
🏡 บ้านที่ไม่ได้คิดแค่ “วันนี้” แต่เผื่อพื้นที่ไว้ให้ครอบครัวเติบโตไปด้วยกัน 🌴✨
.
วันนี้ Homenayoo พาไปชม ‘Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี’ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น จาก บมจ.ศุภาลัย ที่มาพร้อมแบบบ้านให้เลือกหลากหลายถึง 7 แบบ เน้นพื้นที่ใช้สอยกว้าง ฟังก์ชันยืดหยุ่น รองรับตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลาย Generation พร้อมเทคโนโลยีสำหรับบ้านยุคใหม่ และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่จัดมาให้ครบทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวค่ะ 👨👩👧👦
.
📍 ทำเลใกล้ตัวเมืองสุพรรณบุรี ตัวโครงการติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 และอยู่ใกล้ถนนวงแหวนสุพรรณบุรี 🚗 เดินทางด้วยรถส่วนตัวได้สะดวก ทั้งเข้าเมือง ไปทำงาน รับ-ส่งลูก หรือเชื่อมต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง รอบโครงการยังมีทั้งศูนย์การค้า 🛍️ ตลาด 🥬 โรงพยาบาล 🏥 สถานศึกษา 🏫 และหน่วยงานราชการ รองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างครบ
.
🌴 ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี’ พัฒนาภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกความสุข ชีวิต…เริ่มต้นที่นี่” บนพื้นที่โครงการขนาดประมาณ 86-2-76.2 ไร่ จำนวนบ้านทั้งหมด 384 หลัง มีทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Tropical Oriental Series ให้เลือกมากถึง 7 แบบ
.
🏠 บนที่ดินเริ่มต้น 36-50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยประมาณ 135-350 ตร.ม. ฟังก์ชันรองรับตั้งแต่ 3-4 ห้องนอน, 3-6 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว และที่จอดรถ 3-6 คัน มีตัวเลือกตั้งแต่บ้านสำหรับครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงบ้านหลังใหญ่ที่รองรับสมาชิกหลายคนและการอยู่อาศัยแบบ Multi-Generation ได้ค่ะ
.
🛋️ จุดเด่นของแบบบ้านคือพื้นที่ใช้สอยที่จัดมาให้กว้าง พร้อมฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นตามจำนวนสมาชิกและช่วงวัยของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น Common Area แบบ Open Plan, ห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ, Family Area รวมถึงพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องเด็กเล่น หรือพื้นที่สำหรับกิจกรรมของครอบครัวได้ตามต้องการ
.
💡 บ้านทุกหลังยังให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน ตัวบ้านก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา พร้อมระบบ Home Automation เพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัย และเตรียมระบบรองรับการติดตั้ง EV Charger ⚡🚙 ให้พร้อมสำหรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
.
🌳 ส่วนกลางจัดมาให้ถึง 3 สวน 3 สไตล์ ขนาดประมาณ 1 ไร่/สวน กระจายอยู่ภายในโครงการ ทั้ง Welcome Garden สำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน, Adventure Garden ที่เพิ่มพื้นที่สนุก ๆ ให้เด็ก ๆ และ Pet Family Garden สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง 🐶🐱
.
🏊♀️ Clubhouse 2 ชั้น สไตล์ Tropical Oriental รวมฟังก์ชันมาให้ครบ ทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ขนาด Half Olympic แยกสระเด็ก พร้อม Pool Terrace, Fitness พร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Matrix 💪, Lobby, Co-Working Space 💻 และ Play Zone 🧸 ให้สมาชิกแต่ละวัยมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมในแบบของตัวเอง
.
🔐 ด้านความปลอดภัย ทางเข้า-ออกเป็นระบบ Double Gate หรือประตู 2 ชั้น พร้อมระบบ LPR อ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ ติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณ Main Gate และจุดต่าง ๆ ภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม.
.
💰 ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท*
.
ใครกำลังมองหาบ้านในสุพรรณบุรีที่อยากได้ทั้งพื้นที่บ้านกว้าง แบบบ้านมีให้เลือกเยอะ ฟังก์ชันรองรับครอบครัวได้หลายช่วงวัย และมีพื้นที่ส่วนกลางครบในโครงการเดียว 🏡💚 วันนี้ Homenayoo จะพาเข้าไปชมบรรยากาศจริง พร้อมเจาะรายละเอียดแบบบ้านและฟังก์ชันต่าง ๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามไปชมพร้อมกันเลยค่ะ 👇✨
.
💵 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : supalai.ly/4pBIpyR
.
📍 สอบถามข้อมูลและโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่
📲 Tel : 1720
💬 Line : https://lin.ee/tNRNuUu
.
👉 อ่านรีวิวทั้งหมดคลิก : https://www.homenayoo.com/supalai-palm-springs-suphan-buri/
.
____________________
📌 ติดตาม Homenayoo เพิ่มเติมได้ที่
💻 Website ▶ www.Homenayoo.com
💬 Facebook ▶ homenayoo.fc
🎬 YouTube ▶ Youtube.com/@Homenayoo
🎶 Tiktok ▶ Tiktok.com/@homenayoo
EP.xxxx รีวิว ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี Supalai Palm Springs Suphan Buri บ้านเดี่ยว บ้านแฝดซีรีส์ใหม่ ติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก ใกล้ Robinson และ Lotus’s เริ่ม 4.39 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านทุกคน วันนี้ Homenayoo ขอพาไปชมโครงการ ‘Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี’ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น สไตล์ Tropical Oriental Series จาก บมจ.ศุภาลัย โครงการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวในหลากหลายช่วงวัย ด้วยแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง ฟังก์ชันยืดหยุ่น พร้อมนำเทคโนโลยีสำหรับบ้านยุคใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้ครบทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัวค่ะ
โครงการตั้งอยู่บนทำเลใกล้ตัวเมืองสุพรรณบุรี ติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 และอยู่ใกล้ถนนวงแหวนสุพรรณบุรี ทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวค่อนข้างคล่องตัว สามารถเข้าไปยังตัวเมืองสุพรรณบุรี รวมถึงเชื่อมต่อออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก รอบ ๆ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างครบ ทั้งศูนย์การค้า ตลาด โรงพยาบาล สถานศึกษา และหน่วยงานราชการ ช่วยให้ทั้งการไปทำงาน รับ-ส่งลูก ซื้อของเข้าบ้าน หรือทำธุระต่าง ๆ ในแต่ละวันไม่ต้องเดินทางไกลค่ะ
ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี พัฒนาภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกความสุข ชีวิต…เริ่มต้นที่นี่” บนพื้นที่โครงการขนาดใหญ่ประมาณ 86-2-76.2 ไร่ จำนวนบ้านทั้งหมด 384 หลัง มีแบบบ้านให้เลือกมากถึง 7 แบบ ครอบคลุมทั้งบ้านแฝด 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินเริ่มต้น 36-50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยประมาณ 135-350 ตร.ม. ฟังก์ชันรองรับตั้งแต่ 3-4 ห้องนอน, 3-6 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว และที่จอดรถ 3-6 คัน จึงมีตัวเลือกตั้งแต่บ้านสำหรับครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงบ้านหลังใหญ่ที่รองรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนได้ค่ะ
ในด้านการออกแบบ บ้านทุกหลังมาในสไตล์ Tropical Oriental Series ที่นำกลิ่นอายของงานสถาปัตยกรรมเขตร้อนมาผสมผสานกับเส้นสายที่ดูร่วมสมัย พร้อมให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันภายในบ้าน เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามไลฟ์สไตล์และจำนวนสมาชิกที่เปลี่ยนไปในอนาคต
ตัวบ้านก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา พร้อมติดตั้งระบบ Home Automation มาให้ทุกหลัง และเตรียมระบบรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยให้บ้านพร้อมรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันมากขึ้น
พื้นที่ส่วนกลางถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการ โดยจัดสวนสาธารณะขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร่ มาให้ถึง 3 สวน 3 สไตล์ กระจายอยู่ภายในโครงการ รองรับทั้งการเดินเล่น ออกกำลังกาย และกิจกรรมกลางแจ้งของสมาชิกทุกวัย พร้อม Clubhouse 2 ชั้น สไตล์ Tropical Oriental ที่รวมฟังก์ชันการพักผ่อนและกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่เดียว
ภายใน Clubhouse มีสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ขนาด Half Olympic แยกสระเด็ก พร้อม Pool Terrace สำหรับนั่งพักผ่อนริมสระ, Fitness พร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Matrix, Lobby สำหรับนั่งเล่นและพบปะพูดคุย, Co-Working Space รองรับการทำงานหรือประชุม รวมถึง Play Zone สำหรับเด็ก ๆ เรียกได้ว่ามีพื้นที่ให้สมาชิกในครอบครัวเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องออกไปหากิจกรรมนอกโครงการบ่อย ๆ
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มี Double Gate หรือประตูทางเข้า-ออก 2 ชั้น พร้อมระบบ LPR สำหรับอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณ Main Gate และจุดต่าง ๆ ภายในโครงการ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม. ทั้งหมดนี้มาในราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท*
สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ในสุพรรณบุรี อยากได้โครงการขนาดใหญ่ที่มีแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย พื้นที่ส่วนกลางครบ และอยู่ในทำเลที่ยังเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก เดี๋ยววันนี้ Homenayoo จะพาไปชมบรรยากาศจริงภายในโครงการ พร้อมเจาะรายละเอียดแบบบ้านและฟังก์ชันต่าง ๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามไปชมพร้อมกันเลยค่ะ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://supalai.ly/4pBIpyR
| ชื่อโครงการ | ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ สุพรรณบุรี Supalai Palm Springs Suphan Buri |
| เจ้าของโครงการ | บมจ.ศุภาลัย / Supalai |
| ลักษณะโครงการ | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น |
| พื้นที่โครงการ | 86-2-76.2 ไร่ |
| จำนวนบ้าน | 384 หลัง |
| เนื้อที่บ้าน | เริ่มต้น 36 ตร.ว. ขึ้นไป |
| พื้นที่ใช้สอย | เริ่มต้น 135-350 ตร.ม. |
| จำนวนห้อง | 3-4 ห้องนอน, 3-6 ห้องน้ำ |
| ที่จอดรถทั้งหมด | 2-3 คัน |
| โซน | สุพรรณบุรี |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ถ.สุพรรณบุรี-ป่าโมก (หมายเลข 33) ต.ไผ่ขวาง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี |
| กำหนดการ | เปิดขาย 1-2 ส.ค. 69 |
| ปีที่สร้างเสร็จ | บ้านพร้อมอยู่บางส่วนปี 69 |
| ราคา | เริ่ม 4.39-10 ล้าน* (ส.ค. 69) |
| ค่าส่วนกลาง | 30 บาท/ ตร.ว./ เดือน |
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง | ห้างสรรพสินค้า-ตลาด
สถานศึกษา
โรงพยาบาล
สถานที่ราชการและอื่น ๆ
*ระยะทางวัดจากโครงการไปยังจุดหมายปลายทาง* |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
|
| Tel | 1720 |
| Line | https://lin.ee/tNRNuUu |
| Website | https://supalai.ly/4pBIpyR |
ถ.สุพรรณบุรี-ป่าโมก (หมายเลข 33) ต.ไผ่ขวาง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/v4ccoBnu5UmCWbK57
ทำเลที่ตั้งของโครงการ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี อยู่ติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 ในโซนที่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุพรรณบุรี และยังอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนสุพรรณบุรี ทำให้ได้ข้อดีทั้งในเรื่องการเดินทางและบรรยากาศการอยู่อาศัย ตัวโครงการอยู่ในโซนรอบเมืองที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่ใจกลางเมือง แต่ขณะเดียวกันก็ยังสามารถขับรถเข้าไปใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในตัวเมืองได้ไม่ไกลค่ะ
ภาพรวมพื้นที่รอบโครงการเป็นย่านชุมชนและที่อยู่อาศัยที่กระจายตัวสลับกับพื้นที่เปิดโล่ง ความหนาแน่นจึงไม่สูงมาก บรรยากาศค่อนข้างเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบบ้านแนวราบ ขณะเดียวกันตามแนวถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมกก็มีร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ กระจายอยู่เป็นระยะ ส่วนการจับจ่ายหรือทำธุระที่ต้องการตัวเลือกมากขึ้นก็สามารถขับรถเข้าไปยังตัวเมืองสุพรรณบุรีได้สะดวกค่ะ
ในด้านความอุดมสมบูรณ์ ตัวเมืองสุพรรณบุรีเป็นแหล่งรวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ตลาด และศูนย์การค้าหลักของจังหวัด เช่น Robinson Lifestyle สุพรรณบุรี, Lotus’s สุพรรณบุรี และ Makro สุพรรณบุรี รวมถึงร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นที่มีให้เลือกตลอดเส้นทาง จึงรองรับทั้งการซื้อของใช้ประจำวันและการจับจ่ายในช่วงวันหยุดได้ค่อนข้างครบค่ะ
นอกจากนี้ยังมีบริการด้านสุขภาพรองรับหลายแห่ง ทั้ง รพ.พรชัย, รพ.ศุภมิตร และ รพ.เจ้าพระยายมราช ซึ่งสามารถเดินทางจากโครงการเข้าไปใช้งานได้ไม่ไกล ขณะที่ครอบครัวที่มีลูกก็มีสถานศึกษาให้เลือกหลายระดับกระจายอยู่รอบตัวเมือง เช่น รร.สหวิทย์, รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี และ ม.สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี ทำให้การรับ-ส่งลูกในแต่ละวันค่อนข้างสะดวก และไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปไกลจากโซนที่อยู่อาศัยมากนัก
ทำเลของ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี จึงเหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว คนที่ต้องการแยกออกมามีบ้านเป็นของตัวเอง หรือครอบครัวเดิมในพื้นที่ที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ จุดเด่นคือยังอยู่ใกล้ตัวเมืองและเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ง่าย แต่ได้บรรยากาศการอยู่อาศัยที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป เหมาะกับการเลือกเป็นบ้านสำหรับอยู่อาศัยในระยะยาวค่ะ
การเดินทางโดยรถส่วนตัว : ถือเป็นจุดเด่นของทำเลนี้ค่ะ เนื่องจากหน้าโครงการติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก สามารถขับรถเข้า-ออกโครงการแล้วเดินทางต่อได้ทันที ไม่ต้องผ่านซอยย่อยหลายต่อ และยังอยู่ใกล้ถนนวงแหวนสุพรรณบุรี ช่วยให้เลือกเดินทางได้หลายทิศทาง ทั้งการเข้าเมืองสุพรรณบุรี การเดินทางไปยังอำเภอรอบ ๆ รวมถึงการเชื่อมต่อออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก
หากต้องการเข้าไปยังตัวเมืองสุพรรณบุรี สามารถใช้ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมกมุ่งหน้าเข้าเมืองได้โดยตรง เชื่อมต่อไปยังโซนศูนย์กลางของเมืองที่มีทั้ง Robinson Lifestyle สุพรรณบุรี, Lotus’s สุพรรณบุรี, รพ.เจ้าพระยายมราช รวมถึงสถานที่ราชการและแหล่งงานต่าง ๆ จึงเหมาะกับคนที่ต้องเดินทางเข้าเมืองเป็นประจำ ทั้งเพื่อทำงาน รับ-ส่งลูก หรือทำธุระในชีวิตประจำวัน
สำหรับการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สามารถเชื่อมเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 340 หรือถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากสุพรรณบุรีลงมายังโซนบางบัวทองและนนทบุรี ก่อนเชื่อมต่อถนนกาญจนาภิเษก หรือวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ จากจุดนี้สามารถกระจายเข้าสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกได้ทั้งโซนบางใหญ่ ตลิ่งชัน บรมราชชนนี และพุทธมณฑล หรือใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ รอบกรุงเทพฯ ได้อีกทางค่ะ
อีกเส้นทางคือใช้ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 จากหน้าโครงการมุ่งหน้าไปทางป่าโมก เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายถนนฝั่งอ่างทองและอยุธยา จากนั้นสามารถเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย และเดินทางต่อมายังบางปะอิน ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ทางฝั่งรังสิตและดอนเมืองได้ จึงมีเส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ ให้เลือกมากกว่าหนึ่งทาง สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดหมายและสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลาได้ค่ะ
ส่วนการเดินทางออกต่างจังหวัดก็ทำได้ค่อนข้างคล่องตัว จากทางหลวงหมายเลข 33 สามารถมุ่งหน้าไปยังอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ก่อนเชื่อมถนนสายเอเชียขึ้นไปทางสิงห์บุรี ชัยนาท และจังหวัดทางภาคเหนือต่อได้ ขณะที่อีกฝั่งสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 340 จากสุพรรณบุรีขึ้นไปทางชัยนาท และเชื่อมต่อเส้นทางขึ้นสู่ภาคเหนือได้เช่นกัน
หากเดินทางไปทางฝั่งนครปฐม สามารถเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 321 หรือถนนมาลัยแมน ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างสุพรรณบุรี-นครปฐม และยังเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนไปทางกาญจนบุรี ราชบุรี รวมถึงพื้นที่ภาคตะวันตกได้สะดวก ทำให้ตำแหน่งของโครงการไม่ได้เหมาะเฉพาะกับการเดินทางภายในสุพรรณบุรีเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดที่สามารถกระจายการเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และขึ้นสู่ภาคเหนือได้หลายเส้นทางค่ะ
สำหรับความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการถือว่าค่อนข้างสะดวกค่ะ เพราะนอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุพรรณบุรีแล้ว ใกล้ ๆ โครงการยังมีร้านค้า ตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการกระจายตัวอยู่หลายแห่ง การใช้ชีวิตประจำวันจึงไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปถึงใจกลางเมืองทุกครั้ง ขณะที่วันไหนต้องการซื้อของเข้าบ้านแบบจริงจัง หรือพาครอบครัวไปเดินเล่น ก็สามารถขับรถเข้าเมืองได้ในระยะทางไม่ไกล
เริ่มจากของกินของใช้ใกล้บ้านกันก่อน เพียง 300 ม.* จากโครงการมีตลาดไผ่ขวาง เหมาะกับการแวะซื้ออาหารสด ของกิน และของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นที่อยากซื้อของกลับเข้าบ้านแบบง่าย ๆ จุดนี้ถือว่าสะดวกเพราะไม่ต้องเสียเวลาขับรถเข้าเมือง ส่วนร้านค้าและร้านอาหารอื่น ๆ ก็มีให้เห็นกระจายตัวตามแนวถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมกอยู่เป็นระยะค่ะ
ถ้าต้องการตัวเลือกในการจับจ่ายที่มากขึ้น ขับรถเข้าไปทางตัวเมืองก็มีศูนย์การค้าและห้างขนาดใหญ่ให้เลือกหลายแห่ง ทั้ง Robinson Lifestyle สุพรรณบุรี และ Lotus’s สุพรรณบุรี ใช้เป็นจุดซื้อของ ทานอาหาร หรือพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดได้ ส่วนการซื้อของเข้าบ้านครั้งละเยอะ ๆ ก็มี Makro สุพรรณบุรี รองรับอีกแห่งค่ะ
สำหรับคนที่ซื้อบ้านแล้วมีแผนตกแต่ง ต่อเติม หรือจัดสวน ก็มีร้านเกี่ยวกับบ้านอยู่ในโซนเดียวกันทั้ง HomePro x Mega Home สุพรรณบุรี และไทวัสดุ สุพรรณบุรี ทำให้การหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง หรืออุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านทำได้ค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องเดินทางออกไปซื้อถึงจังหวัดอื่น
อีกหนึ่งข้อดีของทำเลนี้คือมีสถานศึกษาอยู่รอบโครงการหลายแห่ง และมีให้เลือกตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย โรงเรียนที่อยู่ใกล้มีทั้ง รร.สหวิทย์, รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี, รร.สุพรรณภูมิ, รร.สงวนหญิง และ รร.กรรณสูตศึกษาลัย ทำให้ครอบครัวที่มีลูกมีตัวเลือกเรื่องโรงเรียนค่อนข้างหลากหลาย และช่วยให้การรับ-ส่งลูกในแต่ละวันไม่ต้องเดินทางออกไปไกลจากโซนที่อยู่อาศัยมากนักค่ะ
ระดับมหาวิทยาลัยก็มีอยู่ในพื้นที่เช่นกัน ทั้ง ม.สวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี และ ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี รวมถึง รร.สาธิตละอออุทิศ สุพรรณบุรี ทำให้โซนนี้มีสถานศึกษารองรับหลายช่วงวัย และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การอยู่อาศัยของครอบครัวในระยะยาวสะดวกขึ้น
ด้านการแพทย์ก็ถือว่าอุ่นใจ เพราะจากโครงการสามารถเดินทางเข้าไปยังโรงพยาบาลหลัก ๆ ในตัวเมืองได้ไม่ไกล มีทั้ง รพ.พรชัย, รพ.ศุภมิตร และ รพ.เจ้าพระยายมราช จึงมีทั้งโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลของรัฐให้เลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษาทั่วไป นัดพบแพทย์ หรือกรณีที่ต้องเข้ารับบริการทางการแพทย์แบบเร่งด่วนก็เดินทางได้สะดวกค่ะ
ส่วนสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะรวมตัวอยู่ในโซนตัวเมืองสุพรรณบุรีเช่นกัน มีทั้ง อบจ.สุพรรณบุรี, สำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี, สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี และศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี การติดต่อราชการ ทำใบขับขี่ ต่อทะเบียนรถ หรือทำธุระต่าง ๆ จึงสามารถขับรถจากบ้านไปจัดการได้สะดวก
นอกจากนี้ยังมี บขส. สุพรรณบุรี เป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสารไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงสนามกีฬาแห่งที่ 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้พื้นที่รอบโครงการมีองค์ประกอบที่รองรับการใช้ชีวิตค่อนข้างครบ ตั้งแต่การจับจ่าย การเรียน การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการเดินทางและการติดต่อราชการ โดยส่วนใหญ่สามารถขับรถจากโครงการเข้าไปใช้งานได้สะดวกค่ะ
*ระยะทางวัดจากโครงการไปยังจุดหมายปลายทาง*
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/v4ccoBnu5UmCWbK57
ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ⇒ กลับรถ ⇒ ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก ⇒ 2.4 กม.* ถึงโครงการ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี ทางฝั่งซ้ายมือ
วันนี้เราเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ขับตรงมาบนถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ผ่าน Robinson Life Style สุพรรณบุรีไปค่ะ
ขับตรงไปบนถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี
ตรงมาจนเจอกับ Lotus’s สุพรรณบุรี ให้เราชิดขวาเตรียมกลับรถ
กลับรถด้านหน้า
จากนั้นเบี่ยงซ้ายออกตามป้ายไปป่าโมก
เบี่ยงซ้ายออกทางคู่ขนานฯ ตรง Toyota Sure ค่ะ
ตรงมาตรงแยกป่าโมก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก
ขับตรงไปอีก 2.4 กม.*
ขับตรงไปบนถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก
ผ่านเมืองเหน่อ มาร์เก็ต ที่มี MR. DIY และ 7-Eleven รวมถึงร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ค่ะ
ผ่านตลาดไผ่ขวาง
ผ่าน 7-Eleven และ CJ More ให้ชิดซ้าย
ตรงมาไม่เกิน 200 ม.* จะเจอกับทางเข้าโครงการฝั่งซ้ายมือ
ถึงโครงการ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี แล้วค่ะ
ภาพมุมสูงที่ตั้งโครงการ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนพื้นที่โครงการขนาดประมาณ 86-2-76.2 ไร่ จำนวนรวม 384 ยูนิต โดยตัวโครงการมีขนาดค่อนข้างใหญ่และวางตัวลึกเข้าไปจากถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 ค่ะ
จากภาพจะเห็นว่าพื้นที่รอบโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นที่ดินเปล่าและพื้นที่เปิดโล่ง โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างและด้านหลังโครงการ จึงไม่ได้รายล้อมด้วยอาคารหรือชุมชนที่หนาแน่นมากนัก ให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างโปร่ง เหมาะกับการพัฒนาเป็นโครงการบ้านแนวราบขนาดใหญ่
ขณะที่บริเวณด้านหน้าโครงการและตามแนวถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมกจะมีชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อกระจายตัวอยู่เป็นระยะ ทำให้ภาพรวมของทำเลยังมีความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะตลาดไผ่ขวางที่อยู่ใกล้โครงการเพียงประมาณ 300 ม.* สามารถแวะซื้ออาหารและของใช้ต่าง ๆ ได้ง่ายค่ะ
รอบโครงการ
ด้านหน้าโครงการอยู่ติดถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก หรือทางหลวงหมายเลข 33 โดยใกล้ ๆ กันมีทั้ง CJ More, 7-Eleven และตลาดไผ่ขวาง เปิดให้บริการอยู่ในระยะไม่เกิน 300 ม.* ช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อของกิน ของใช้ และอาหารสดในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องขับรถเข้าไปถึงตัวเมืองค่ะ
ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ สลับกับร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ตามแนวถนน
บริเวณด้านหน้าติดตั้งป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก พร้อมจัด Landscape ด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว สร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้า และสื่อถึงคอนเซ็ปต์ ‘Palm Springs’ ของโครงการได้เป็นอย่างดีค่ะ
จากถนนใหญ่จะมีระยะ Setback เข้าไปยังซุ้มประตูโครงการอยู่พอสมควร ช่วยเว้นระยะพื้นที่พักก่อนเข้าสู่โซนพักอาศัยด้านใน รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากฝุ่นและเสียงของรถยนต์บนถนนหน้าโครงการ พร้อมเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านพักอาศัยด้านในมากขึ้น
Main Gate ออกแบบเชื่อมต่อเป็นส่วนเดียวกับอาคาร Clubhouse ด้านข้าง มาในสไตล์ Tropical Oriental โดยนำ Element ที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านเรือนไทยในจังหวัดสุพรรณบุรีมาประยุกต์เข้ากับงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ใช้โทนสีน้ำตาลและวัสดุลายไม้เป็นหลัก ให้ Mood & Tone ที่ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และกลมกลืนไปกับพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ ค่ะ
ตัว Main Gate มีขนาดใหญ่ พร้อมหลังคาคลุมทั้งฝั่งรถเข้าและรถออก รองรับการใช้งานได้สะดวกทั้งช่วงแดดและฝน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Gate หรือประตู 2 ชั้น โดยด่านแรกเป็นไม้กระดกอัตโนมัติ ก่อนผ่านเข้าสู่ประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติด้านในอีกชั้นค่ะ
ทางเข้า-ออกแบ่งช่องสำหรับลูกบ้านและผู้มาติดต่อออกจากกันอย่างชัดเจน ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการยังติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณ Main Gate และจุดต่าง ๆ ภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม. ช่วยควบคุมการเข้า-ออกและดูแลพื้นที่ส่วนกลางของโครงการค่ะ
ทางเข้า-ออกแบ่งช่องสำหรับลูกบ้านและผู้มาติดต่อออกจากกันอย่างชัดเจน
สำหรับลูกบ้านสามารถเข้า-ออกผ่านระบบ LPR หรือระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนในการผ่านเข้าโครงการ
บริเวณทั้งฝั่งรถเข้าและรถออกยังมีประตูพร้อมทางเดินสำหรับคนเดินเท้าแยกออกจากช่องรถยนต์ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน
ผ่าน Main Gate เข้ามาจะเชื่อมต่อกับถนนเมนกว้าง 16 ม. รองรับรถยนต์ขับสวนกันได้สะดวก
โดยบริเวณด้านหน้าโครงการจะเป็นที่ตั้งของ Clubhouse และสวนสาธารณะจุดแรกขนาดประมาณ 1 ไร่ ทำให้โซนส่วนกลางหลักอยู่ใกล้กับทางเข้าและแยกออกจากพื้นที่พักอาศัยด้านในได้ค่อนข้างเป็นสัดส่วน
เริ่มจาก Clubhouse ที่ออกแบบในสไตล์ Tropical Oriental เช่นเดียวกับ Main Gate เลือกใช้วัสดุโทนสีเทาผสมกับวัสดุลายไม้ ทำให้ภาพรวมของอาคารดูกลมกลืนกับ Main Gate และ Landscape รอบโครงการ
ทางขึ้นอาคารมีทั้งบันไดปกติและทางลาด รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ผู้ใช้ Wheelchair และครอบครัวที่มีรถเข็นเด็กค่ะ
ขึ้นมาที่ชั้น 1 จะเจอกับโถงส่วนกลางขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายเป็นสระว่ายน้ำและ Pool Terrace ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องน้ำส่วนกลาง ขณะที่ด้านหน้าเป็นบันไดเชื่อมต่อขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 2
ริมสระจัดเป็น Semi-Outdoor Pool Terrace อยู่ใต้ชายคาของอาคาร ทำให้นั่งพักผ่อนได้โดยไม่ต้องรับแดดโดยตรง พร้อมจัด Sunbed มาให้ 4 ตัว และโต๊ะข้างสำหรับวางของ สามารถนั่งพักหลังว่ายน้ำ หรือนั่งดูเด็ก ๆ เล่นน้ำได้สบาย ๆ ค่ะ
สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำแร่ ความยาวประมาณ 25 ม. รองรับการว่ายออกกำลังกายแบบจริงจังได้ และยังแยกสระเด็กออกมาเป็นสัดส่วน
โดยตำแหน่งสระเด็กอยู่ติดกับ Pool Terrace ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถนั่งพักและดูแลเด็ก ๆ ได้อย่างใกล้ชิด
รอบบริเวณสระมีการจัดสวนแนวตั้ง ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพรางสายตาจากพื้นที่รอบ ๆ ทำให้บรรยากาศขณะใช้งานดูเป็นส่วนตัวและผ่อนคลายขึ้น
ส่วนด้านข้างมีจุดล้างตัวก่อนลงสระเป็น Rain Shower จำนวน 2 ชุดค่ะ
อีกฝั่งเป็นห้องน้ำส่วนกลางที่แยกห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง และห้องน้ำ Disabled ออกจากกันชัดเจน
ห้องน้ำ Disabled มีพื้นที่รองรับการใช้งาน Wheelchair พร้อมสุขภัณฑ์และราวจับช่วยพยุงติดตั้งมาให้ครบ
ห้องน้ำหญิงตกแต่งพื้นและผนังในโทนสีสว่าง ให้บรรยากาศสะอาดตา ภายในมีทั้งเคาน์เตอร์อ่างล้างมือพร้อมกระจก ห้องสุขา และห้องอาบน้ำ รวมถึงหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่สำหรับช่วยรับแสง
ส่วนห้องน้ำชายได้ฟังก์ชันในลักษณะเดียวกัน พร้อมเพิ่มโถสุขภัณฑ์ชายเข้ามาค่ะ
ขึ้นไปด้านบนชั้น 2 กันต่อค่ะ
ขึ้นมาบนชั้น 2 จะรวมพื้นที่สำหรับการทำงาน พักผ่อน และออกกำลังกายไว้ในชั้นเดียว ประกอบด้วย Lobby, Fitness, Co-Working Space และ Play Zone โดยแต่ละส่วนแบ่งพื้นที่ใช้งานออกจากกันชัดเจน ทำให้สามารถรองรับลูกบ้านหลายกลุ่มเข้ามาใช้งานพร้อมกันได้
ซ้ายมือเป็น Co-Working Space (ในอนาคตจะปรับเป็นห้องนิติบุคคล)
ภายในออกแบบด้วยเพดานสูงทรงจั่ว พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่รอบด้าน ทำให้พื้นที่ภายในดูโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี
ปัจจุบันจัดชุดโซฟารับรองและโต๊ะทำงานขนาดใหญ่มาให้ สามารถใช้รับรองแขก นั่งทำงาน เรียนพิเศษ หรือประชุมออนไลน์ได้ค่ะ
บนชั้น 2 นี้ จะมีห้องน้ำส่วนกลางให้ใช้งานด้วย 1 ห้องค่ะ
ตรงข้ามกันจะเป็น Fitness
Fitness ขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้เครื่องออกกำลังกายจาก Matrix ภายในโดดเด่นด้วยผนังกระจก Full Height รอบด้าน เปิดรับทั้งวิวสระว่ายน้ำและสวนสีเขียว ทำให้ระหว่างออกกำลังกายได้บรรยากาศที่เปิดโล่งและไม่รู้สึกอึดอัด



ฝั่ง Weight Training มีชุด Dumbbell หลายน้ำหนัก, Sit-up Bench และ Multi-Function Machine รองรับการฝึกกล้ามเนื้อได้หลายส่วน


ส่วนฝั่งที่เปิดรับวิวสระจัดเป็น Cardio Zone มีทั้ง Treadmill, Exercise Bike และ Elliptical ให้เลือกใช้งาน พร้อมม้านั่งสำหรับพักระหว่างออกกำลังกายค่ะ
ตัวห้อง Fitness ยังได้ความโปร่งจากหลังคาทรงจั่วและการเล่นไฟ LED บริเวณเพดาน ช่วยเพิ่มมิติให้พื้นที่และทำให้บรรยากาศของห้องออกกำลังกายดูน่าใช้งานมากขึ้น
ต่อเนื่องขึ้นไปเป็น Lobby แบบเล่นระดับ
พื้นที่ส่วนนี้จัดเป็น Open Space สำหรับการนั่งพักผ่อนและรับลมธรรมชาติ ผนัง 2 ด้านใช้กระจก Full Height เปิดรับมุมมองทั้งด้านหน้าและภายในโครงการ พร้อมจัดชุดโต๊ะและเก้าอี้รับรองไว้หลายรูปแบบ สามารถเลือกนั่งพักหรือพูดคุยกันได้ตามจำนวนผู้ใช้งานค่ะ
Play Zone ขนาดใหญ่ ผนังห้องเป็นกระจก 2 ด้าน ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและผู้ปกครองสามารถมองเห็นกิจกรรมภายในได้ง่าย


จาก Play Zone มองกลับออกมาที่ Lobby
จาก Clubhouse เราไปต่อกันที่สวนสาธารณะจุดแรกขนาดประมาณ 1 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Welcome Garden ซึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับสมาชิกทุกวัย
ภายในมีทางเดินสำหรับเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายเบา ๆ พร้อมพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่ทั่วสวน
ภายในมีสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นสนามขนาดใหญ่ โดยเลือกใช้พื้น EPDM ช่วยลดแรงกระแทกขณะเด็ก ๆ วิ่งเล่นหรือทำกิจกรรม
พร้อมจัดม้านั่ง ชิงช้า สำหรับนั่งพักผ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ ทำให้ผู้ปกครองสามารถพาเด็กออกมาเล่นพร้อมนั่งพักอยู่ใกล้ ๆ ได้ค่ะ
บริเวณกลางสวนเป็นสนามหญ้าเปิดโล่งขนาดใหญ่ รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งวิ่งเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันของครอบครัว รวมถึงสามารถพาน้องหมาและน้องแมวออกมาเดินเล่นได้ด้วย
ถัดมาจะมี Pavilion สำหรับนั่งเล่นในสวนให้อีกมุม
บรรยากาศภาพรวมสวนสาธารณะจุดแรกของโครงการ
จากสวนมองไปอีกฝั่งจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานขาย ที่ตั้งอยู่ที่แบบบ้านศุภราช บ้านเดี่ยวหลังใหญ่สุดของโครงการ

ถัดมาจะเป็นซอยที่ตั้งของบ้านตัวอย่าง ที่มีให้ชมอีก 5 แบบค่ะ

ขยับเข้ามายังบริเวณกลางโครงการจะเจอกับสวนสาธารณะจุดที่ 2 ขนาดประมาณ 1 ไร่ ซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศมาในคอนเซ็ปต์ Adventure
ภายในยังคงมีทางเดินสำหรับเดินเล่นและออกกำลังกาย พร้อม Pavilion ทรงจั่วสำหรับนั่งพักผ่อนอีก 2 จุด
พื้นที่สำหรับเด็กของสวนนี้จะเน้นกิจกรรมในแนว Adventure มากขึ้น โดยมุมนี้จะมีหอคอยพร้อมสไลเดอร์จัดเตรียมไว้ให้ค่ะ
มีลานสำหรับเล่นจักรยานขาไถแยกมาให้อีกหนึ่งโซน ทำให้เด็ก ๆ มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมที่แตกต่างจากสนามเด็กเล่นใน Welcome Garden และช่วยกระจายการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางไปยังบริเวณกลางโครงการค่ะ
นอกจากสวนทั้ง 2 จุดที่พาไปชมแล้ว ภายในโครงการยังมีสวนสาธารณะขนาดประมาณ 1 ไร่ จุดที่ 3 ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด Pet Family และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยจะเพิ่มพื้นที่สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงให้สามารถพาน้อง ๆ ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้อีกจุด
เมื่อรวมพื้นที่ทั้ง 3 สวนเข้ากับ Clubhouse จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการไม่ได้รวมทุกกิจกรรมไว้เพียงบริเวณเดียว แต่กระจายฟังก์ชันพักผ่อนออกไปตามส่วนต่าง ๆ ของโครงการ และแต่ละสวนยังมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน ทั้ง Welcome Garden, Adventure และ Pet Family ทำให้รองรับกิจกรรมของสมาชิกได้หลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงค่ะ
โครงการ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี จะเป็นโครงการรูปแบบบ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 1 แบบ และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 6 แบบ รวมทั้งโครงการมีแบบบ้านให้เลือก 7 แบบ ดังนี้ค่ะ
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
วันนี้เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
จุดเด่นของบ้านและวัสดุมาตรฐานที่ลูกค้าจะได้รับมีดังนี้ค่ะ
เริ่มกันที่แบบบ้าน ศุภธิชา บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยประมาณ 150 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในบ้านจัดมาให้ครบสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วย 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องครัว และที่จอดรถ 2 คัน โดยแบ่งพื้นที่ใช้งานภายในบ้านออกเป็นสัดส่วน รองรับทั้งพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน และพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัวได้อย่างลงตัวค่ะ
งานสถาปัตยกรรมภายนอกออกแบบมาในสไตล์ Tropical Oriental ที่ผสมผสานบรรยากาศอบอุ่นของบ้านในเขตร้อนเข้ากับรายละเอียดและเส้นสายที่มีกลิ่นอายของศิลปะตะวันออก รูปทรงบ้านดูเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ ใช้โทนสี Warm Tone อย่างสีขาวและสีน้ำตาลเป็นหลัก ช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูอบอุ่น สบายตา และเข้ากับบรรยากาศการอยู่อาศัยแบบครอบครัวได้ดี
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับช่องเปิดและหน้าต่างรอบตัวบ้าน เพื่อช่วยรับแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายใน พร้อมช่วยให้อากาศสามารถหมุนเวียนได้ดีขึ้น เหมาะกับสภาพอากาศแบบเมืองร้อน และยังช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่งและสว่างมากขึ้นในช่วงกลางวันค่ะ
ด้านโครงสร้างบ้านก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้าน มีส่วนช่วยให้บ้านไม่สะสมความร้อนมากจนเกินไป และช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศในระยะยาว พร้อมเพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัยด้วยระบบ Home Automation และเตรียมระบบรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ให้ตัวบ้านพร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ได้มากขึ้นค่ะ
แปลนบ้านชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถยนต์ได้ 2 คัน พร้อมประตูรองเชื่อมสู่ในตัวบ้าน ติดกันจะเป็นชานพัก ม้านั่งหน้าบ้าน และประตูทางเข้าหลัก พอเข้าไปในบ้านจะเจอกับ Common Area แบบ Open Plan ที่รวมห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารไว้ด้วยกันติดกับมุมทานอาหารจะเป็นห้องครัวปิด เชื่อมกับลานซักล้างหลังบ้านได้ ซ้ายมือเป็นโถงบันได พื้นทีเก็บของใต้บันได และห้องน้ำชั้นล่าง ที่มีส่วนแห้ง ส่วนเปียกให้ครบ
แปลนบ้านชั้น 2 ฝั่งหน้าบ้านเป็นห้องนอนใหญ่ ความกว้างเต็มหน้าบ้าน ภายในแยกโซนพักผ่อน และ Walk-in Closet ไว้คนละฝั่ง โดยห้องนี้จะมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานสะดวก ฝั่งหลังบ้านเป็นห้องนอนรองอีก 2 ห้อง ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และตรงกลางโถงบ้านจะเป็นห้องน้ำส่วนกลาง อยู่ใกล้กับห้องนอนรอง ทำให้เดินออกมาใช้งานได้สะดวกค่ะ
บ้านหลังนี้จะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ โดยพื้นที่ด้านหน้าบ้านแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเป็นชานพักพร้อมประตูทางเข้าหลักสำหรับเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน
ส่วนอีกฝั่งเป็นที่จอดรถในร่ม เชื่อมต่อกับประตูทางเข้ารอง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกบ้านจากที่จอดรถได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนหย่อมรอบตัวบ้าน สามารถจัดเป็นสวนสีเขียว ปลูกต้นไม้ หรือเพิ่มมุมนั่งเล่น Outdoor เล็ก ๆ ได้ตามต้องการค่ะ
พื้นที่จอดรถเป็นโครงสร้างแบบ Slab on Ground สำหรับบ้านมาตรฐานจะเทพื้นคอนกรีตปาดเรียบ พร้อมตัด Joint เพื่อช่วยควบคุมรอยแตกร้าวของพื้น รองรับการจอดรถยนต์ในร่มได้ 2 คัน ด้านบนมีชายคาคลุมพื้นที่จอดรถ ช่วยกันแดดและฝน พร้อมติดตั้งโคมไฟให้แสงสว่างมาให้ 2 ดวง รองรับการใช้งานในช่วงกลางคืนได้สะดวกค่ะ
ภายในที่จอดรถมีการเตรียม Junction Box สำหรับรองรับการติดตั้ง EV Charger มาให้เรียบร้อย ช่วยให้เจ้าของบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในภายหลังได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินระบบใหม่ให้ยุ่งยากค่ะ
ประตูทางเข้ารองจากที่จอดรถเป็นประตูบานทึบ มือจับก้านโยก พร้อมช่องแสงบานฟิกซ์ด้านข้าง 1 บาน ช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน และตำแหน่งประตูอยู่ติดกับที่จอดรถ ทำให้เวลาซื้อของหรือถือสัมภาระกลับเข้าบ้านก็สามารถเข้าทางนี้ได้สะดวก
จากโรงจอดรถมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังสวนหย่อมข้างบ้านและลานซักล้างด้านหลัง ทำให้สามารถเดินรอบตัวบ้านได้โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ภายใน
บริเวณข้างบ้านมีทั้งปลั๊กไฟแบบกันน้ำและก๊อกสนามติดตั้งมาให้ รองรับการใช้งานภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการต่อสายยางรดน้ำต้นไม้ ล้างพื้น หรือดูแลสวนได้สะดวก
ถัดมาด้านหลังบ้านเป็นลานซักล้างที่เชื่อมต่อกับห้องครัวไทยภายในบ้านโดยตรง พื้นที่บริเวณนี้มีการยกพื้นพร้อมทำขอบกั้นน้ำ และปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกกันลื่นมาให้เรียบร้อย รวมถึงเตรียมระบบน้ำและระบบไฟไว้พร้อมใช้งาน สามารถจัดวางเครื่องซักผ้า ทำเป็นโซน Laundry หรือใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานซักล้างต่าง ๆ ได้ค่ะ
ติดกับลานซักล้างมีประตูกระจกบานเลื่อนอีกจุดที่สามารถเปิดเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้โดยตรง ช่วยให้การใช้งานระหว่างพื้นที่ Indoor และ Outdoor ต่อเนื่องกันมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาทำงานบ้านหรือขนของเข้า-ออกบริเวณหลังบ้านค่ะ
เดินวนมายังพื้นที่ข้างบ้านอีกฝั่ง จะมีเฉลียงที่เปิดรับกับสวนข้างบ้าน สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น Outdoor วางชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจิบกาแฟรับลมได้ และยังมีประตูเปิดเชื่อมจากเฉลียงเข้าสู่พื้นที่รับประทานอาหารภายในบ้าน ทำให้สามารถใช้งานพื้นที่สวนและพื้นที่ภายในร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
กลับมาที่ด้านหน้าบ้านจะเป็นชานพักและประตูทางเข้าหลัก บริเวณผนังข้างประตูติดตั้งโคมไฟดีไซน์ Classic มาให้ 1 คู่ นอกจากช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับ Facade ของบ้านแล้ว ยังให้แสงสว่างบริเวณทางเข้าในช่วงกลางคืนได้อีกด้วย
ชานพักหน้าบ้านปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกกันลื่นลายหินโทนสีน้ำตาลเต็มพื้นที่ พร้อมก่อม้านั่งกรุหินแกรนิตสีดำมาให้ สามารถใช้นั่งใส่รองเท้าก่อนออกจากบ้าน หรือปรับเป็นมุมนั่งพักผ่อน รับลม จิบกาแฟในช่วงเช้าก็ได้ เป็นการเพิ่มฟังก์ชันให้พื้นที่หน้าบ้านสามารถใช้งานได้มากกว่าการเป็นเพียงทางเข้า-ออก
ประตูทางเข้าหลักเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง ได้ช่องเปิดค่อนข้างกว้าง ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน และเปิดมุมมองจากภายในออกสู่พื้นที่หน้าบ้านได้ดี สำหรับวงกบและกรอบบานเลือกใช้ UPVC สีขาวจาก Windsor ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกันกับประตูและหน้าต่างของตัวบ้านค่ะ
เปิดเข้ามาภายในบ้านจะพบกับพื้นที่ Common Area แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ชั้นล่างดูกว้างและใช้งานต่อเนื่องกันได้สะดวก พื้นปู SPC ลายไม้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ได้ความสูงฝ้าเพดานประมาณ 2.6 ม. พร้อมติดตั้งโคมไฟ Downlight หลอด LED มาให้ทั้งหลัง
ส่วนแรกของบ้านเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เชื่อมต่อยาวเข้าไปยังมุมทานอาหาร โดยรอบมีทั้งหน้าต่างและประตูกระจกบานเลื่อนหลายจุด ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้ตลอดทั้งวัน ทำให้พื้นที่ Common Area ดูโปร่ง สว่าง และไม่รู้สึกอึดอัด
ห้องนั่งเล่นวางอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้พื้นที่หน้ากว้างและมีระยะใช้งานค่อนข้างสบาย สามารถจัดวางโซฟาเซ็ตขนาดใหญ่ประมาณ 3-4ที่นั่งได้ พร้อมเหลือพื้นที่ด้านหน้าสำหรับวางโต๊ะกลาง และมีระยะเดินเข้า-ออกได้สะดวก เหมาะกับการเป็นพื้นที่พักผ่อนหลักของสมาชิกในครอบครัวค่ะ
ผนังฝั่งตรงข้ามสามารถ Built-in ชั้นวางทีวี หรือเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวได้กว้างถึงประมาณ 3 ม. รองรับทีวีจอใหญ่ได้สบาย ๆ โดยผนังบริเวณนี้เตรียมงานระบบไฟฟ้ามาให้ครบ ทั้งปลั๊กไฟ ช่องเสียบสาย Cable TV และ LAN Internet ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินระบบเพิ่มเติม
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย บ้านติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic Sensor บริเวณบานประตูและหน้าต่างชั้นล่างทั้งหมด พร้อมติดตั้ง IP Camera บริเวณโถงกลางบ้านชั้นล่างมาให้อีก 1 ตัว ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการอยู่อาศัยค่ะ
ถัดจากห้องนั่งเล่นเข้ามาจะเชื่อมต่อกับมุมทานอาหารขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนนี้สามารถปรับรูปแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ค่อนข้างยืดหยุ่น และยังได้ช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 จุด ทั้งหน้าต่างกระจกบานเลื่อนทางฝั่งหลังบ้าน และประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดเชื่อมออกไปยังสวนข้างบ้าน ช่วยให้มุมทานอาหารได้รับแสงธรรมชาติและมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านนอกได้ค่ะ
บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งหลังจากวางโต๊ะแล้วรอบ ๆ ยังมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับเลื่อนเก้าอี้และเดินเสิร์ฟอาหารได้สะดวก หากต้องการพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมก็สามารถวางตู้เก็บของ ชั้นวางของ หรือเพิ่มต้นไม้ตกแต่งบริเวณนี้ได้อีก
ติดกับมุมทานอาหารเป็นห้องครัวไทยแบบปิด แยกพื้นที่ออกจาก Common Area ด้วยประตูกระจกบานเปิด กรอบ UPVC สีขาว ช่วยลดปัญหากลิ่นและควันจากการทำอาหารกระจายเข้าสู่พื้นที่พักผ่อน เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารเป็นประจำ
ภายในห้องครัวได้พื้นที่ใช้งานมากำลังดี พื้นปูกระเบื้องเซรามิกกันลื่นแผ่นใหญ่ ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเจอกับน้ำและคราบจากการประกอบอาหาร อีกทั้งยังเช็ดถูและดูแลรักษาได้ง่ายกว่าพื้นที่ส่วนพักอาศัย
บ้านตัวอย่าง Built-in ชุดครัวรูปตัว U มาให้ดูเป็นแนวทาง แบ่งพื้นที่เตรียมอาหาร ล้างจาน และประกอบอาหารได้เป็นสัดส่วน พร้อมเหลือพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นและเครื่องซัก-อบผ้า โดยระยะใช้งานตรงกลางกว้างประมาณ 2 ม.* ทำให้สามารถยืนทำอาหารหรือเปิดตู้เก็บของทั้งสองฝั่งได้สะดวก
ภายในห้องครัวยังมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนมาให้ 1 บาน ช่วยรับแสงธรรมชาติและสามารถเปิดระบายอากาศ กลิ่น และควันจากการประกอบอาหารได้
ส่วนด้านหลังมีประตูเปิดเชื่อมออกไปยังลานซักล้างโดยตรง ทำให้งานบ้านในส่วนครัวและพื้นที่ซักล้างเชื่อมต่อกันเป็นสัดส่วนและใช้งานได้คล่องตัว
จากบริเวณหลังบ้านมองย้อนกลับไปทางหน้าบ้าน จะเห็นแนวพื้นที่ Common Area ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่มุมทานอาหารไปจนถึงห้องนั่งเล่นด้านหน้า ได้มุมมองที่ค่อนข้างยาวและเปิดโล่ง โดยไม่มีผนังทึบมากั้นกลาง จึงช่วยให้พื้นที่ชั้นล่างดูกว้างและสมาชิกในครอบครัวยังสามารถมองเห็นหรือพูดคุยกันได้ แม้จะแยกกันใช้งานอยู่คนละมุมของบ้านค่ะ
อีกฝั่งของบ้านชั้นล่างจะเป็นโถงบันได ประตูทางเข้ารองที่เชื่อมต่อกับที่จอดรถหน้าบ้าน และห้องน้ำชั้นล่าง โดยจัดฟังก์ชันทั้งหมดไว้ในโซนเดียวกัน ทำให้พื้นที่ Common Area ฝั่งห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารยังคงเปิดโล่งและใช้งานได้อย่างเต็มที่
บริเวณใต้บันไดมีพื้นที่ว่างที่สามารถปรับการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว บ้านตัวอย่างจัดเป็น Pet Area สำหรับน้องหมาและน้องแมว หรือถ้าบ้านไหนไม่มีสัตว์เลี้ยง ก็สามารถทำเป็นพื้นที่เก็บของ Built-in ตู้เก็บรองเท้า หรือเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ลงตัวค่ะ
ห้องน้ำชั้นล่างตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องคุมโทนสีเทา ให้บรรยากาศเรียบหรูและสบายตา ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกัน พร้อมเลือกใช้สุขภัณฑ์มาตรฐานจาก COTTO และมีหน้าต่างกระจกฝ้าแบบบานกระทุ้ง 1 จุด ช่วยรับแสงธรรมชาติพร้อมเปิดระบายอากาศและความชื้นออกจากห้องน้ำได้
อ่างล้างมือเป็นแบบแขวนผนัง ใช้คู่กับก๊อกน้ำก้านโยกทรงสูง ด้านหลังติดตั้งกระจกเงาทรงสูงมาให้ 1 บาน ส่วนบริเวณหน้าอ่างมีพื้นที่สำหรับวางสบู่หรือของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ได้พอประมาณ
อีกฝั่งติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชูสแตนเลสมาให้ครบ
ด้านในเป็นส่วนอาบน้ำ ติดตั้งฝักบัว Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำก้านโยก และมีก๊อกสนามเพิ่มมาให้อีก 1 จุด ส่วนผนังด้านข้างเตรียม Junction Box สำหรับรองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นในภายหลังได้ทันทีค่ะ
ขึ้นไปดูพื้นที่ชั้น 2 กันต่อ สำหรับบันไดบ้านเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ความแข็งแรงและมั่นคงเวลาเดินขึ้น-ลง ลูกนอนใช้ไม้ยางพาราประสานโทนสีอ่อน เข้ากับพื้นลายไม้ภายในบ้าน พร้อมผนังกั้นกันตกและราวจับที่ติดตั้งต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงชั้นบนค่ะ
ระหว่างทางขึ้นบันไดมีหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ 1 จุด เป็นช่องแสงหลักของโถงบันได ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในช่วงกลางวัน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูโปร่งและสว่างมากขึ้น
ขึ้นมาที่ชั้น 2 ได้ความสูงฝ้าเพดานประมาณ 2.6 ม. เช่นเดียวกับชั้นล่าง พื้นปู SPC ลายไม้ ให้บรรยากาศอบอุ่นและต่อเนื่องกันทั้งชั้น โดยฟังก์ชันบนชั้นนี้ประกอบด้วย Master Bedroom พร้อมห้องน้ำในตัว, ห้องนอนรองอีก 2 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลางบริเวณโถงบ้าน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องเข้าถึงได้สะดวกค่ะ
บริเวณโถงชั้น 2 ยังติดตั้ง IP Camera มาให้อีก 1 ตัว เมื่อรวมกับชั้นล่างจึงช่วยให้สามารถดูพื้นที่ส่วนกลางหลักของบ้านได้ครอบคลุมมากขึ้น
ห้องน้ำส่วนกลางชั้น 2 เป็นห้องทรงตอนลึก ตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องโทนสีเทา ภายในแบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันอย่างชัดเจน เลือกใช้สุขภัณฑ์มาตรฐานจาก COTTO พร้อมหน้าต่างสำหรับรับแสงและเปิดระบายอากาศมาให้ 1 จุดค่
ส่วนแห้งติดตั้งอ่างล้างมือแบบแขวนผนัง ใช้คู่กับก๊อกน้ำก้านโยกทรงสูง พร้อมกระจกเงาด้านหลัง บริเวณหน้าอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของใช้จุกจิกได้เล็กน้อย
พื้นที่อาบน้ำมีระยะใช้งานกว้างกำลังดี สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้สะดวก หรือถ้าต้องการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ก็สามารถติดตั้งฉากกั้นกระจกเพิ่มเติมภายหลังได้
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ มีการก่อธรณีพื้นสูงขึ้นมาเพื่อช่วยแบ่งพื้นที่และป้องกันน้ำไหลออกมายังส่วนแห้ง ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower พร้อมก๊อกสนามด้านล่าง และเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย
ส่วนอาบน้ำมีระยะใช้งานกว้างกำลังดีค่ะ ใครที่อยากได้ความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ก็สามารถติดฉากกั้นกระจกเพื่มในภายหลังได้
จากห้องน้ำมองกลับออกมายังโถงชั้น 2 จะเห็นว่าตำแหน่งห้องน้ำส่วนกลางอยู่ใกล้กับห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง ช่วยให้สมาชิกที่พักอยู่ทางฝั่งหลังบ้านสามารถออกมาใช้งานได้สะดวก
เข้าไปดู Master Bedroom ทางฝั่งหน้าบ้านกันต่อค่ะ
เข้าไปดู Master Bedroom ทางฝั่งหน้าบ้านกันต่อค่ะ ห้องนี้ได้พื้นที่หน้ากว้างเต็มแนวหน้าบ้าน พร้อมช่องแสงหลายจุดรอบห้อง เมื่อเดินเข้ามาจะสามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วนหลักได้ชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นโซนพักผ่อนและวางเตียงนอน ส่วนฝั่งขวาเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว
โซนพักผ่อนได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง รองรับเตียง King Size หรือจะปรับเป็นเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต จำนวน 2 เตียงก็ได้ รอบ ๆ ยังเหลือพื้นที่สำหรับเพิ่มเฟอร์นิเจอร์อื่น เช่น โต๊ะทำงานหรือ Armchair สำหรับนั่งอ่านหนังสือและพักผ่อนส่วนตัวได้อีกค่ะ
บ้านตัวอย่างวางเตียง King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งให้ดูเป็นแนวทาง หลังจัดวางแล้วรอบเตียงยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเดินขึ้น-ลงและใช้งานได้สะดวก ไม่รู้สึกว่าพื้นที่แน่นจนเกินไป
ส่วนปลายเตียงเป็นผนังหน้ากว้าง สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือ Built-in เฟอร์นิเจอร์แบบ Multi-Function ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางทีวี ตู้โชว์ หรือตู้เก็บของ หรือถ้าอยากเก็บพื้นที่ปลายเตียงให้โล่งก็สามารถแขวน Smart TV เข้ากับผนังได้เลย โดยมีงานระบบไฟฟ้า ทั้งปลั๊กไฟ, LAN Internet และ Cable TV เตรียมมาให้พร้อมใช้งานค่ะ
รอบเตียงนอนมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้สะดวก
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Master Bedroom คือช่องแสงบริเวณข้างเตียงที่ออกแบบเป็นหน้าต่างเข้ามุม ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติจากสองทิศทาง พร้อมเปิดมุมมองออกสู่ภายนอกได้กว้างขึ้น ทำให้บรรยากาศของห้องนอนดูโปร่งและมีมิติมากกว่าการใช้หน้าต่างเพียงด้านเดียว
อีกฝั่งของห้องจัดเป็น Walk-in Closet ใกล้กับห้องน้ำในตัว
Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐานได้ 2 ฝั่ง พร้อมเพิ่มโต๊ะเครื่องแป้งขนาด 1 ที่นั่งได้แบบสบาย ๆ หลังวางเฟอร์นิเจอร์แล้วตรงกลางยังมีพื้นที่สำหรับยืนแต่งตัวและเดินเข้า-ออกห้องน้ำได้สะดวกค่ะ
พอวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เข้าไปแล้ว ยังมีพื้นที่ตรงกลางเหลือให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ
ห้องน้ำ Master Bedroom ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีเทาสลับกับกระเบื้องลายไม้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้น ภายในแบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันเป็นสัดส่วน ใช้สุขภัณฑ์มาตรฐานจาก COTTO และมีหน้าต่างกระจกฝ้าสำหรับรับแสงและระบายอากาศมาให้ 1 บาน
อ่างล้างหน้าของห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นอ่างทรงเหลี่ยมพร้อมก๊อกน้ำก้านโยก และมีตู้เก็บของด้านล่าง ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์และของใช้ในห้องน้ำให้เป็นระเบียบมากขึ้น
บริเวณข้างอ่างติดตั้งปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำมาให้ 1 จุด รองรับการเสียบไดร์เป่าผม เครื่องม้วนผม หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวอื่น ๆ ได้สะดวก
ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุดค่ะ
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำที่กั้นแยกด้วยฉากกระจกบานเลื่อนมาให้เรียบร้อย ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower และก๊อกสนามด้านล่าง พร้อม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเช่นเดียวกับห้องน้ำอื่น ๆ
พื้นที่ด้านในกว้างกำลังดี สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้โดยไม่ติดผนังรอบ ๆ ค่ะ
ปิดท้ายด้วยห้องนอนรองอีก 2 ห้องที่วางอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน โดยทั้งสองห้องมีขนาดใกล้เคียงกัน สามารถปรับฟังก์ชันให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ค่อนข้างยืดหยุ่น
ห้องนอน 2 ได้พื้นที่กำลังดี เหมาะสำหรับใช้เป็นห้องนอนของลูกหรือห้องนอนแขก ภายในติดตั้งหน้าต่างมาให้ถึง 2 ชุด ช่วยรับแสงธรรมชาติและสามารถเปิดระบายอากาศได้ ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งและสว่างในช่วงกลางวันค่ะ
พื้นที่ภายในรองรับเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้สบาย ๆ
โดยรอบ ๆ ยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงและมีระยะเดินขึ้น-ลงเตียงได้สะดวก
อีกฝั่งสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบ ทำให้ใช้งานเป็นห้องนอนได้จริงโดยไม่ต้องลดฟังก์ชันสำคัญออกไป
ส่วนผนังปลายเตียงมีงานระบบไฟฟ้าเตรียมไว้ให้ตรงกลาง หากต้องการติด Smart TV สำหรับดูภายในห้องก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
ห้องนอน 3 มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวให้ดูเป็นไอเดีย เหมาะกับคนที่ Work from Home หรือต้องการห้องแยกสำหรับนั่งทำงานอย่างเป็นสัดส่วน
วนบ้านจริงสามารถปรับกลับมาเป็นห้องนอนเด็ก ห้องดูหนัง ห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือหากสมาชิกในบ้านยังไม่เยอะ จะเปลี่ยนเป็นห้องแต่งตัวส่วนกลางและเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับบ้านก็ได้เช่นกันค่ะ
มาต่อกันที่แบบบ้าน ศุภฤดี บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ขยับพื้นที่ใช้สอยขึ้นมาเป็น 162 ตร.ม. พร้อมเพิ่มฟังก์ชันเป็น 4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องครัว และที่จอดรถ 2 คัน จุดที่น่าสนใจของแบบบ้านนี้คือการมีห้องนอนชั้นล่างเพิ่มเข้ามา ทำให้รองรับการอยู่อาศัยได้หลากหลายขึ้น ทั้งครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ สมาชิกหลายช่วงวัย หรือจะปรับเป็นห้องทำงานและห้องอเนกประสงค์ก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ค่ะ
Facade หน้าบ้านยังคงเอกลักษณ์ของโครงการในสไตล์ Tropical Oriental เลือกใช้สี Warm Tone เป็นหลัก ให้ภาพลักษณ์ดูอบอุ่นและสบายตา พร้อมใช้เส้นสายและรายละเอียดของตัวอาคารช่วยสร้างมิติให้หน้าบ้านดูมีเอกลักษณ์ โดยยังคง Mood & Tone เดียวกันกับบ้านแบบอื่น ๆ ภายในโครงการ
สำหรับวัสดุก่อสร้าง แบบบ้านศุภฤดีเลือกใช้ผนังอิฐมวลเบาเช่นเดียวกับบ้านแบบอื่นภายในโครงการ พร้อมใส่เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัยด้วยระบบ Home Automation และเตรียมระบบรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไว้ให้เรียบร้อย เป็นอีกแบบบ้านที่ออกแบบทั้งพื้นที่และระบบต่าง ๆ ให้รองรับการใช้งานของครอบครัวในระยะยาวค่ะ
แปลนบ้านชั้น 1 : หน้าบ้านแบ่งพื้นที่เป็นที่จอดรถ รองรับรถยนต์ได้ 2 คัน จากที่จอดรถมีทางเข้าเชื่อมเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยตรง ติดกันเป็นชานพัก ม้านั่งหน้าบ้าน และประตูทางเข้าหลัก เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับ Common Area แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารไว้ด้วยกัน
โดยห้องนั่งเล่นวางอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ถัดเข้าไปเป็นมุมทานอาหารบริเวณกลางบ้าน ทำให้พื้นที่พักผ่อนหลักเชื่อมถึงกันและใช้งานได้ต่อเนื่อง ด้านหลังเป็นห้องครัวแยกเป็นสัดส่วน พร้อมประตูเปิดออกสู่พื้นที่หลังบ้าน ส่วนอีกฝั่งของบ้านเป็นห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องน้ำและโถงบันได เหมาะสำหรับจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องรับรองแขก หรือปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ตามการใช้งานของครอบครัวได้ค่ะ
แปลนบ้านชั้น 2 : ขึ้นมาจะเจอกับ Family Area และโถงกลางที่แจกไปยังห้องต่าง ๆ ฝั่งหน้าบ้านเป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่ ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง พร้อมจัดโซนพักผ่อนและพื้นที่แต่งตัวไว้ภายใน รวมถึงมีห้องน้ำในตัวเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนฝั่งหลังบ้านเป็นห้องนอนรองอีก 2 ห้อง วางแยกกันคนละฝั่งของโถง โดยมีห้องน้ำส่วนกลางอยู่บริเวณกึ่งกลาง ทำให้สมาชิกจากห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องสามารถเดินออกมาใช้งานได้สะดวก ภาพรวมชั้นบนจึงแบ่งพื้นที่พักผ่อนออกเป็นสัดส่วน และรองรับสมาชิกในครอบครัวได้หลายคนค่ะ
พื้นที่ด้านหน้าบ้านแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นเฉลียงหน้าบ้านและประตูทางเข้าหลัก ส่วนฝั่งขวาเป็นโรงจอดรถในร่ม พร้อมห้องเก็บของที่จัดแยกออกมาเป็นสัดส่วน ทำให้พื้นที่หน้าบ้านมีทั้งฟังก์ชันสำหรับการเข้า-ออกและพื้นที่ใช้งานรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ครบค่ะ
ที่จอดรถรองรับรถยนต์ได้ 2 คัน ตัวพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กปาดเรียบ ส่วนด้านบนมีชายคาคลุมเต็มพื้นที่ ช่วยกันแดดและฝน พร้อมติดตั้งโคมไฟ Downlight หลอด LED มาให้ทั้งหมด 4 ดวง ให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่จอดรถในช่วงกลางคืน
ภายในโรงจอดรถมีการเตรียมงานระบบสำหรับรองรับการติดตั้ง EV Charger ในอนาคตมาให้เรียบร้อย พร้อมเต้าเสียบปลั๊กไฟที่มีฝาครอบกันน้ำอีก 1 จุด เพิ่มความสะดวกสำหรับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณนอกบ้านค่ะ
จากที่จอดรถมีประตูทางเข้ารองที่สามารถเปิดเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้โดยตรง เวลาไปซื้อของหรือมีสัมภาระกลับเข้าบ้านก็สามารถขนของจากรถเข้าไปด้านในได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องเดินอ้อมไปใช้ประตูทางเข้าหลัก
จากบริเวณหน้าบ้านมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สวนรอบตัวบ้าน ทำให้สามารถเดินใช้งานพื้นที่ภายนอกได้ต่อเนื่องทั้งด้านข้างและด้านหลัง อีกทั้งยังมีพื้นที่เหลือสำหรับจัดสวน ปลูกต้นไม้ หรือปรับเป็นมุมพักผ่อน Outdoor เพิ่มเติมได้ตามความต้องการค่ะ
ข้างบ้านฝั่งที่ติดกับโรงจอดรถมีห้องเก็บของเพดานสูงแยกมาให้อีก 1 ห้อง เหมาะสำหรับเก็บของชิ้นใหญ่หรืออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องนำเข้ามาเก็บภายในบ้าน เช่น เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ซ่อมบำรุง อุปกรณ์ทำสวน หรือของใช้ Outdoor ต่าง ๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บและทำให้บริเวณรอบบ้านดูเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ
ต่อเนื่องไปที่ด้านหลังบ้านจะเจอกับลานซักล้าง ที่ทางโครงการยกพื้นก่อขอบปูนทำรางระบายน้ำทิ้ง และปูกระเบื้องเซรามิกกันลื่นมาให้เรียบร้อย ผนังฝั่งหลังบ้านจะติดตั้งปลั๊กไฟกันน้ำให้ 1 จุด และก๊อกสนามให้อีก 1 จุด เหนือประตูติดโคมไฟมาให้อีก 1 ดวง
จากลานซักล้างวนมาเชื่อมกับสวนข้างบ้าน โดยจุดนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนให้เปิดเชื่อมต่อกับมุมทานอาหารภายในบ้านได้ด้วยค่ะ
กลับมาที่ด้านหน้าบ้าน จะเจอกับชานพักและประตูทางเข้าบ้านได้ โดยยังมีชายคาที่เชื่อมกับโรงจอดรถยื่นออกมากันแดด กันฝนให้อยู่ค่ะ
ประตูทางเข้าบ้านได้เป็นประตูบานเลื่อนเปิดได้ 2 ฝั่ง ลูกฟักเป็นกระจกประหยัดพลังงานเบอร์ 5 กรอบ UPVC สีขาว ของ Windsor ที่จะช่วยเก็บเสียง และช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี ข้าง ๆ ประตูทางเข้าจะติดตั้งโคมไฟกิ่งมาให้ด้วย 2 ดวง
ส่วนชานพักหน้าบ้านยกพื้นขึ้นมา 1 ขั้น ปูพื้นกระเบื้องเซรามิกกันลื่นสีน้ำตาล 30 x 30 ซม. พื้นที่ใช้งานได้มากว้างกำลังดีค่ะ สามารถวางตะกร้าใส่ร่ม, ชั้นวางรองเท้า หรือต้นไม้กระถางสวย ๆ เพิ่มเข้าไปได้
ด้านข้างจะมีการก่อม้านั่งใส่รองเท้ามาให้ที่หน้าบ้านแบบนี้เลยค่ะ สะดวกสบายต่อการถอด-ใส่รองเท้าเป็นอย่างมาก และถ้าบ้านไหนมีผู้สูงอายุด้วยแล้วละก็ ตรงนี้จะใช้เป็นม้านั่งรอก่อนที่จะเข้า-ออกบ้านได้ด้วยค่ะ
เปิดประตูเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่แรก ถัดเข้าไปเชื่อมต่อกับมุมทานอาหารและห้องครัวไทย ส่วนฝั่งขวามือเป็นโถงบันได ห้องน้ำชั้นล่าง และห้องนอน 4 ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาในแบบบ้านนี้ค่ะ
พื้นที่ชั้นล่างได้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.6 ม. พื้นปู SPC ลายไม้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนระบบไฟภายในบ้านติดตั้งโคมไฟ Downlight หลอด LED มาให้ ช่วยให้ภาพรวมภายในบ้านดูเรียบ สว่าง และเข้ากับโทนสีอบอุ่นของพื้นลายไม้ได้ดี
Layout ภายในออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเป็นแบบ Open Plan เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารเข้าหากันโดยไม่มีผนังทึบกั้น ทำให้ได้มุมมองที่ต่อเนื่องและช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น ประกอบกับมีประตูและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่หลายจุดรอบตัวบ้าน จึงรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้ดี และยังช่วยเปิดมุมมองออกไปยังสวนด้านนอกได้อีกด้วยค่ะ
ส่วนแรกเป็นห้องนั่งเล่นที่วางตำแหน่งไว้ทางฝั่งหน้าบ้าน ได้พื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางโซฟาเซ็ตใหญ่หรือโซฟา L-Shape ขนาดประมาณ 4-5 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางเครื่องดื่มหรือของใช้ต่าง ๆ ได้แบบสบาย ๆ
ฝั่งตรงข้ามเป็นผนังหน้ากว้างกว่า 3 ม.* สามารถเลือกใช้ชั้นวางทีวีแบบลอยตัว หรือ Built-in เป็นชุดชั้นวางทีวี ตู้โชว์ และพื้นที่เก็บของเต็มแนวผนังก็ได้ โดยมีงานระบบไฟฟ้า เต้าเสียบปลั๊กไฟ และช่องเสียบสาย Cable TV เตรียมมาให้พร้อมใช้งานค่ะ
ระยะระหว่างโซฟากับชั้นวางทีวีกว้างประมาณ 2 ม.* ทำให้มีระยะสำหรับนั่งดูทีวีได้กำลังดี ขณะเดียวกันก็ยังเหลือพื้นที่ตรงกลางสำหรับเดินผ่านเข้าไปยังมุมทานอาหารและส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้สะดวก
บริเวณกึ่งกลางบ้านติดตั้ง IP Camera มาให้อีก 1 ตัว โดยตำแหน่งนี้สามารถจับภาพพื้นที่ส่วนกลางของบ้านชั้นล่างได้ค่อนข้างครอบคลุม
ถัดจากห้องนั่งเล่นเข้ามาจะเป็นมุมทานอาหารที่เชื่อมต่อกับห้องครัวไทยโดยตรง พื้นที่ส่วนนี้รองรับโต๊ะทานอาหารขนาดประมาณ 4-6 ที่นั่งได้สบาย ๆ พร้อมมีระยะรอบโต๊ะสำหรับเลื่อนเก้าอี้และเดินเสิร์ฟอาหารได้สะดวกค่ะ
ด้านข้างมุมทานอาหารติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เป็นทั้งช่องแสงและเปิดรับมุมมองสวนข้างบ้าน รวมถึงสามารถเลื่อนเปิดออกไปใช้งานพื้นที่ Outdoor ได้โดยตรง หากจัดสวนหรือเพิ่มชุดโต๊ะนั่งเล่นด้านนอก ก็สามารถเชื่อมต่อการใช้งานระหว่างภายในและภายนอกบ้านได้อย่างลงตัว
ข้างกันยังมีพื้นที่เหลือสำหรับจัดเป็น Station เล็ก ๆ สำหรับเตรียมอาหารเช้า ชงชา-กาแฟ หรือวางตู้เก็บของและชั้นอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่รบกวนพื้นที่หลักของมุมทานอาหารค่ะ
ถัดเข้าไปเป็นห้องครัวไทยแบบปิด สำหรับบ้านจริงจะมีประตูกั้นแยกจากพื้นที่ส่วนกลางอย่างมิดชิด ช่วยควบคุมกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารไม่ให้กระจายเข้าสู่ห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหาร เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารเป็นประจำ
ภายในห้องครัวได้พื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้าง พื้นปูกระเบื้องเซรามิกกันลื่นสีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. พร้อมหน้าต่างกระจกทั้งแบบบานเลื่อนและบานเปิดรวม 2 บาน ช่วยรับแสงและเปิดระบายอากาศ ส่วนด้านหลังสุดมีประตูเชื่อมออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านโดยตรงค่ะ
บ้านตัวอย่าง Built-in เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L แบบ Full Function มาให้ดูเป็นไอเดีย สามารถแบ่งโซนเตรียมอาหาร ปรุงอาหาร และล้างจานออกจากกันได้ชัดเจน ส่วนบ้านจริงจะส่งมอบเป็นพื้นที่โล่ง พร้อมเตรียมงานระบบน้ำและไฟไว้รองรับการต่อเติมชุดครัวตามสไตล์ของเจ้าของบ้าน
ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์มีพื้นที่กว้างประมาณ 2 ม.* สามารถจัดวางตู้เย็น 2 ประตู รวมถึงเครื่องซัก-อบผ้าได้ โดยยังเหลือระยะใช้งานตรงกลางค่อนข้างสบาย ถัดไปเป็นประตู UPVC มือจับก้านโยกพร้อมกลอนล็อก ใช้เปิดเชื่อมออกสู่ลานซักล้างด้านหลังค่ะ
กลับออกมาบริเวณโถงกลางบ้าน ติดกับโถงบันไดจะเป็นห้องนอน 4 และห้องน้ำชั้นล่าง โดยการเพิ่มห้องนอนเข้ามาในชั้นนี้ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของแบบบ้านศุภฤดี เพราะช่วยให้บ้านรองรับสมาชิกหลายช่วงวัยได้มากขึ้นค่ะ
ห้องนอน 4 ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง เหมาะสำหรับจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ เพราะอยู่ชั้นล่างและอยู่ใกล้กับห้องน้ำ ไม่จำเป็นต้องขึ้น-ลงบันไดบ่อย ๆ หรือหากยังไม่มีผู้สูงอายุ ก็สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง ห้องเด็กเล่น ห้องออกกำลังกาย หรือ Pet Room ได้ตามไลฟ์สไตล์
ภายในรองรับเตียงขนาดประมาณ 5-6 ฟุต พร้อมเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานได้ครบ ทั้งโต๊ะหัวเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงาน พื้นห้องปู SPC ลายไม้ต่อเนื่องจากพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่นและเหมาะกับการใช้เป็นห้องพักผ่อนค่ะ
จุดเด่นอีกอย่างคือได้หน้าต่างกระจกบานเลื่อนวางเข้ามุมรวม 2 บาน ช่วยรับแสงธรรมชาติจากสองด้านและสามารถเปิดระบายอากาศได้ดี ทำให้ห้องไม่รู้สึกทึบ แม้จะอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน
ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับวางชั้นวางทีวีตัวยาวได้
ส่วนข้างเตียงอีกฝั่งสามารถจัดวางโต๊ะทำงานแบบ 1 ที่นั่งและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ครบ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานรอบห้องค่ะ
ติดกับห้องนอน 4 เป็นห้องน้ำชั้นล่าง ตำแหน่งนี้ช่วยให้ผู้ที่พักอยู่ในห้องนอนสามารถออกมาใช้งานได้ง่าย และขณะเดียวกันก็ยังทำหน้าที่เป็นห้องน้ำสำหรับแขกหรือสมาชิกที่ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วย
ภายในห้องน้ำมีการลดระดับพื้นลงเล็กน้อยเพื่อช่วยป้องกันน้ำไหลออกสู่พื้นที่ด้านนอก ตัวห้องเป็นทรงตอนลึก แบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันชัดเจน พื้นและผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องเล่นลาย พร้อมเลือกใช้สุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำจาก COTTO และมีหน้าต่างกระจกฝ้าแบบบานกระทุ้งสำหรับรับแสงและระบายอากาศมาให้ 1 บานค่ะ
ส่วนแห้งติดตั้งอ่างล้างหน้าทรงมนแบบแขวนผนัง ใช้คู่กับก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยกทรงสูง ด้านหลังติดกระจกเงาทรงสูงมาให้
โดยตัวอ่างมีความลึกกำลังดีและมีพื้นที่บริเวณขอบอ่างสำหรับวางของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ได้
ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด
ส่วนด้านในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำที่กั้นแยกด้วยฉากกระจกบานเลื่อนมาให้เรียบร้อย
ภายในส่วนอาบน้ำติดตั้งฝักบัว Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยกและก๊อกสนามด้านล่างอีก 1 จุด ผนังเตรียมงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้
ส่วนพื้นที่ด้านในมีระยะใช้งานกว้างกำลังดี สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้สะดวกค่ะ
ขึ้นไปดูพื้นที่ชั้น 2 กันต่อ โดยโถงบันไดของบ้านหลังนี้วางอยู่บริเวณกึ่งกลางบ้าน ระหว่างผนังวางทีวีกับห้องน้ำชั้นล่าง ช่วยแบ่งพื้นที่พักผ่อนและฟังก์ชันอื่น ๆ ออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน
โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ความแข็งแรงและมั่นคง ลูกนอนกรุไม้ประสานโทนสีอ่อน ส่วนราวจับเป็นผนังปูนฉาบเรียบปิดด้านบนด้วยวัสดุชนิดเดียวกับลูกนอน โดยทำต่อเนื่องยาวขึ้นไปจนถึงโถงชั้น 2 ค่ะ
บริเวณโถงบันไดมีหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ติดตั้งมาให้ 1 จุด ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามายังทางเดินและโถงชั้นบน ทำให้บริเวณบันไดดูสว่างและไม่ทึบในช่วงกลางวัน
ขึ้นมาที่ชั้น 2 ยังคงได้ความสูงฝ้าเพดานประมาณ 2.6 ม. พื้นปู SPC ลายไม้โทนธรรมชาติทั้งชั้น ผนังฉาบเรียบทาสีขาว
โดยฟังก์ชันชั้นนี้นอกจากห้องนอนทั้ง 3 ห้องแล้ว ยังมี Family Area เพิ่มมาให้อีก 1 จุด ถือเป็นพื้นที่พิเศษที่ช่วยให้แบบบ้านนี้มีพื้นที่พักผ่อนมากกว่าห้องนั่งเล่นเพียงจุดเดียวค่ะ
บ้านตัวอย่างจัด Family Area เป็นมุมนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัว ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นพื้นที่โล่ง พร้อมประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่สำหรับรับแสงและเปิดระบายอากาศ พื้นที่ส่วนนี้มีความยืดหยุ่นสูง จะจัดเป็นมุมนั่งเล่น Home Gym มุมทำงานและทำการบ้านของเด็ก ๆ ห้องพระ หรือกั้นเป็นห้องเพิ่มเติมในอนาคตก็ได้
จาก Family Area สามารถเปิดประตูกระจกออกไปยังระเบียงด้านนอกได้ พื้นที่บริเวณนี้สามารถเพิ่มกระถางต้นไม้เพื่อสร้างบรรยากาศสีเขียวให้กับชั้นบน ส่วนราวกันตกใช้ระแนงเหล็กสีดำ โดยนำรูปทรงของดอกบัวมาเป็นส่วนหนึ่งของรายละเอียดการออกแบบ ให้สอดคล้องกับงานสถาปัตยกรรมของตัวบ้านค่ะ
อีกฝั่งของชั้น 2 เป็นโซนพักผ่อนหลัก ประกอบด้วย Master Bedroom, ห้องนอนรอง 2 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลาง โดย Master Bedroom จะมีห้องน้ำส่วนตัวมาให้ภายใน
ส่วนบริเวณโถงทางเดินติดตั้ง IP Camera เพิ่มมาให้อีก 1 ตัว
ไปดู Master Bedroom ทางฝั่งหน้าบ้านกันต่อค่ะ
ห้องนี้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่และวางตัวยาวตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลังของบ้าน ภายในแบ่งการใช้งานเป็น 2 โซนหลัก ด้านหน้าเป็นพื้นที่วางเตียงและระเบียงส่วนตัว ส่วนด้านหลังเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวค่ะ
ภาพรวมภายในห้องค่อนข้างโปร่ง เพราะมีทั้งประตูและหน้าต่างกระจกกระจายอยู่หลายด้าน ช่วยรับแสงธรรมชาติและเปิดมุมมองออกสู่ภายนอกได้กว้าง โดยโซนพักผ่อนรองรับเตียง King Size พร้อมเฟอร์นิเจอร์รอบเตียงได้แบบครบชุด
บ้านตัวอย่างวางเตียงขนาด 6 ฟุต ให้ดูระยะใช้งาน พร้อมม้านั่งปลายเตียงและโต๊ะหัวเตียง หลังจัดวางแล้วยังมีพื้นที่รอบ ๆ เหลือค่อนข้างมาก สามารถเพิ่มโคมไฟตั้งพื้น ต้นไม้ตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ได้อีกค่ะ
ปลายเตียงจัดเป็นมุมนั่งดูหนังส่วนตัว วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งและโต๊ะข้างมาให้ดูเป็นไอเดีย
ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามสามารถวางชั้นวางทีวี หรือ Built-in เป็นตู้โชว์และตู้เก็บของได้ตามต้องการ โดยมีงานระบบไฟฟ้าเตรียมมาให้พร้อมใช้งาน
บริเวณข้างเตียงมีการเว้นพื้นที่ลึกเข้าไปประมาณ 60 ซม.* สามารถใช้วางม้านั่ง Daybed หรือเปลี่ยนเป็นมุมทำงานส่วนตัวได้ ด้านหน้ามีหน้าต่างกระจกบานผสมเข้ามุมชุดใหญ่ ช่วยเพิ่มช่องแสงและมุมมองให้กับห้องนอน
ติดกันเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่สามารถเปิดรับลมและระบายอากาศได้ โดยด้านนอกติดตั้งราวกันตกเพิ่มมาให้เพื่อความปลอดภัยค่ะ
อีกฝั่งของ Master Bedroom เป็น Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว
พื้นที่แต่งตัวมีขนาดกำลังดี สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบเข้ามุมได้ โดยตรงกลางยังเหลือพื้นที่สำหรับยืนเลือกเสื้อผ้า แต่งตัว และเดินต่อเข้าไปยังห้องน้ำได้สะดวก
ห้องน้ำ Master Bedroom วาง Layout เป็นห้องหน้ากว้าง ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินสลับลายไม้ เพิ่มความอบอุ่นให้กับพื้นที่ ภายในแบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันชัดเจน เลือกใช้สุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำจาก COTTO พร้อมหน้าต่างกระจกฝ้าแบบบานกระทุ้งถึง 2 บาน ช่วยทั้งรับแสงและระบายความชื้นค่ะ
อ่างล้างหน้าเป็นทรงเหลี่ยมขอบมน ใช้คู่กับก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก พร้อมตู้เก็บของลายไม้ใต้อ่างสำหรับเก็บของใช้และ Stock อุปกรณ์ต่าง ๆ ด้านหลังติดกระจกเงาขนาดใหญ่
ส่วนผนังด้านข้างมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำ รองรับการใช้ไดร์เป่าผม เครื่องม้วนผม เครื่องโกนหนวด หรือ Gadget ต่าง ๆ ได้สะดวก
ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู รวมถึงมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำบริเวณด้านล่างอีก 1 จุด เผื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในอนาคตค่ะ
ส่วนอาบน้ำอยู่อีกฝั่งและกั้นแยกด้วยฉากกระจกบานเลื่อนแบบเปิดตรงกลาง
ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก และก๊อกสนามด้านล่าง พร้อมเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น พื้นที่อาบน้ำมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถยืนอาบน้ำและขยับตัวได้สบายโดยไม่ติดผนังรอบ ๆ
ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดกว้างดีค่ะ ยืนอาบน้ำ ขัดผิวได้สบาย ๆ แบบไม่ติดผนังรอบ ๆ
ออกจาก Master Bedroom ไปดูห้องนอนรองอีก 2 ห้องกันต่อ โดยห้องทั้งสองจะใช้ห้องน้ำส่วนกลางที่วางอยู่ตรงกลาง ทำให้สามารถเดินออกมาใช้งานได้สะดวกในระยะใกล้เคียงกันค่ะ
ห้องน้ำส่วนกลางชั้น 2 แบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำมาให้เรียบร้อย พร้อมหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ 1 บาน พื้นและผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินสลับลายไม้ และเลือกใช้สุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำจาก COTTO
ส่วนแห้งติดตั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำก้านโยก และกระจกเงาทรงสูงในรูปแบบเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง
ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ กั้นด้วย Shower Screen แบบบานเลื่อนมาให้ ภายในมีระยะใช้งานกำลังสบาย พร้อมฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำโครเมียมก้านโยก ก๊อกสนามด้านล่าง และเตรียมระบบสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้ค่ะ
เข้าไปดูห้องนอน 2 ทางด้านหน้าบ้านกันก่อนค่ะ
ห้องนี้ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง รองรับเตียงขนาดประมาณ 3.5-5 ฟุต พร้อมเฟอร์นิเจอร์มาตรฐานได้ครบ หรือถ้าครอบครัวมีลูกวัยใกล้เคียงกัน 2 คน ก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดวางเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต จำนวน 2 เตียงได้เช่นกัน
ภายในห้องมีช่องแสงขนาดใหญ่พิเศษมาให้ 2 บาน ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่ง และสามารถเปิดรับลมหรือระบายอากาศได้ตามต้องการ
ปลายเตียงมีพื้นที่แนวยาวสำหรับวางชั้นวางทีวีหรือชั้นเก็บของ พร้อมเตรียมงานระบบไฟฟ้ามาให้
ส่วนอีกฝั่งของห้องสามารถวางหรือ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 ที่นั่งได้ครบค่ะ
ตรงข้ามกันเป็นห้องนอน 3
ห้องนอน 3 ได้ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับห้องนอน 2 ภายในมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนมาให้ 2 บาน และรองรับเตียงขนาดประมาณ 3.5-5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน หรือเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานอื่น ๆ ได้ครบ โดยยังเหลือระยะสำหรับเดินใช้งานรอบห้องได้สบาย
หากครอบครัวยังมีสมาชิกไม่มาก ห้องนี้ก็เป็นอีกพื้นที่ที่สามารถปรับฟังก์ชันได้หลากหลาย จะทำเป็น Hobby Room, ห้องแต่งตัว, ห้องดูหนังส่วนตัว หรือ Home Office ขนาดใหญ่สำหรับ Work From Home ก็ได้ ทำให้พื้นที่ของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนไปตามจำนวนสมาชิกและรูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคตได้ค่ะ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://supalai.ly/4pBIpyR
Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี จุดเด่นคือเป็นโครงการที่อยู่ในโซนใกล้ตัวเมือง แต่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ไม่ได้มีความหนาแน่นแบบใจกลางเมือง จึงได้ความลงตัวระหว่างความสะดวกกับบรรยากาศของการอยู่อาศัยแบบบ้านแนวราบ เหมาะกับคนสุพรรณบุรีที่ต้องการขยับขยายจากบ้านเดิม หรือครอบครัวที่อยากได้บ้านหลังใหม่ที่มีพื้นที่มากขึ้น โดยยังใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่เดิมได้ตามปกติค่ะ
ข้อดีอีกอย่างคือความสะดวกต่าง ๆ ของจังหวัดจะรวมตัวอยู่ในระยะที่ขับรถไปใช้งานได้ไม่ยาก ตั้งแต่ของกินของใช้ใกล้บ้าน ไปจนถึงศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ ทำให้การอยู่อาศัยจริงในระยะยาวค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายช่วงวัย เพราะทั้งเรื่องเรียน การรักษาพยาบาล การทำงาน และการจับจ่ายสามารถจัดการได้ภายในโซนสุพรรณบุรีเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อใช้บริการพื้นฐานต่าง ๆ ค่ะ
ลักษณะของทำเลจึงค่อนข้างเหมาะกับกลุ่ม Real Demand ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัว คนที่ต้องการแยกออกมามีบ้านเป็นของตัวเอง ไปจนถึงครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นที่รองรับพ่อแม่และลูก ๆ ในบ้านหลังเดียวกัน ได้ทั้งความใกล้เมือง ความสะดวกในการใช้ชีวิต และบรรยากาศที่ไม่วุ่นวายจนเกินไปค่ะ
จุดแข็งของโครงการคือการเป็นบ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้การเข้า-ออกในชีวิตประจำวันค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางผ่านซอยย่อยลึก ๆ ก่อนออกสู่ถนนสายหลัก เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในจังหวัดที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก ไม่ว่าจะขับรถไปทำงาน ไปส่งลูก ซื้อของ หรือเข้าไปทำธุระในตัวเมืองก็สามารถออกจากบ้านแล้วเดินทางต่อได้สะดวกค่ะ
ตำแหน่งโครงการยังมีข้อดีในแง่ของการเดินทางข้ามจังหวัด เพราะสุพรรณบุรีมีโครงข่ายถนนเชื่อมต่อออกได้หลายทิศทาง จึงเหมาะกับคนที่มีงานหรือธุรกิจซึ่งต้องเดินทางระหว่างจังหวัดเป็นประจำ ทั้งการลงมากรุงเทพฯ และนนทบุรี การเดินทางไปนครปฐมและกาญจนบุรี หรือออกไปทางอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดทางภาคกลางตอนบน ทำให้แม้จะเลือกอยู่อาศัยในสุพรรณบุรี ก็ยังสามารถเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ค่อนข้างคล่องตัว
หากมองในมุมของการอยู่อาศัยจริง ทำเลลักษณะนี้จึงตอบโจทย์ทั้งคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสุพรรณบุรีเป็นหลัก และคนที่มีการเดินทางออกต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว เพราะได้ความสะดวกจากการอยู่ติดถนนใหญ่ มีทางเลือกในการกระจายการเดินทางหลายทิศทาง และไม่ถูกจำกัดด้วยเส้นทางเข้า-ออกโครงการเพียงทางเดียวค่ะ
ตัวโครงการพัฒนาบนพื้นที่ขนาดประมาณ 86-2-76.2 ไร่ จำนวนบ้านทั้งหมด 384 หลัง มีทั้งบ้านแฝด 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกความสุข ชีวิต…เริ่มต้นที่นี่” โดยจุดเด่นสำคัญคือมีแบบบ้านให้เลือกมากถึง 7 แบบ ครอบคลุมตั้งแต่บ้านสำหรับครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงบ้านขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนหรืออยู่อาศัยร่วมกันหลาย Generation ค่ะ
ที่ดินบ้านเริ่มต้นตั้งแต่ 36-50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยมีให้เลือกประมาณ 135-350 ตร.ม. ฟังก์ชันตั้งแต่ 3-4 ห้องนอน, 3-6 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว และที่จอดรถ 3-6 คัน ทำให้สามารถเลือกขนาดบ้านให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก งบประมาณ และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัวได้ค่อนข้างหลากหลาย
อีกจุดที่เห็นได้จากแบบบ้านต่าง ๆ คือการให้พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างและเน้นฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้จริง หลายแบบมีพื้นที่ Common Area แบบ Open Plan เชื่อมห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารเข้าด้วยกัน ช่วยให้พื้นที่ส่วนกลางของบ้านดูเปิดโล่งและสมาชิกในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้มากขึ้น พร้อมวางช่องแสงขนาดใหญ่ไว้หลายด้านเพื่อช่วยรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านค่ะ
แบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะเริ่มเพิ่มฟังก์ชันที่น่าสนใจ เช่น ห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งเหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือสามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องเด็กเล่น ห้องดูหนัง และห้องอเนกประสงค์ได้ รวมถึงบางแบบมี Family Area บนชั้น 2 แยกจากห้องนั่งเล่นหลัก ช่วยให้สมาชิกแต่ละวัยมีพื้นที่พักผ่อนเป็นของตัวเอง และยังสามารถปรับเป็น Home Office, Home Gym, ห้องพระ หรือกั้นเป็นห้องเพิ่มเติมได้ในอนาคต
งานสถาปัตยกรรมของบ้านทั้งโครงการออกแบบมาในสไตล์ Tropical Oriental Series ใช้โทนสี Warm Tone อย่างสีขาว น้ำตาล และสีธรรมชาติเป็นหลัก ผสมผสานรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรมเขตร้อนเข้ากับกลิ่นอายตะวันออก ทำให้ภาพรวมของบ้านดูอบอุ่น สบายตา และมีเอกลักษณ์เดียวกันทั้งโครงการ
ในด้านวัสดุและการประหยัดพลังงาน บ้านเลือกใช้ผนังอิฐมวลเบาที่มีคุณสมบัติช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ภายใน รวมถึงใช้หลอดไฟ LED ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน จึงเป็นการออกแบบบ้านที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยค่ะ
บ้านทุกหลังยังมาพร้อมระบบ Home Automation ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมและใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน พร้อมติดตั้ง IP Camera มาให้ 2 ตัว/หลัง โดยวางไว้บริเวณพื้นที่ส่วนกลางชั้น 1 และโถงชั้น 2 ช่วยให้ตรวจสอบพื้นที่หลักภายในบ้านได้ครอบคลุมมากขึ้น
นอกจากนี้ยังเตรียมระบบรองรับ EV Charger บริเวณที่จอดรถ รองรับการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงรายละเอียดรอบบ้านอย่างปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำ ก๊อกสนาม พื้นที่ซักล้าง และงานระบบน้ำ-ไฟที่เตรียมไว้รองรับการใช้งานและการต่อเติม ทำให้บ้านสามารถปรับตัวไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาวได้ค่ะ
พื้นที่ส่วนกลางของ Supalai Palm Springs สุพรรณบุรี จัดมาในสเกลที่สอดคล้องกับการเป็นโครงการขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่รองรับทั้งการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว
ไฮไลต์คือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร่ ที่มีให้ถึง 3 สวน 3 สไตล์ กระจายอยู่ภายในโครงการ ช่วยให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้จากหลายโซน และมีพื้นที่ Outdoor สำหรับสมาชิกหลายช่วงวัยค่ะ
พื้นที่ส่วนกลางหลักอยู่ที่ Clubhouse 2 ชั้น สไตล์ Tropical Oriental ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับภาพรวมของโครงการ ภายในมี Lobby สำหรับนั่งพักผ่อนและพบปะพูดคุย, Co-Working Space รองรับการทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมออนไลน์ และ Play Zone สำหรับเด็ก ๆ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้เน้นเฉพาะการออกกำลังกาย แต่ยังรองรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของสมาชิกแต่ละวัยด้วยค่ะ
ด้านการออกกำลังกายมี Fitness พร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Matrix รวมถึงสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ขนาด Half Olympic รองรับการว่ายออกกำลังกายได้จริงจัง แยกสระเด็กออกมาเป็นสัดส่วน พร้อม Pool Terrace สำหรับนั่งพักผ่อนริมสระ จะมาออกกำลังกายคนเดียวหรือพาครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดก็รองรับได้ครบ
การมีพื้นที่ส่วนกลางหลายรูปแบบถือว่าเข้ากับแนวคิดของโครงการที่ต้องการรองรับสมาชิกทุก Generation เด็ก ๆ มีทั้ง Play Zone และพื้นที่สวน วัยทำงานมี Fitness และ Co-Working Space ส่วนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็สามารถออกมาเดินเล่น พักผ่อน หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ภายในสวนได้ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางมีโอกาสถูกใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้นค่ะ
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย ทางเข้า-ออกโครงการออกแบบเป็น Double Gate หรือประตู 2 ชั้น พร้อมระบบ LPR สำหรับอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ ช่วยควบคุมการเข้า-ออกให้เป็นระบบมากขึ้น
บริเวณ Main Gate และจุดต่าง ๆ ภายในโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม. และเมื่อทำงานร่วมกับระบบภายในบ้าน ทั้ง Home Automation และ IP Camera ที่ติดตั้งมาให้ 2 ตัว/หลัง ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการอยู่อาศัยตั้งแต่บริเวณทางเข้า พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงภายในบ้านค่ะ
Tel : 1720
Line : https://lin.ee/tNRNuUu
Website : https://supalai.ly/4pBIpyR
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ