบบฝังเคาน์เตอร์สำเร็จรูปพร้อมก๊อกน้ำแบบเดิม

IMG_2858

โถสุขภัณฑ์ พื้นที่นั่งกว้างขวางขึ้นอีกค่ะ

IMG_2862

ส่วนพื้นที่ยืนอาบน้ำในโซน Shower ก็จะกว้างขึ้นอีก ขนาดประมาณ 1.5 x 0.9 เมตรเลย

IMG_2863

ภายในติดตั้งฝักบัวมาให้แบบเดิม

IMG_2864

ฝั่งตรงข้ามกับฝักบัว เจาะผนังทำชั้นวางสบู่ให้เรียบร้อย ข้อดีของห้องน้ำห้องนี้ก็คือ มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้ด้วย

แบบ 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ)

1BJ-43.00

มาต่อกันที่ห้อง 1 Bedroom Plus (Type 1 BJ) ขนาด 43 ตรม. หน้ากว้าง 7.5 เมตร ตัวย่อ BJ หมายถึง Juliet Balcony ก็คือหน้าต่างที่สูงจากพื้นจนสุดฝ้าเหมือนประตูระเบียง แต่จะมีระเบียงกันตกกั้นตรงขอบหน้าต่างเลย ไม่มีพื้นระเบียงให้เดินออกไปได้นะ ห้องทุก Type จะทำพื้นที่ของระเบียงไว้ไม่มากแล้วมาเพิ่มพื้นที่ภายในตัวห้องให้แทน เพราะระเบียงเป็นพื้นที่ๆถูกใช้งานน้อย

ขนาดของห้องนี้สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 2 – 3 คน ห้องที่เพิ่มขึ้นมาจะสามารถเป็นได้ทั้งห้องอเนกประสงค์และห้องนอน แต่ห้องนี้จะอยู่ด้านในฝั่งโถงทางเดินเลยไม่มีหน้าต่างให้ ภาพรวมภายในห้องสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ห้องครัวที่ได้จะเป็นครัวแบบปิด ช่วยกันกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เคาน์เตอร์ครัวถูกจัดให้เป็นรูปตัว L เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการปรุงอาหารให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

IMG_2865

ประตูทางเข้าห้องก็จะใช้วัสดุและอุปกรณ์แบบเดียวกับห้องที่แล้ว

IMG_2869

มุมมองเข้าไปภายในห้องจะเป็นโถงเล็กๆกว้างประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งจะช่วงสร้างความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยได้ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์ ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นห้องน้ำ พื้นของห้องจะปูด้วยลามิเนตลายไม้ ส่วนผนังจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ฝ้าเพดานภายในห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบสูง 2.5 เมตร ดวงโคมทั้งหมดเป็นดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม

IMG_2870

มองย้อนกลับมาที่โถงทางเข้าห้อง จะเห็นประตูห้องน้ำ และตู้เก็บของ อยู่ฝั่งทางซ้าย

bi2-1

ตู้เก็บของหน้าห้องจะแบ่งชั้น สำหรับวางของที่หยิบใช้ค่อนข้างบ่อย ภายในซ่อนตู้ Load Center เอาไว้ด้วย

IMG_2875

เข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อ

IMG_2876

ทั้งวัสดุและสุขภัณฑ์ ภายในห้องน้ำ และการจัดวาง จะไม่ต่างจากห้อง 2 Bedrooms เลยค่ะ ขอข้ามไปเลยนะ

IMG_2878

จากโถงทางเข้าห้อง มองเข้ามาภายในโถงใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนของห้องรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น

IMG_2884

มาดูที่ส่วนของห้องรับประทานอาหารกันก่อน ตรงนี้จะเป็นมุมผนังเข้าไปสามารถวางโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งได้พอดีๆ แต่ถ้ามี 3 คน เราก็สามารถต่อเก้าอี้เพิ่มได้อีก 1 ตัว และอาจจะทำโต๊ะให้มีส่วนที่สามารถพับเก็บได้เพิ่มเติม

IMG_2886 IMG_2885

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็คือชุดนี้เลยค่ะ มีโต๊ะ 1 ตัว และเก้าอี้อีก 2 ตัว

IMG_2889

มองไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งจะติดอยู่กับ Juilet Balcony ห้องกว้างถึง 3 เมตร มีระยะจากชั้นวางทีวีถึงโซฟาประมาณ 1.75 เมตรซึ่งเหมาะกับการดูทีวีจอขนาด 47 – 50 นิ้ว ถ้าติดทีวีแบบแขวนผนังก็จะสามารถดูทีวีขนาดจอที่ใหญ่กว่านี้อีกได้นิดหน่อยค่ะ

IMG_2891

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้มาก็คือ โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง และโต๊ะกาแฟ แบบเดียวกันค่ะ

IMG_2892

โต๊ะข้างตัวนี้ก็ได้มาเหมือนกันนะ

IMG_2893

องไปที่ฝั่งชั้นวางทีวี ชั้นวางทีวีแบบเดียวกับห้อง 2 Bedrooms ได้มาเช่นกัน

d2-1

มาดูในส่วนของ Juliet balcony กัน หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อน 3 ตอนมือจับแบบเซาะร่องมาตรฐานสามารถเลื่อนเปิดได้ตามภาพ ถ้าเป็นห้อง 1 Bedroom Plus ธรรมดาก็จะเป็นหน้าต่างบาน Fix และหน้าต่างบานกระทุ้งค่ะ

IMG_2897

จะเห็นว่าเมื่อเปิดหน้าต่างออกไปแล้วจะมีระเบียงกันตกขึ้นมากั้นเอาไว้ ไม่พื้นส่วนของระเบียง

IMG_2880

มาดูในส่วนของห้องครัวกันต่อ ห้องครัวจะเป็นครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนกระจกลูกฟูกกั้นระหว่างห้องเหมือนเดิม

IMG_2899

พื้นภายในห้องครัวปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม. ผนังฉาบเรียบทาสี ได้ชุดเคาน์เตอร์ครัวมาแบบเดิม พร้อมทั้ง Hob&Hood และ อ่างล้างจาน

IMG_2900

มองย้อนกลับ เคาน์เตอร์ส่วนปลายตัว L เป็นพื้นที่เตรียมอาหารเหมือนเดิม

IMG_2903

จากห้องครัวจะเชื่อมสู่พื้นที่ระเบียง

IMG_2905

ที่พื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มีพื้นที่กว้างประมาณ 1 เมตร พอๆ กัน

IMG_2904

นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้าแล้วก็จะเป็นพื้นที่สำหรับวาง Compressor แอร์ของห้องด้วย ซึ่งห้อง 1 Bedroom plus จะได้แอร์มาทั้งหมด 3 ตัวโดยตัว

IMG_2906

จากห้องครัวกลับออกมาที่โถงส่วนกลางของบ้าน ที่ฝั่งซ้ายคือห้องอเนกประสงค์ ส่วนฝั่งขวาคือห้องนอนค่ะ

d2-2

มาดูที่ห้องอเนกประสงค์กันก่อน ทางโครงการออกแบบให้ประตูทางเข้าห้องนี้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ตอนทั้งผนังเพื่อให้แสงสว่างจากภายในห้องสามารถเข้าสู่ตัวห้องได้

IMG_2910

ภายในห้องจะมีขนาดประมาณ 2.7 x 2.7 เมตร พื้นห้องก็ปูด้วยลามิเนตเหมือนกัน จริงๆแล้วห้องนี้เราจะจัดเป็นห้องนอนเล็กก็ได้นะคะ ตามห้องตัวอย่างได้จัดห้องนี้เอาไว้เป็นห้องนั่งเล่น ซึ่งจริงๆแล้วในห้องนี้จะสามารถวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่งได้เลย

IMG_2913

จากโต๊ะทำงานมาถึงโซฟาเหลือระยะอยู่ 90 ซม. โซฟาตัวนี้มีความกว้างประมาณ 3 ฟุตครึ่งซึ่งเราสามารถนำเตียงมาวางแทนได้เลยหากต้องการให้ห้องนี้เป็นห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้อง แต่ทางโครงการไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์ยกเว้นตู้เสื้อผ้าในห้องมาให้นะคะ เพราะลูกบ้านต้องเป็นคนเลือกเองว่าอยากให้ห้องนี้เป็นห้องอะไร

closet2-1

ที่ฝั่งขวาของห้องใกล้ทางประตูเข้า – ออกจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built – in มาให้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กว้างประมาณ 0.8 เมตร ข้างบนก็ยังสามารถวางของเพิ่มได้อีกนะ

IMG_2918

มาดูที่ห้องนอนใหญ่กันต่อ ประตูห้องนอนจะเป็นบาน HDF เหมือนเดิมค่ะ

IMG_2920

ภายในห้องนี้จะได้เตียงนอนขนาด 5 ฟุตมา พร้อมโต๊ะข้างอีก 1 ตัว หน้าต่างภายในห้องจะเป็นบาน Fixed และ บานกระทุ้ง เหมือนห้อง 2 Bedrooms

IMG_2922

ระยะโดยรอบเตียงก็ยังสามารถเดินผ่านได้สบายๆค่ะ

IMG_2923

ส่วนระยะปลายเตียงจะเหลือเป็นทางเดินอยู่ประมาณ 0.7 เมตร สามารถเดินผ่านหรือทำเตียงได้สะดวก แต่ไม่ควรวางอะไรเพิ่มแล้วนะ ถ้าจะติดตั้งทีวี แนะนำให้ใช้ทีวีแบบแขวนผนังค่ะ

IMG_2925

ตู้เสื้อผ้าจะถูกวางเอาไว้ที่ฝั่งซ้ายของเตียงค่ะ

IMG_2926

ซึ่งตู้ที่ได้ จะมีขนาดเท่ากับห้องนอนใหญ่ ของห้อง 2 Bedrooms เลย


:::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (กุมภาพันธ์ 2561) ::::

วัสดุโดยรวม

  • พื้นภายในห้อง : พื้นไม้ลามิเนต
  • พื้นห้องน้ำและพื้นห้องครัว : กระเบื้องขนาด 60×60 ซม.
  • พื้นระเบียงและพื้นตู้เก็บของ : กระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.
  • ผนังภายใน : ผนังฉาบเรียบทาสี
  • ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องขนาด 60×60 ซม.
  • ประตูทางเข้าห้อง : ประตูบานไม้ปิดผิวด้วยเมลามีน มือจับแบบก้านโยก
  • ประตูห้องน้ำ : ประตูบาน UPVC
  • ประตูห้องนอน : ประตูบาน HDF
  • ประตูห้องอเนกประสงค์ : ประตูบานเลื่อนกระจก
  • ประตูห้องครัว : ประตูบานเลื่อนกระจกลูกฟูก
  • ประตู – หน้าต่างภายนอก : บานเลื่อน, บานกระทุ้ง และบาน Fixed อลูมิเนียมกระจก

ห้องน้ำ และสุขาภิบาล

  • สุขภัณฑ์ และ Accessories : American standard,VRH และ Mogen

งานไฟฟ้า

  • ตู้ Load Center : Schneider electric
  • สวิตช์ และปลั๊กไฟ : Siemens
  • อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย : Heat detector, Smoke detector และ Sprinkle ตามมาตรฐาน
  • ดวงโคมทั่วไป : ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม
  • ดวงโคมในห้องน้ำ : ดวงโคมดาวน์ไลท์กล่องสี่เหลี่ยม
  • ไฟระเบียง : ไฟกิ่ง

เฟอร์นิเจอร์

  • ตู้เก็บของ Built – in
  • ชุดโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้นั่ง
  • ชุดโซฟา ประกอบด้วย โซฟา, โต๊ะกาแฟ และชั้นวางทีวี
  • ชุดเคาน์เตอร์ครัว ประกอบด้วย เคาน์เตอร์ครัวท็อปหินแกรนิตสีดำอินเดีย, ตัวเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยเมลามีนบานเปิดแบบ Soft closed และชั้นเก็บของเหนือเคาน์เตอร์ Built – in
  • อ่างล้างจาน, ก๊อกน้ำ, เตาเซรามิคขนาด 2 หัว และฮูดดูดควัน จาก MEX
  • เตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตและขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก) พร้อมโต๊ะข้างหัวเตียง
  • ชุดโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนเล็กของห้องนอน 2 Bedrooms
  • ตู้เสื้อผ้า Built – in ในห้องนอนทุกห้อง
  • แอร์ภายในห้อง 2 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom และ 3 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom Plus ขึ้นไป

***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ


:::: ราคา (กุมภาพันธ์ 2561) ::::

แบบ 1 Bedroom (Type 1 A)

– ขนาด 33.00 ตรม. หน้ากว้าง 5.5 เมตร

– สิทธิ์ที่จอดรถ 1 สิทธิ์

– ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท

 

  • ค่ากองทุน 550 บาท/ตรม.
  • ค่าส่วนกลาง ตร.วาละ 55 บาท/เดือน

***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


:::: สรุป ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา ตั้งอยู่ในโซนชานเมืองบนถนนรัชดา – รามอินทราซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เป็นโซนที่พักอาศัยในแนวราบเกือบทั้งหมด เป็นโครงการบ้านจัดสรร ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, คอนโดมิเนียม และโฮมออฟฟิศ มีความเงียบสงบซึ่งภาพจะต่างออกไปจากคอนโดมิเนียมในตัวเมืองที่โดยรอบจะค่อนข้างคึกคัก และมีการสัญจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก การกินอยู่ใช้สอยจะเกิดขึ้นด้วยระยะเดินเพียงนิดเดียว

ย่านนี้จะตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบ แต่ไม่อยากเสียเวลาดูแลบ้านมาก ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ก็นับว่ารองรับการอยู่อาศัยให้มีความสะดวกสบายพอสมควร เพราะในย่านนี้จะมีทั้งห้างสรรพสินค้า, Community mall, Hypermarket, ร้านอาหาร และตลาดนัดให้เลือกไปเดินได้ตามถนนเส้นต่างๆใกล้เคียงกับตัวโครงการ โดยจะสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปได้สะดวก ตรงข้ามกับตัวโครงการเองก็จะมี The Junction เป็น Community mall สามารถหาของกินของใช้ได้สะดวก ไม่ต้องขับรถออกไปไกล

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่าสะดวกสบายเพราะตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนเกษตร – นวมินทร์และถนนรามอินทรา ซึ่งถนนทั้ง 2 สายนี้เป็นถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าเมือง ทั้ง 2 เส้นนี้จะตัดกับถนนนวมินทร์ซึ่งสามารถใช้วิ่งลงไปเชื่อมกับถนนลาดพร้าวย่านบางกะปิเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้อีกทาง ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และวงแหวนกาญจนาภิเษกอีกด้วย

จากทำเลในย่านนี้ยังสามารถเดินทางไปยังโซนนอกเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณใกล้เคียงอย่าง มีนบุรี, รามอินทรา, หลักสี่, เกษตร – นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน) ได้สะดวก

การเดินทางโดยรถสาธารณะ การเดินทางหลักๆจากบริเวณทำเลโครงการส่วนมากจะพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเพราะปัจจุบันบนถนนรัชดา – รามอินทรายังมีรถประจำทางผ่านไม่เยอะมากนัก การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ภายในปี 2563 ก็คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรีก็จะสร้างเสร็จ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นสถานีวงแหวนตะวันออก ห่างจากตัวโครงการออกไปประมาณ 5 กม. ซึ่งก็จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นเยอะ

การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการ แชมเบอร์ส เฌอ รัชดา – รามอินทรา เป็นคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น ทั้งหมด 252 ยูนิตแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ระดับราคา Economy class เฉลี่ยตรม.ละ 69,000 บาท โดยขายแบบ Fully Furnished สามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาพร้อมอยู่ได้เลย ซึ่งราคานี้ก็จะเบาลงมาหน่อยจากโครงการ แชมเบอร์ส รามอินทรา แต่ก็จะมีพื้นที่ใช้สอยที่ลดตามลงมาหน่อยเช่นกัน เนื่องจากโครงการเน้นผู้อยู่อาศัยที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักจึงได้ทำช่องจอดรถเอาไว้ 183 ช่องคิดเป็น 72.5 % ของห้องพักอาศัยโดยยังไม่รวมการจอดแบบซ้อนคัน ถือว่าให้มาอย่างเหมาะสมทีเดียว

ตัวโครงการออกแบบโดยวางอาคารทั้ง 2 ให้เหลื่อมกัน ระยะไม่ประชิดกันจนเกินไป ไม่ค่อยมีห้องที่ประชันหน้ากันซึ่งจุดนี้ถือว่าดีมากๆ เพราะทำให้เกิดความเป็นส่วนของลูกบ้านแต่ละยูนิตเหมือนกับอยู่อาศัยในบ้าน โดยจะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 126 ยูนิตต่อ 1 อาคาร มีอัตราส่วนห้องพักอาศัยต่อลิฟท์โดยสารอยู่ที่ 63 : 1 เท่านั้น ถือว่าพอเพียงและไม่แออัด

ส่วนห้องแต่ละ Type ก็ถูกออกแบบมาให้มีหน้าห้องที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้ภายในห้องได้รับแสงจากธรรมชาติอย่างทั่วถึง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็สามารถทำได้ลงตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับห้องที่มีหน้าแคบแต่ลึก จุดที่ดีอีกอย่างของห้องในโครงการนี้ก็คือจะลดพื้นที่ในส่วนระเบียงลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นเพื่อมาเพิ่มพื้นที่ภายในห้องให้กว้างขวางขึ้น ด้วยการดีไซน์หน้าต่างห้องแบบ Juliet balcony ทำให้ลูกบ้านสามารถเปิดหน้าต่างรับลมชมวิวจากภายในห้องได้โดยไม่ต้องเสียเป็นพื้นที่ระเบียงไป

ส่วนวัสดุ, สุขภัณฑ์ และเฟอร์นิเจอร์ที่ได้มากับตัวห้องก็ได้มาตรฐานดี ถือว่ามีความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถือว่าให้มาครบครัน แบบ Indoor ก็จะมีคลับเฮ้าส์ที่ชั้นล่างเป็น Lobby สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนที่ชั้น 2 ก็จะเป็นฟิตเนส ภายในคลับเฮ้าส์สามารถ Take View จากสวนพักผ่อน, บ่อบัวพร้อม Sunken seating, สระว่ายน้ำยาว 27 เมตรพร้อม Pool Deck และ Day bed ได้ บริเวณภายในสวนถูกจัด Landscape ด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ตามฤดูกาลหมุนเวียนกันไป ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเองเลย ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับคอนโดแบบ Low rise ที่ระดับราคา Economy class

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยก็จะประกอบไปด้วยกล้อง CCTV, Security guard ตลอด 24 ชม. พร้อมทั้ง Access card สำหรับเข้าสู่ตัวอาคารและระบบ Key card ภายในลิฟท์แบบระบุชั้น ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ

นอกจากนี้ทางโครงการยังบริการรถ Shuttle bus ให้แก่ลูกบ้านด้วย


:::: คะแนน ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ 7.0 อยู่บนถนนรัชดา – รามอินทรา ในโซนชานเมือง มีความเงียบสงบมากกว่าและไม่สะดวกสบายเท่าคอนโดมิเนียมในตัวเมืองทั่วไป
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว 8.4 สามารถเดินทางได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่ที่สามารถใช้เดินทางทั้งขาเข้าเมืองและขาออกจากเมืองได้ง่าย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก
การเดินทางโดยรถสาธารณะ 7.0 ยังไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านหน้าโครงการเท่าไรนัก แต่โครงการจะมีบริการรถ Shuttle bus และเป็นโซนที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าถึง (ในปี 2563) จึงช่วยเพิ่มคะแนนขึ้นมาได้อีกหน่อย
บ้านและวัสดุ 8.4 โครงการขายแบบ Fully Furnished อย่างครบครัน วัสดุและสุขภัณฑ์ได้มาตรฐาน ซึ่งขายในเรทราคา Economy class
สิ่งอำนวยความสะดวก 8.3 สิ่งอำนวยความสะดวกถือว่าครบครันทีเดียว
ความคุ้มค่ากับราคา 8.0 โครงการเหมาะสำหรับครอบครัวขยายขนาด 2 – 3 คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวขับ ที่มีงบประมาณไม่สูงมากนัก เดิมอาจจะอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับตัวโครงการ
คะแนนรวมเฉลี่ย 7.85 ดี

:::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ::::

CALL CENTER : 1749

สำนักงานขาย : 092 – 997 – 9978

WEBSITE : http://www.scasset.com/th/project/detail.aspx?id=85

แสดงความคิดเห็น