
🏡 บ้านที่ดี…อาจไม่ได้วัดกันแค่ดีไซน์หรือพื้นที่ใช้สอย แต่คือบ้านที่ช่วยให้เราและคนในครอบครัว “มีสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกวัน”
.
หลายคนเลือกบ้านจากทำเล ฟังก์ชัน หรือพื้นที่ส่วนกลาง แต่สิ่งที่เราใช้ทุกวันจริง ๆ คือ “อากาศที่หายใจ น้ำที่ใช้ พลังงานที่ใช้ และความปลอดภัยของคนในบ้าน”
.
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ‘GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4′ แตกต่างจากบ้านจัดสรรทั่วไป เพราะนำแนวคิด Longevity Wellness Technology มาผสานไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อให้บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวในระยะยาว
.
✨ Better Air ระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ ลดฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และกลิ่นอับ เพิ่มออกซิเจน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่น นอนหลับสบาย และตื่นมาพร้อมความสดใสในทุกวัน
.
💧 Better Water ระบบกรองน้ำทั้งหลัง ช่วยลดตะกอน สนิม และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ทำให้น้ำที่ใช้ทั้งอาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟันสะอาดมากขึ้น พร้อมบริการตรวจเช็กระบบและคุณภาพน้ำจาก “บ้านกรองน้ำ”
.
⚡ Better Energy รองรับการติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมเตรียมมิเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส ขนาดใหญ่ทุกบ้านเดี่ยว และ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดพลังงานและรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านที่ต้องการติดตั้ง Solar Rooftop ผ่านพันธมิตรของโครงการ
.
📱 Better Technology ติดตั้ง Smart Home System พร้อมสวิตช์ไฟระบบสัมผัสทั้งหลัง สามารถควบคุมไฟ แอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน Smart Phone ไม่ว่าจะเปิดแอร์ก่อนถึงบ้าน เปิด-ปิดไฟทั้งหลัง หรือกำหนดเวลาเปิดไฟภายนอกบ้านก็ทำได้ง่าย
.
🔐 Better Security ยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบ Keyless เข้า-ออกบ้านด้วยการสแกนนิ้วหรือรหัส พร้อมเปิดประตูรั้วผ่าน Smart Phone ได้ ไม่ต้องลงจากรถเวลาฝนตก อีกทั้งยังมี Door & Window Sensor แจ้งเตือนผ่านมือถือ พร้อมไซเรนและไฟ ALARM เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ
.
🚗 ตั้งแต่ทางเข้าโครงการก็สะดวกและปลอดภัยด้วย Smart Automatic Gate ระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ พร้อมกล้อง CCTV ดูแลพื้นที่ส่วนกลางตลอด 24 ชม.
.
💙 นอกจากเทคโนโลยีภายในบ้านแล้ว ส่วนกลางของโครงการก็ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ภายใน Grand Burlington Club House มี Fitness และ Yoga Studio เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. พร้อมระบบ Better Air ที่ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ เพิ่มความสดชื่นระหว่างการออกกำลังกาย และระบบ Better Water พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นให้คุณได้อาบน้ำ สระผม ด้วยน้ำที่สะอาด
.
🏊♀️ สิ่งอำนวยความสะดวกยังมีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบกึ่งในร่ม แยกสระเด็กและสระผู้ใหญ่, Kids’ Room, Co-Working & Co-Study Space และ Meeting Room พร้อมระบบ Better Air ให้การเรียนและการทำงาน มีอากาศดี ที่ทำให้สมองสดชื่น
.
🌲รวมถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่จัดสวนสไตล์อังกฤษ พร้อม Jogging Track, Pet Park, Pavilion, สนามเด็กเล่น และ EV Charger ส่วนกลางที่ชาร์จได้เร็วถึง 22 กิโลวัตต์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว
.
🔒 ด้านความปลอดภัย โครงการช่วยดูแลและติดตามสถานการณ์ภายในโครงการ ทำงานร่วมกับ Smart Automatic Gate และกล้อง CCTV ที่ติดตั้งครอบคลุมพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านตลอดเวลา
.
อีกหนึ่งจุดเด่นคือทำเลติดถนนพุทธสาคร เชื่อมต่อถนนเพชรเกษม ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเศรษฐกิจได้สะดวก เดินทางเข้าเมืองหรือออกต่างจังหวัดได้ง่าย ใกล้ MRT สถานีหลักสอง และรายล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงเรียน และโรงพยาบาลครบครัน
อาทิ Central ศาลายา, Central พระราม 2, รร.สารสาสน์วิเทศหนองแขม, รร.เลิศหล้า เพชรเกษม, รร.สาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล, ม.เอเชียอาคเนย์, ม.มหิดล ศาลายา, ม.กรุงเทพธนบุรี, รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ หนองแขม, รพ.กระทุ่มแบน, รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ อ้อมน้อย และ รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และ รพ.ราชพิพัฒน์
.
🏠 แกรนด์ เบอร์ลิงตัน เพชรเกษม-สาย 4 เป็นโครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่ประมาณ 33 ไร่ จำนวนเพียง 139 หลัง มีแบบบ้านให้เลือก 5 แบบ รองรับทั้งครอบครัวเริ่มต้นและครอบครัวขนาดใหญ่
.
✨ THEODORE บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่ม 36.5 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว จอดรถ 2 คัน ราคา Pre-sale เริ่มต้น 5.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
✨ ARTHUR บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่ม 50 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 201 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว จอดรถ 2 คัน ราคา Pre-sale เริ่มต้น 6.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
✨ BENJAMIN บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่ม 50.7 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 222 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว จอดรถ 2 คัน ราคา Pre-sale เริ่มต้น 7.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
✨ CATHERINE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่ม 54.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 240 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว จอดรถ 2-6 คัน* ราคา Pre-sale เริ่มต้น 9.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
✨ DIANA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่ม 60.4 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว จอดรถ 2-8 คัน* ราคา Pre-sale เริ่มต้น 12.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
💰 ราคา Pre-sale เริ่มต้น 12.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
.
👀 หากกำลังมองหาบ้านที่ให้มากกว่าความสวยงาม แต่ใส่ใจทั้งสุขภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ และโดดเด่นด้วยแนวคิดการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่หาได้ไม่บ่อยในบ้านระดับราคาเดียวกันค่ะ 🏡✨
.
💵 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4w5vXde
.
💬 สอบถามข้อมูลและโปรโมชันเพิ่มเติม
📲 Tel : 082-315-9999
📲 Line : https://lin.ee/6tWCdzN
.
👉 อ่านรีวิวทั้งหมดคลิกที่นี่ >> https://www.homenayoo.com/grand-burlington-petchkasem-sai-4/
.
___________
📌 ติดตาม Homenayoo เพิ่มเติมได้ที่
💻 Website ▶ www.Homenayoo.com
💬 Facebook ▶ homenayoo.fc
🎬 YouTube ▶ Youtube.com/@Homenayoo
🎶 Tiktok ▶ Tiktok.com/@homenayoo
EP.xxxx รีวิว แกรนด์ เบอร์ลิงตัน เพชรเกษม-สาย 4 GRAND BURLINGTON Petchkasem-Sai 4 บ้านหรูดีไซน์ Modern Classic Luxury พร้อมเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพให้ยืนยาว เริ่ม 5.99-12.99 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านทุกคน วันนี้ Homenayoo ขอพาไปชมโครงการ “GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4“ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสไตล์ Modern Luxury Classic จาก Siam Masterpiece Asset ที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และแนวคิดการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ “Longevity Wellness Technology” หรือเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว ผ่านแนวคิด “อากาศดี น้ำดี เทคโนโลยีดี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตดี” ที่ถูกนำมาผสานไว้ในการออกแบบบ้านอย่างลงตัว
โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพโซนพุทธสาคร-เพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 4 ติดถนนใหญ่พุทธสาคร อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เดินทางสะดวก เชื่อมต่อได้ทั้งถนนเพชรเกษม ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเศรษฐกิจ ทำให้เดินทางเข้าเมืองหรือออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้หลายเส้นทาง อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจาก MRT สถานีหลักสอง รวมถึงแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในอนาคต
พร้อมรายล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ Central ศาลายา, Central พระราม 2, รร.สารสาสน์วิเทศหนองแขม, รร.เลิศหล้า เพชรเกษม, รร.สาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล, ม.เอเชียอาคเนย์, ม.มหิดล ศาลายา, ม.กรุงเทพธนบุรี, รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ หนองแขม, รพ.กระทุ่มแบน, รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ อ้อมน้อย และ รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และ รพ.ราชพิพัฒน์
แกรนด์ เบอร์ลิงตัน เพชรเกษม-สาย 4 เป็นโครงการบ้านแฝด 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่โครงการประมาณ 33 ไร่ จำนวนเพียง 139 หลัง มีแบบบ้านให้เลือกถึง 5 แบบ บนที่ดินเริ่มต้น 36.5 ตารางวา สำหรับบ้านแฝด และ 50 ตารางวา สำหรับบ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 173-285 ตารางเมตร รองรับฟังก์ชัน 3-4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถสูงสุด 2-8 คัน* เหมาะกับทั้งครอบครัวเริ่มต้นและครอบครัวขนาดใหญ่
จุดเด่นของโครงการคือการออกแบบภายใต้แนวคิด “Longevity Wellness” ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังใส่ใจสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในทุกวัน ผ่านเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งระบบ Better Air ที่ช่วยหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ลดฝุ่น PM2.5 และเพิ่มออกซิเจน Better Water ระบบกรองน้ำทั้งหลัง Better Energy ที่รองรับการติดตั้ง Solar Rooftop และ EV Charger รวมถึง Smart Home System และระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจัดมาอย่างครบครัน เริ่มตั้งแต่ Grand Burlington Club House ดีไซน์หรูขนาดใหญ่ ภายในประกอบด้วย Fitness และ Yoga Studio ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. โดยภายในอาคารยังติดตั้งระบบ Better Air เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างบรรยากาศที่สดชื่น เหมาะสำหรับการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบกึ่งในร่ม แยกสระเด็กและสระผู้ใหญ่ Kids’ Room สำหรับเสริมพัฒนาการของเด็ก พื้นที่ Co-Working & Co-Study Space พร้อมระบบ Better Airให้การเรียนและการทำงาน มีอากาศดี ที่ทำให้สมองสดชื่น รวมถึงห้องประชุมที่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม.
นอกจากนี้ยังมี EV Charger ส่วนกลางที่ชาร์จได้เร็วถึง 22 กิโลวัตต์ สวนสาธารณะสไตล์อังกฤษขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่รองรับกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น Jogging Track, Pet Park สำหรับสัตว์เลี้ยง, Pavilion สำหรับพักผ่อนท่ามกลางสวน และสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นขนาดใหญ่ ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างสมบูรณ์
ด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็จัดเต็มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ด้วย Smart Automatic Gate ระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ ช่วยให้ลูกบ้านเข้า-ออกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เสริมด้วยกล้อง CCTV ครอบคลุมพื้นที่ส่วนกลางตลอด 24 ชม. และระบบรักษาความปลอดภัยที่โครงการช่วยดูแลและติดตามสถานการณ์ภายในโครงการ เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้ตลอดทั้งวัน
GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 เปิดราคาเริ่มต้น 5.99-12.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69)
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4w5vXde
รายละเอียดโครงการจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปติดตามกันต่อได้เลยค่ะ
| ชื่อโครงการ | แกรนด์ เบอร์ลิงตัน เพชรเกษม-สาย 4 GRAND BURLINGTON Petchkasem-Sai 4 |
| เจ้าของโครงการ | บริษัท สยามมาสเตอรพีซแอสเส็ท จำกัด / Siam Masterpiece Asset |
| ลักษณะโครงการ |
|
| พื้นที่โครงการ | ประมาณ 33 ไร่ |
| จำนวนบ้าน | 139 หลัง |
| เนื้อที่บ้าน |
|
| พื้นที่ใช้สอย | เริ่มต้น 173-285 ตร.ม. |
| จำนวนห้อง | 3-4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ |
| ที่จอดรถทั้งหมด | 2-8 คัน* |
| โซน | เพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 4-พุทธสาคร |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ถนนพุทธสาคร ระหว่างพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเพชรเกษม ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร |
| กำหนดการ | เปิดขายแล้ว |
| ปีที่สร้างเสร็จ | n/a |
| ราคา | เริ่ม 5.99-12.99 ล้านบาท* (ส.ค. 69) |
| ค่าส่วนกลาง | 40 บาท/ ตร.ว./ เดือน |
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง |
|
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
|
| Tel | 082-315-9999 |
| Line | https://lin.ee/6tWCdzN |
| Website | https://bit.ly/4w5vXde |
11 ถนนพุทธสาคร (ระหว่างพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเพชรเกษม) ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/Juaia1LUJ5KNh2216
GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 โครงการบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวหรูแห่งใหม่จาก Siam Masterpiece Asset ตั้งอยู่ติดถนนพุทธสาคร ฝั่งมุ่งหน้าไปเพชรเกษม-สาย 4 บนทำเลที่เชื่อมต่อการเดินทางไปยังกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และนครปฐมได้สะดวก
ทำเลพุทธสาคร-เพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 4 เป็นอีกหนึ่งโซนที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของแหล่งชุมชน ย่านการค้า และโครงการที่อยู่อาศัยโดยรอบ อีกทั้งยังมีถนนหลายสายรองรับการเดินทาง สามารถเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในหรือออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ ในอนาคตยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย สถานีพุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและส่งเสริมศักยภาพของทำเลให้มากยิ่งขึ้น
รอบโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างครบ ทั้งตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. ห้างสรรพสินค้า และไลฟ์สไตล์มอลล์ อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสถานศึกษากว่า 20 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งในระยะเดินทางสะดวก ตอบโจทย์ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การเดินทางไปเรียน และการดูแลสุขภาพ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองทุกครั้ง
ขณะเดียวกัน โซนพุทธสาคร กระทุ่มแบน และสมุทรสาคร ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งงานและธุรกิจจำนวนมาก จึงรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่ม Real Demand ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านสำหรับเริ่มต้นหรือขยับขยายครอบครัว พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิตและรองรับการอยู่อาศัยในระยะยาวได้ค่ะ
การเดินทางโดยรถส่วนตัว : โครงการตั้งอยู่ในโซนปริมณฑลที่สามารถเดินทางเข้าเมืองหรือออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก โดยที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนพุทธสาคร ฝั่งมุ่งหน้าไปทางเพชรเกษมและพุทธมณฑลสาย 4 เชื่อมต่อถนนสายหลักและพื้นที่สำคัญได้หลายเส้นทาง
จากโครงการสามารถเดินทางไปยังถนนเพชรเกษมได้ในระยะทางประมาณ 5 กม.* หากใช้ฝั่งขาเข้าจะผ่านหนองแขม บางแค พุทธมณฑลสาย 3 สาย 2 และสาย 1 ก่อนเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์ ผ่านท่าพระไปจนถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อเข้าสู่เขตพระนคร หรือเลือกใช้ถนนราชพฤกษ์และถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อเดินทางต่อไปยังย่าน CBD สาทร-สีลมได้
จากถนนพุทธสาคร เมื่อข้ามแยกสาครเกษมไปจะเชื่อมต่อกับถนนพุทธมณฑลสาย 4 ใช้เดินทางไปยังโซนศาลายาและ ม.มหิดล ศาลายา จากนั้นสามารถเชื่อมต่อถนนบรมราชชนนีและถนนศาลาธรรมสพน์ เพื่อเดินทางต่อไปยังพื้นที่ฝั่งนนทบุรีได้
ส่วนการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองผ่านถนนบรมราชชนนี สามารถเชื่อมต่อทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี มุ่งหน้าไปยังปิ่นเกล้าหรือสะพานพระราม 8 เพื่อเข้าสู่เขตพระนครได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้ทางพิเศษประจิมรัถยา เชื่อมต่อไปยังโซนบางซื่อและจตุจักรได้ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที*
สำหรับการเดินทางออกนอกเมือง สามารถกลับรถมาใช้ถนนพุทธสาครฝั่งขาออก มุ่งหน้าไปยังมหาชัยและตัวเมืองสมุทรสาครได้อย่างไม่ซับซ้อน ระหว่างทางยังมีถนนและซอยรองที่เชื่อมต่อไปยังซอยเพชรเกษม 81 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ซอยเพชรเกษม 69 ถนนเอกชัย และถนนพระราม 2 ช่วยกระจายการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
และในอนาคตอันใกล้ ยังมีโครงการทางยกระดับสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หรือมอเตอร์เวย์ M82 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนกาญจนาภิเษก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้ค่ะ
การเดินทางโดยรถสาธารณะและรถไฟฟ้า : มีความสะดวกไม่แพ้การใช้รถส่วนตัว เนื่องจากบริเวณหน้าโครงการมีป้ายรถเมล์ พร้อมรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน 2 สาย ได้แก่ สาย 80A EV (4-44) เส้นทางหมู่บ้าน วปอ.11-สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ และสาย 189 (4-59) เส้นทางสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน-กระทุ่มแบน โดยสามารถใช้เดินทางไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT หลักสองได้
ปัจจุบัน MRT หลักสอง เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด พร้อมมีอาคารจอดแล้วจรให้บริการ คนที่เรียนหรือทำงานในเมืองสามารถขับรถมาจอดและเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้าได้ ส่วนคนที่ไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถเมล์จากหน้าโครงการไปยังสถานีได้ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาที* ในช่วงการจราจรปกติ
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วยให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่สำคัญใจกลางเมืองได้หลายแห่ง ทั้งเยาวราช สามย่าน สีลม และลุมพินี รวมถึงเดินทางไปยังฝั่งท่าพระได้โดยตรง หากต้องการเปลี่ยนเส้นทาง สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ที่ MRT เตาปูน เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หรือเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า BTS ได้ที่สถานีบางหว้า ซึ่งอยู่ห่างจาก MRT หลักสองเพียง 4 สถานีค่ะ
โครงการตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหลักสอง ด้านหน้า The Mall บางแค ในระยะทางประมาณ 15.6 กม.* และมีอาคารจอดแล้วจรให้ใช้งานอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนนเพชรเกษมค่ะ
สำหรับสถานที่สำคัญโดยรอบโครงการ แม้ทำเลจะอยู่ในโซนพุทธสาคร-เพชรเกษม แต่เรื่องความสะดวกถือว่าครบครันไม่แพ้โครงการในตัวเมือง เพราะรอบ ๆ มีทั้งแหล่งซื้อของกินของใช้ ร้านวัสดุก่อสร้าง สถานศึกษา และโรงพยาบาลให้เลือกหลายแห่ง รองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกวัยในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ใกล้โครงการมี Makro อ้อมน้อย ประมาณ 5 กม.* ใช้ซื้อของสดและของใช้เข้าบ้านได้ในคราวเดียว ส่วนคนที่กำลังแต่งบ้าน ต่อเติมบ้าน หรือมองหาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ก็มีทั้ง Dohome เพชรเกษม, ไทวัสดุ อ้อมน้อย และ Global House กระทุ่มแบนให้เลือกใช้บริการ
ถัดออกไปจะมีทั้ง The Sphere เพชรเกษม, Lotus’s กระทุ่มแบน, Big C อ้อมใหญ่, Big C Market สาย 5 และ Victoria Gardens ส่วนวันหยุดที่อยากเดินเล่น ดูหนัง หรือรับประทานอาหารกับครอบครัว ก็สามารถไป Big C Extra เพชรเกษม ที่มี HomePro และ SF Cinema
รวมถึง Big C เพชรเกษม ที่มี Major Cineplex, Makro Food Service และ OfficeMate ได้ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง The Mall บางแค, Central ศาลายา, Central มหาชัย และ Central พระราม 2 รองรับไลฟ์สไตล์ในวันพักผ่อนอีกด้วย
สำหรับครอบครัวที่มีลูก จุดเด่นของทำเลนี้คือมีสถานศึกษาให้เลือกค่อนข้างมาก ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย โดยใกล้ที่สุดคือ รร.สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล ประมาณ 1.7 กม.* นอกจากนี้ยังมี รร.สารสาสน์วิเทศหนองแขม, รร.ทานตะวันไตรภาษา, รร.สารสาสน์วิเทศเอกชัย, รร.เลิศหล้า เพชรเกษม, รร.อนุบาลเด่นหล้า, รร.อัสสัมชัญธนบุรี และ รร.ยอแซฟอุปถัมภ์ ส่วนระดับมหาวิทยาลัยก็มีทั้ง ม.เอเชียอาคเนย์, ม.มหิดล ศาลายา และ ม.กรุงเทพธนบุรี เป็นตัวเลือก
นอกจากโรงเรียนเอกชนชั้นนำแล้ว ทำเลของโครงการยังอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนานาชาติชื่อดังของฝั่งธนฯ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น British Columbia International School, Singapore International School Thonburi (SISB), Basis International School Bangkok, Denla British School และ รร.สาธิตนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้นค่ะ
ด้านการดูแลสุขภาพ มี รพ.มหาชัย 2 อยู่ใกล้โครงการประมาณ 7.2 กม.* รวมถึง รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ หนองแขม, รพ.กระทุ่มแบน, รพ.วิชัยเวชอินเตอร์ฯ อ้อมน้อย, ศูนย์การแพทย์กาญจนาฯ, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และ รพ.ราชพิพัฒน์ ทำให้มีตัวเลือกทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนให้เข้ารับบริการได้ตามความต้องการ
นอกจากนี้ รอบโครงการยังใกล้กับสถานที่ราชการและพื้นที่สำคัญในละแวกใกล้เคียง ทั้ง สน.หนองแขม, ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน, ที่ว่าการ อ.กระทุ่มแบน, สนามกีฬาเทศบาลนครอ้อมน้อยคลังทอง และพุทธมณฑล เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งเรื่องการจับจ่ายใช้สอย การศึกษา สุขภาพ และกิจกรรมในวันพักผ่อน รองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวได้อย่างลงตัวมาก ๆ เลยค่ะ
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/Juaia1LUJ5KNh2216
ถนนเพชรเกษม ⇒ ถนนพุทธสาคร ⇒ กลับรถ 700 ม.* ⇒ ถึงโครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 ทางฝั่งซ้ายมือ
การเดินทางในวันนี้ เราเดินทางมาจากถนนเพชรเกษม ผ่านหนองแขม ทุ่งหน้าไปแยกพุทธมณฑลสาย 4 ดูตามป้ายไปสมุทรสาคร / ถนนพุทธสาคร
ตรงมาจนถึงแยกพุทธมณฑลสาย 4 ให้เลี้ยวซ้าย
เลี้ยวซ้ายมาจะเชื่อมกับถนนพุทธสาคร ฝั่งขาออก
ขับตรงไปบนถนนพุทธสาคร
ระหว่างทางจะผ่าน KFC Drive Thru และ PTT Station ขนาดใหญ่ ที่มีเปิดอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน
ตรงไปตามป้ายสมุทรสาคร
ผ่าน รร.สารสาสน์วิเทศพัชรมณฑล ไป แล้วให้ชิดขวาเพื่อเตรียมกลับรถ
ชิดขวาเตรียมกลับรถ
จากนั้นกลับรถไปถนนพุทธสาคร ฝั่งขาเข้า
กลับรถมาแล้วตรงไปอีกประมาณ 700 ม.* ให้ชิดซ้ายไว้นะคะ
ผ่านปั๊มน้ำมัน PT
ถึงโครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 ฝั่งซ้ายมือค่ะ
หน้าโครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4
GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 พัฒนาบนพื้นที่โครงการประมาณ 33 ไร่ มีบ้านพักอาศัยรวมทั้งหมด 139 หลัง ได้ความเป็นส่วนตัวและไม่หนาแน่นจนเกินไป ภายในโครงการมีให้เลือกทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น รองรับตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้นไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่
จากภาพมุมสูงจะเห็นว่าโครงการตั้งอยู่ติดถนนพุทธสาคร สามารถเข้า-ออกโครงการจากถนนใหญ่ได้โดยตรง ฝั่งทิศเหนือใช้เดินทางไปทางพุทธมณฑลสาย 4 และถนนเพชรเกษม ส่วนทางฝั่งทิศใต้ จะใช้มุ่งหน้าไปกระทุ่มแบนและสมุทรสาคร
บริเวณรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ อาคารพาณิชย์ ร้านค้า และพื้นที่สีเขียว ทำให้ได้บรรยากาศของย่านชานเมือง แต่ยังมีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน
ก่อนถึงโครงการจะปั๊มน้ำมัน PT สามารถแวะเติมน้ำมันก่อนเข้าบ้านได้ ด้านข้างและด้านหลังโครงการมีทั้งที่ดินเปล่า พื้นที่สีเขียว และโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ส่วนฝั่งตรงข้ามถนนพุทธสาครเป็นอาคารพาณิชย์และร้านค้า-ร้านอาหาร ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบไม่เงียบจนเกินไป และยังหาของกินของใช้ใกล้บ้านได้ง่ายค่ะ
รอบโครงการ
ด้านหน้าโครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 เป็นทางเข้า-ออกที่ติดกับถนนพุทธสาคร ซึ่งเป็นถนนสายหลักของย่าน โดยโครงการตั้งอยู่ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าไปยังถนนเพชรเกษมและพุทธมณฑลสาย 4 ทำให้การเดินทางเข้าเมืองและเชื่อมต่อไปยังโซนต่าง ๆ ทำได้สะดวก
บริเวณทางเข้าออกออกแบบ Main Gate ขนาดใหญ่ พร้อมป้ายชื่อโครงการที่มองเห็นได้ชัดจากถนนใหญ่ ช่วยให้สังเกตตำแหน่งโครงการได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีระยะ Setback จากแนวถนนหลักเข้ามาพอสมควร ทำให้มีพื้นที่สำหรับชะลอความเร็วและรอเลี้ยวเข้า-ออกโครงการได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
Main Gate ออกแบบมาในสไตล์ Modern Classic Luxury ในโทนสีขาว ตัดกับระแนงตกแต่งสีดำ ให้ภาพรวมที่ดูหรูหรา พรีเมียม
ประตูทางเข้าโครงการแบบ Smart Automatic Gate ระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเข้า-ออกโครงการ และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพพื้นที่ส่วนกลางตลอด 24 ชม.
ฝั่งรถเข้าจะมีการแบ่งช่องสำหรับ Visitor และ Resident ไว้แยกกัน
ส่วนฝั่งทางออก จะมีประตูทางออก และประตูสำหรับคนเดิน ที่ใช้การเข้า-ออกได้สะดวกผ่านระบบ Face Scan ค่ะ
ผ่าน Main Gate เข้ามาจะเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Clubhouse สวนสาธารณะ และบ้านตัวอย่าง โดยจัดวางไว้บริเวณด้านหน้าโครงการ ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้ามาใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกได้สะดวก และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้า
สำหรับบ้านตัวอย่าง โครงการเปิดให้เข้าชมบ้านเดี่ยวทั้งหมด 4 แบบ เพื่อให้เห็นรายละเอียดของแต่ละแปลน ฟังก์ชัน และการตกแต่งภายในก่อนตัดสินใจเลือกแบบบ้านที่เหมาะกับการใช้งาน
ฝั่งซ้ายมือเป็นอาคาร Clubhouse ที่ออกแบบเชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ภายในและภายนอกใช้งานร่วมกันได้สะดวก พร้อมมองเห็นวิวสวนสีเขียวได้จากหลายมุม
สวนส่วนกลางตกแต่งมาในสไตล์อังกฤษ เน้นพื้นที่สนามหญ้ากว้าง เปิดโล่ง เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งของทุกคนในครอบครัว
ภายในสวนยังตกแต่งด้วยน้ำพุและสวนหินสไตล์อังกฤษ ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูร่มรื่นและมีมิติมากขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งมุมที่เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนหรือถ่ายภาพเก็บบรรยากาศภายในโครงการ
โดยรอบสวนออกแบบเป็นลู่วิ่ง ลู่เดิน และเลนสำหรับปั่นจักรยาน ความยาวรวมกว่า 770 ม. รองรับทั้งการออกกำลังกายและการเดินเล่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นได้อย่างสะดวก
ตลอดแนวสวนมี Seating Area กระจายอยู่หลายจุด ให้ลูกบ้านเลือกนั่งพักหรือพูดคุยกันได้ตามอัธยาศัย อีกทั้งยังจัดพื้นที่ Pet Park แยกไว้สำหรับสัตว์เลี้ยง ให้สามารถพาออกมาเดินเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้
บริเวณกึ่งกลางสวนจะมี Pavilion ดีไซน์สวยตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ใช้เป็นจุดพักผ่อนหลักของสวน
ภายใน Pavilion จัดม้านั่งทรงโค้งไว้ทั้ง 2 ฝั่ง รองรับการนั่งใช้งานได้ประมาณ 10 คน เหมาะสำหรับการนั่งพัก พูดคุย หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนบ้าน
ตัว Pavilion เป็นแบบมีหลังคาคลุม จึงสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ช่วยบังแดดและฝน พร้อมเปิดรับวิวสวนโดยรอบ ทำให้บรรยากาศดูโปร่งและผ่อนคลาย
จาก Pavilion สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสนามเด็กเล่นได้ โดยโครงการจัดเครื่องเล่นมาให้หลายรูปแบบ รองรับการใช้งานของเด็กหลากหลายช่วงวัย และเลือกใช้พื้นสนามแบบ EPDM ซึ่งช่วยรองรับแรงกระแทก เพิ่มความปลอดภัยขณะเล่น
บริเวณด้านท้ายสวนยังมี Seating Area อีกหนึ่งจุด ที่ออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมตกแต่งด้วยไม้ดอกและไม้ประดับในสไตล์สวนอังกฤษ เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือชมบรรยากาศสีเขียวของโครงการได้อย่างสบาย ๆ
กลับมาที่อาคาร Clubhouse กันต่อค่ะ ด้านหน้าของอาคารออกแบบให้ดูโดดเด่นด้วยโถงทางเข้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และจัดทางเดินเข้าสู่อาคารไว้หลายด้าน ทำให้เข้า-ออกได้สะดวกจากทั้งฝั่งสวนส่วนกลางและลานจอดรถ
บริเวณด้านหน้าจัดเตรียมที่จอดรถส่วนกลางไว้สำหรับลูกบ้านและผู้มาติดต่อ พร้อมติดตั้ง Public EV Charger หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้ภายในโครงการ รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 22 kW ช่วยรองรับการใช้งานของผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี
จากทางเข้าหลักจะมีทางขึ้นแบบบันไดปกติ และทางลาดสำหรับลูกบ้านที่ใช้ Wheelchair หรือรถเข็นเด็กให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
ประตูทางเข้าเป็นแบบ Auto Door ให้ใช้งานได้สะดวกและช่วยลดการสัมผัสได้ดีค่ะ
เข้ามาภายใน Clubhouse จะเจอกับ Lobby แบบ Double Volume ที่ให้ฝ้าเพดานสูง โปร่ง และเปิดรับแสงธรรมชาติผ่านกระจก Full Height รอบด้าน ทำให้พื้นที่ภายในดูโอ่อ่าและสว่างตลอดช่วงกลางวัน พร้อมเปิดมุมมองออกไปยังสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลางได้อย่างเต็มที่
การตกแต่งเลือกใช้โทนสีเข้มตัดกับวัสดุลายหินอ่อนสีดำและรายละเอียดสีทอง ช่วยเพิ่มความรู้สึกเรียบหรู ขณะที่โคมไฟแขวนดีไซน์โมเดิร์นเหนือโถง Lobby ก็ช่วยสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ต้อนรับได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งจุดเด่นคือกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนและสระว่ายน้ำ ทำให้แม้นั่งอยู่ภายในอาคารก็ยังมองเห็นพื้นที่สีเขียวภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและทำให้พื้นที่ส่วนกลางดูน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นค่ะ
ด้านนอก Lobby จะเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดประมาณ 22 x 4.4 ม. โดยแบ่งสระผู้ใหญ่และสระเด็กออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน
โซนสระเด็กออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ร่ม ช่วยลดการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ทำให้เด็ก ๆ สามารถลงเล่นน้ำได้สบายตลอดทั้งวัน ส่วนบริเวณริมสระมีจุดอาบน้ำพร้อมระบบน้ำอุ่นเตรียมไว้ให้ เพิ่มความสะดวกก่อนและหลังใช้งาน
สำหรับผู้ปกครองสามารถเลือกนั่งพักผ่อนภายใน Lobby ที่เปิดรับวิวสระว่ายน้ำผ่านกระจกบานใหญ่ หรือจะออกมานั่งบริเวณริมสระเพื่อดูแลเด็ก ๆ พร้อมชมวิวสวนสไตล์อังกฤษก็ได้ บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างร่มรื่นและเหมาะกับการพักผ่อน
ติดกับสระว่ายน้ำเด็ก จะเป็น Kid’s Club ห้องเด็กเล่นแบบในห้องแอร์ ภายในจัดเป็นพื้นที่สำหรับให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรม เล่น และเสริมจินตนาการในพื้นที่ที่แยกเป็นสัดส่วน ช่วยให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็กใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกมากขึ้น
เชื่อมต่อจาก Lobby เข้ามาด้านใน จะเป็นโซนสำหรับเตรียมตัวก่อนใช้งานสระว่ายน้ำ ประกอบด้วยจุดล้างตัว ห้องน้ำส่วนกลาง และบันไดที่เชื่อมขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 2
บริเวณจุดล้างตัวติดตั้งฝักบัวแบบ Hand Shower พร้อมระบบน้ำอุ่น และราวแขวนผ้า ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกทั้งก่อนและหลังลงสระ
ห้องน้ำหญิงตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีเทา ภายในจัดฟังก์ชันมาอย่างครบถ้วน ทั้งเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ห้องสุขา และห้องอาบน้ำ แยกพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน
ส่วนห้องน้ำชายออกแบบในสไตล์เดียวกัน พร้อมจัดฟังก์ชันพื้นฐานครบเช่นกัน เพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้านได้สะดวก
นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำ Disabled แยกไว้อีก 1 ห้อง ภายในออกแบบพื้นแบบไร้ระดับต่าง พร้อมพื้นที่หมุนตัวสำหรับ Wheelchair ติดตั้งสุขภัณฑ์มาตรฐานและราวจับในตำแหน่งสำคัญ เพื่อช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ขึ้นมาบนชั้น 2 ของ Clubhouse จะเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมภายในอาคาร ประกอบด้วย Fitness, Yoga Room, Co-working & Co-study Space และ Co-meeting Space โดยทุกห้องใช้ระบบ Face Scan สำหรับควบคุมการเข้า-ออก เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งาน
ห้อง Fitness ออกแบบเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูง ใช้กระจก Full Height พร้อมกระจกสียูโรเกรย์รอบด้าน เปิดรับวิวสวนและพื้นที่ส่วนกลางได้กว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งขณะออกกำลังกาย อีกทั้งยังติดตั้งระบบ Better Air เพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศภายในห้อง และเปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม.
ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ Cardio Zone และ Weight Training Zone พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายมาให้ครบ รองรับการออกกำลังกายได้ทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
Cardio Zone วาง Treadmill ให้ 2 เครื่อง มี Exercise Bike แบบนั่งและแบบเอนให้รวม 3 เครื่อง
Weight Training Zone มี Dumbbell คละน้ำหนัก Sit-up bench และเครื่องบริหารกล้ามเนื้อให้ครบ
ถัดมาเป็น Yoga Room ซึ่งออกแบบให้มีฝ้าเพดานสูงเช่นเดียวกัน ภายในเป็นห้องโล่งสำหรับรองรับกิจกรรมที่ต้องการความสงบ เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการยืดเหยียดร่างกาย พร้อมติดตั้งระบบ Better Air เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนได้ดี และเปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม.
อีกหนึ่งพื้นที่คือ Co-working & Co-study Space ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมออนไลน์ ภายในจัดที่นั่งหลายรูปแบบ รองรับทั้งการใช้งานคนเดียวและการทำงานเป็นกลุ่ม พร้อมติดตั้งระบบ Better Air ให้การเรียนและการทำงาน มีอากาศดี ที่ทำให้สมองสดชื่น เช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ และเปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม.
บริเวณเดียวกันยังจัดเตรียม Pantry ส่วนกลางและตู้เย็นสำหรับแช่เครื่องดื่มไว้ให้ ช่วยเพิ่มความสะดวกระหว่างใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังมี Co-meeting Space ห้องประชุมที่แยกเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับการประชุมงาน พูดคุยกับลูกค้า หรือทำงานร่วมกันเป็นทีม ภายในติดตั้งระบบ Better Air และเปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม. เช่นเดียวกัน
โครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 มีแบบบ้านให้เลือก 5 แบบ ดังนี้
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2
วันนี้เราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
จุดเด่นของโครงการ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 คือการนำแนวคิด Longevity Wellness Technology หรือเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบบ้าน โดยไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งานเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสุขภาวะที่ดีของสมาชิกทุกคนในบ้านในทุก ๆ วัน ผ่านระบบต่าง ๆ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิต ดังนี้
ระบบ Better Air ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน ด้วยการหมุนเวียนอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ ลดฝุ่น PM2.5 รวมถึงลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นอับภายในบ้าน พร้อมช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนและลดคาร์บอนไดออกไซด์ในห้อง ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่น นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น ตื่นเช้ามารู้สึกกระปรี้กระเปร่า และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเรียนหรือการทำงานตลอดวัน
ระบบ Better Water ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำที่ใช้ภายในบ้าน โดยติดตั้งระบบกรองน้ำทั้งหลัง ช่วยลดตะกอน สนิม และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ทำให้น้ำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน มีความสะอาดและปลอดภัยมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีจาก “บ้านกรองน้ำ” พร้อมบริการตรวจเช็กอุปกรณ์และคุณภาพน้ำเป็นระยะ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้านการใช้พลังงาน โครงการนำเสนอแนวคิด Better Energy รองรับการอยู่อาศัยยุคใหม่ ด้วยการเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop รองรับมิเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านที่ต้องการติดตั้ง Solar Rooftop ผ่านพันธมิตรของโครงการ
ภายในบ้านยังมี Better Technology ที่ติดตั้ง Smart Home System มาให้ สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน Smart Phone ได้อย่างสะดวก พร้อมสวิตช์ไฟระบบสัมผัสทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟทั้งบ้านหรือเฉพาะบางห้อง การเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนกลับถึงบ้าน หรือการตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟภายนอกอัตโนมัติ ช่วยให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันง่ายและคล่องตัวมากขึ้น
ในด้านความปลอดภัย โครงการติดตั้ง ระบบ Better Security ที่เปลี่ยนบ้านให้เป็น Keyless Home ไม่ต้องพกกุญแจบ้านอีกต่อไป เจ้าของบ้านสามารถควบคุมประตูรั้วรถยนต์ผ่าน Smart Phone ได้ ไม่ต้องลงจากรถเพื่อเปิดรั้วในวันที่ฝนตกหรือเวลากลางคืน สามารถเข้า-ออกบ้านด้วยการสแกนลายนิ้วมือหรือใส่รหัส
รวมถึงสั่งเปิดประตูให้สมาชิกในครอบครัวหรือแขกได้จากระยะไกล นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Door & Window Sensor ตรวจจับการงัดแงะ หากเกิดเหตุผิดปกติ ระบบจะส่งเสียงไซเรน เปิดไฟแจ้งเตือนบริเวณหน้าบ้าน และส่งการแจ้งเตือนไปยัง Smart Phone ของเจ้าของบ้านทันที
บ้านตัวอย่างหลังแรก เป็นบ้านเดี่ยว SIZE เริ่มต้นของโครงการ คือ แบบบ้าน ARTHUR บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยประมาณ 201 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ห้องนั่งเล่น พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
โครงสร้างบ้านเลือกใช้ผนังก่ออิฐมวลเบาและผนังก่ออิฐแดง (เฉพาะห้องน้ำ) ซึ่งมีความแข็งแรงและรองรับการต่อเติมในอนาคตได้เป็นอย่างดี ขณะที่งานออกแบบมาในสไตล์ Modern Classic Luxury ที่โดดเด่นด้วยหลังคาทรงหน้าจั่วสูง ช่วยให้ตัวบ้านมีมิติและดูสง่างามมากขึ้น
จุดเด่นอีกอย่างคือความสูงของฝ้าเพดาน โดยพื้นที่ภายในบ้านมีฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. ตลอดทั้งหลัง ส่วนห้องนอน Master Bedroom ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. และยังสามารถต่อเติมเพิ่มความสูงได้สูงสุดถึง 4.2 ม. จึงช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้โปร่ง โล่ง และรับแสงธรรมชาติได้ดี ให้ความรู้สึกสบายกว่าบ้านทั่วไปอย่างชัดเจน
บ้านทุกแบบของโครงการออกแบบประตูรั้วให้แยกส่วนระหว่างทางเข้ารถยนต์และประตูสำหรับคนเดิน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน โดยประตูรั้วรถยนต์สามารถสั่งเปิด-ปิดผ่าน Smart Phone ได้ ไม่ต้องลงจากรถเพื่อเปิดรั้วเอง ช่วยเพิ่มความสะดวก โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือเวลากลางคืน
ส่วนประตูคนเดินเป็นแบบบานสวิง ใช้งานง่าย บริเวณกำแพงหน้าบ้านติดตั้งโคมไฟกิ่งเพื่อเพิ่มแสงสว่าง พร้อมถังขยะแบบฝังในกำแพง กล่องจดหมาย และกริ่งไร้สายที่โครงการติดตั้งมาให้ครบตั้งแต่แรกเข้าอยู่ ทำให้หน้าบ้านดูเป็นระเบียบ สวยงาม และพร้อมใช้งานได้ทันที
แปลนบ้าน ARTHUR เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ออกแบบฟังก์ชันโดยแยกพื้นที่ใช้งานของสมาชิกในบ้านไว้อย่างชัดเจน เน้นให้ชั้นล่างเป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ชั้น 1 มีที่จอดรถ 2 คัน พร้อมพื้นที่สวนรอบตัวบ้านตามขนาดแปลง ภายในบ้านออกแบบเป็นพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมต่อโซนนั่งเล่นรับแขกบริเวณหน้าบ้านเข้ากับพื้นที่รับประทานอาหารและมุมเตรียมอาหาร ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งและใช้งานได้สะดวก ถัดไปด้านหลังเป็นครัวไทยที่แยกเป็นสัดส่วน ช่วยลดกลิ่นและควันจากการประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีห้องนอนชั้นล่าง 1 ห้อง เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ใช้เป็นห้องรับรองแขก หรือปรับเป็นห้องทำงานได้ พร้อมห้องน้ำส่วนกลางอีก 1 ห้อง
ชั้น 2 เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว ประกอบด้วยห้องนอนอีก 3 ห้อง โดยห้องนอนใหญ่อยู่ฝั่งด้านหน้าบ้าน ได้พื้นที่กว้างต่อเนื่องตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน ภายในแบ่งสัดส่วนเป็นพื้นที่พักผ่อน Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวอย่างลงตัว พร้อมต่อเติมเพดานได้สูงสุด 4.2 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี ส่วนห้องนอนรองอีก 2 ห้อง มีขนาดใกล้เคียงกัน และใช้ห้องน้ำร่วมกันที่บริเวณโถงกลาง ซึ่งช่วยให้เข้าใช้งานได้สะดวกจากทั้งสองห้องค่ะ
ด้านหน้าบ้านแบบ ARTHUR ถูกจัดสรรพื้นที่การใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่จอดรถในร่ม ที่จอดรถได้ 2 คัน ส่วนฝั่งขวาเป็นเฉลียงหน้าบ้านที่เชื่อมต่อกับประตูทางเข้าหลัก ช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันสะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น
นอกจากนี้ รอบตัวบ้านยังเหลือพื้นที่ว่างสำหรับจัดสวน เพิ่มมุมพักผ่อน หรือปรับต่อเติมพื้นที่ใช้งานในอนาคตได้ตามไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละครอบครัว ทำให้บ้านมีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้ในระยะยาว
พื้นที่จอดรถของบ้านจริงปูพื้นด้วยคอนกรีตปาดเรียบ พร้อมออกแบบโครงสร้างให้รองรับการใช้งานได้อย่างแข็งแรง โดยบริเวณที่จอดรถในร่มเป็นโครงสร้างแบบ On Beam ส่วนพื้นที่ด้านนอกเป็นแบบ On Ground ช่วยรองรับการใช้งานและการรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสมในแต่ละส่วน
บริเวณชายคาติดตั้งโคมไฟให้จำนวน 2 ดวง ช่วยเพิ่มความสว่างบริเวณหน้าบ้านและพื้นที่จอดรถ ทำให้ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน
ภายในที่จอดรถ โครงการเตรียมงานระบบที่จำเป็นมาให้ค่อนข้างครบ เพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ โดยติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 1 ตัว สำหรับบันทึกภาพบริเวณหน้าบ้าน ระบบ Security Alarm สำหรับแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงเตรียม Junction Box สำหรับรองรับการติดตั้ง EV Charger ในอนาคต และมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำสำหรับใช้งานภายนอกมาให้เรียบร้อย
ส่วนประตูทางเข้าบ้านจากฝั่งที่จอดรถ เลือกใช้ประตู UPVC ลายไม้ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock ช่วยให้เข้า-ออกบ้านได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจ อีกทั้งยังช่วยให้การขนสัมภาระหรือย้ายของจากรถเข้าสู่ภายในบ้านทำได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีของจำนวนมากหรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
อีกฝั่งของบ้านจะเป็นประตูทางเข้าหลัก มีชายคายื่นออกมาช่วยบังแดดและฝน ทำให้ใช้งานหน้าบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งโคมไฟให้แสงสว่างจำนวน 2 ดวง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสวยงามในช่วงเวลากลางคืน
บริเวณทางเข้าจะมีเฉลียงยกพื้นขนาดค่อนข้างกว้าง ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกลายหินสีเทาแบบกันลื่นเต็มพื้นที่ สามารถจัดวางชั้นวางรองเท้า ตะกร้าใส่ร่ม หรือเพิ่มกระถางต้นไม้ตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศต้อนรับก่อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างลงตัว
ประตูทางเข้าหลักเป็นประตูบานเลื่อน กรอบ UPVC สีขาว ติดตั้งกระจกสี Euro Grey ที่ช่วยลดความร้อนและแสงจ้าจากภายนอก พร้อมช่วยลดเสียงรบกวน และเพิ่มความเป็นส่วนตัว เนื่องจากคนภายนอกจะมองเห็นภายในบ้านได้ไม่ชัด
จากภายในบ้านสามารถมองเห็นวิวและพื้นที่สีเขียวภายนอกได้อย่างชัดเจน ผ่านช่องเปิดกระจกบานใหญ่ที่ช่วยเชื่อมบรรยากาศระหว่างภายในและภายนอกบ้าน ทำให้รู้สึกโปร่งสบายและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ส่วนกลางแบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และพื้นที่เตรียมอาหารไว้ในโซนเดียวกัน ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถใช้งานและทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือแบ่งพื้นที่จนเกินไป
พื้นภายในบ้านปูด้วยกระเบื้องสีขาว ช่วยให้บรรยากาศดูเรียบหรู ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับการตกแต่งได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Modern, Luxury หรือ Contemporary
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่ให้มาถึง 3 ม.ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ทำให้ภายในบ้านดูโปร่ง โล่ง และไม่อึดอัด แม้จะมีการตกแต่งเพิ่มเติม เช่น การดรอปฝ้าซ่อนไฟเพื่อเพิ่มมิติและความหรูหรา ก็ยังคงเหลือความสูงของพื้นที่ใช้งานที่ให้ความรู้สึกสบาย ไม่ทำให้บ้านดูเตี้ยหรือคับแคบ
นอกจากนี้ Common Area ยังได้รับช่องแสงขนาดใหญ่รอบบ้าน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในสว่าง โปร่ง และดูโล่งตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่โดยไม่รู้สึกอบอ้าว
ประตูและหน้าต่างทุกบานภายในบ้านติดตั้งระบบ Door & Window Sensor สำหรับตรวจจับความผิดปกติ หากมีการงัดแงะหรือเปิด-ปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบจะส่งเสียงไซเรน พร้อมเปิดไฟ Alarm บริเวณหน้าบ้าน และส่งการแจ้งเตือนไปยัง Smart Phone ของเจ้าของบ้าน เพื่อให้สามารถรับทราบเหตุการณ์และตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้อยู่ที่บ้าน
ห้องนั่งเล่นถูกวางไว้บริเวณด้านหน้าของบ้าน มีพื้นที่รองรับโซฟาขนาด 4-5 ที่นั่งได้กำลังพอดี โดยยังเหลือพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างสำหรับวางโต๊ะกลาง โต๊ะข้าง หรือเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ๆ ได้อีกตามการใช้งานของแต่ละบ้าน
ฝั่งตรงข้ามเป็นผนังเปล่าที่มีความกว้างเกือบ 3 ม. สามารถ Built-in ชั้นวางทีวี ตู้เก็บของ หรือชั้นโชว์ของได้เต็มผนัง ใครที่ชอบบ้านสไตล์เรียบ ๆ ก็สามารถออกแบบให้เป็นผนังทีวีขนาดใหญ่ได้ ส่วนใครที่ต้องการพื้นที่เก็บของเพิ่ม ก็สามารถออกแบบตู้ Built-in ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้เช่นกัน
พื้นที่ตรงกลางห้องก็ยังเหลือระยะสำหรับเดินเข้า-ออกได้สะดวก ระยะดูทีวีก็กำลังพอดีกับการวางทีวีจอใหญ่ ทำให้มุมนี้ใช้งานได้ทั้งนั่งพักผ่อน ดูหนัง หรือเป็นพื้นที่รวมตัวของคนในบ้านในแต่ละวัน
ถัดจากห้องนั่งเล่นเข้ามาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและมุมเตรียมอาหารที่จัดวางไว้ใกล้กัน ทำให้การใช้งานในแต่ละวันค่อนข้างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหาร เสิร์ฟ หรือรับประทานร่วมกันภายในครอบครัว
พื้นที่รับประทานอาหารสามารถวางโต๊ะขนาด 4-6 ที่นั่งได้กำลังพอดี โดยยังเหลือพื้นที่รอบโต๊ะสำหรับเลื่อนเก้าอี้และเดินได้สะดวก ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อใช้งานจริง
อีกจุดที่ช่วยให้มุมนี้ดูโปร่งขึ้นคือการออกแบบหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่แบบเข้ามุม ทำให้มองเห็นสวนด้านนอกได้กว้างขึ้น พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้ตลอดช่วงกลางวัน ช่วยให้บรรยากาศบริเวณโต๊ะอาหารดูสว่างและน่านั่งยิ่งขึ้น
เหนือมุมทานอาหารจะติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพรวมภายในบ้านชั้นล่างได้กว้างให้อีก 1 ตัว
ส่วนมุมเตรียมอาหารในบ้านตัวอย่างมีการตกแต่งเพิ่มเติมให้ดูเป็นไอเดีย โดยต่อเติม Island ไว้ตรงกลาง ใช้เป็นทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและเคาน์เตอร์สำหรับนั่งจิบกาแฟในตอนเช้า หรือนั่งดื่มเครื่องดื่มเบา ๆ หลังเลิกงานได้
ด้านในจัดเป็น Pantry สำหรับเตรียมอาหารมื้อเล็ก ๆ หรือชงชา กาแฟในชีวิตประจำวัน ส่วนด้านข้างมีการออกแบบตู้โชว์เครื่องดื่มหน้าบานกระจกมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้หรือออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้
จากมุมเตรียมอาหารจะมีประตู UPVC สีขาว เชื่อมต่อออกไปยังพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน ทำให้การใช้งานระหว่างโซนเตรียมอาหารกับพื้นที่บริการเป็นสัดส่วนและสะดวกในชีวิตประจำวัน
ออกมาด้านหลังจะเป็นพื้นที่ซักล้างที่โครงการยกพื้นและปูด้วยกระเบื้องเซรามิกลายหินสีเทาแบบกันลื่นไว้บางส่วน พร้อมใช้งานตั้งแต่เข้าอยู่ และยังเหลือพื้นที่สำหรับปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ
บริเวณนี้ติดตั้งโคมไฟไว้เหนือประตูเพื่อให้แสงสว่างในช่วงกลางคืน และมีการเตรียมระบบน้ำ ระบบไฟ และงานสุขาภิบาลมาให้เรียบร้อย เจ้าของบ้านจึงสามารถต่อเติมหลังคาเพื่อทำเป็นมุมซักล้างหรือพื้นที่ซักผ้าเพิ่มเติมได้สะดวกเลยค่ะ
บรรยากาศภาพรวมบริเวณ Common Area ในบ้านชั้นล่าง
ไปดูพื้นที่ส่วนที่เหลือของบ้านกันต่อค่ะ
ข้างโถงบันได จะมีพื้นที่ใต้บันไดที่สามารถทำเป็นตู้เก็บของหรือมุมเก็บอุปกรณ์ภายในบ้านได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องเสียพื้นที่ใช้สอยส่วนอื่น และภายในยังติดโคมไฟให้แสงสว่างมากด้วย 1 ดวงค่ะ
ถัดเข้ามาจะเป็นโถงกลางของบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประตูรองที่ออกสู่ที่จอดรถ ห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำชั้นล่าง ทำให้การเดินเชื่อมแต่ละพื้นที่ทำได้สะดวก และเป็นจุดกระจายการใช้งานของชั้นล่างได้ดี
บริเวณผนังโถงกลางติดตั้งระบบ Smart Home System มาให้ พร้อมสวิตช์ไฟแบบแตะสัมผัสทั้งหลัง สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน Smart Phone ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดไฟทั้งบ้านหรือเลือกเฉพาะบางห้อง การสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนกลับถึงบ้าน รวมถึงการตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟภายนอกบ้านอัตโนมัติ ช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันสะดวกขึ้น และสามารถจัดการอุปกรณ์ภายในบ้านได้ง่ายแม้ไม่ได้อยู่บ้าน
ห้องนอน 4 ในบ้านตัวอย่างถูกตกแต่งเป็นห้องทำงาน เพื่อให้เห็นตัวอย่างการใช้งานของพื้นที่ แต่บ้านจริงสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ ห้องเด็ก ห้องเลี้ยงสัตว์ หรือทำเป็นห้องทำงานและ Live Studio สำหรับคนที่ทำงานจากบ้านก็ใช้งานได้เช่นกัน
ภายในห้องตัวอย่างมีการ Built-in ตู้เก็บของและตู้โชว์ขนาดใหญ่ พร้อมจัดวางโต๊ะทำงานสำหรับ 1 ที่นั่งไว้บริเวณกลางห้อง เพื่อให้เห็นระยะการใช้งานและการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการตกแต่งของตัวเองได้
อีกจุดที่น่าสนใจคือห้องนี้มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่ 2 ด้าน ช่วยรับแสงธรรมชาติและเปิดรับลมได้ดี ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสว่างและโปร่งตลอดช่วงกลางวัน
ห้องน้ำชั้นล่างอยู่ติดกับโถงส่วนกลางและห้องนอน 4 ทำให้ใช้งานได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อห้องนี้ปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุหรือห้องรับรองแขก ก็สามารถเดินมาใช้ห้องน้ำได้ในระยะใกล้ ๆ ให้ความรู้สึกคล้ายมีห้องน้ำส่วนตัว
ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน ทั้งโซนแห้งและพื้นที่อาบน้ำ พร้อมติดตั้งหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งสำหรับรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศ ลดความอับชื้นภายในห้อง
ส่วนงานตกแต่งเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นและกรุผนังในโทนสีขาวและสีเทา ตัดสลับลวดลายอย่างเรียบง่าย ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสะอาด สบายตา และเข้ากับการตกแต่งบ้านได้หลายสไตล์ พร้อมใช้สุขภัณฑ์เกรดพรีเมียมทั้งหมดค่ะ
อ่างล้างมือเลือกใช้แบบแขวนผนัง พร้อมก๊อกน้ำโครเมียมแบบก้านโยก ด้านหลังทำ Low Wall กรุท็อปหินแกรนิตสำหรับวางของใช้ในห้องน้ำ และติดตั้งกระจกเงาทรงสี่เหลี่ยมบานสูงมาให้ 1 บาน ส่วนพื้นที่ใต้อ่างยังเหลือพื้นที่สำหรับวางถังขยะหรือเพิ่มชั้นวางของขนาดเล็กได้
ฝั่งตรงข้ามติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush เพื่อช่วยประหยัดน้ำ พร้อมสายฉีดชำระ และปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำอีก 1 จุด รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องน้ำได้สะดวก
พื้นที่อาบน้ำอยู่บริเวณด้านในของห้อง ติดตั้งฝักบัวแบบ Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำก้านโยกใช้งานง่าย และมีการเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้เรียบร้อย ช่วยให้สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ภายหลังโดยไม่ต้องเดินระบบใหม่
และห้องน้ำทุกห้องภายในบ้านได้รับประโยชน์จากระบบ Better Water ซึ่งเป็นระบบกรองน้ำทั้งหลังที่โครงการติดตั้งมาให้ ช่วยลดตะกอน สนิม และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ทำให้น้ำที่ใช้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน มีคุณภาพสะอาดมากขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยค่ะ
บันไดของบ้านเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก แข็งแรงตามมาตรฐาน ส่วนลูกนอนและลูกตั้งปิดผิวด้วยวัสดุ SPC ลายไม้ ให้สัมผัสคล้ายไม้ธรรมชาติและดูแลรักษาได้ง่าย ราวกันตกเป็นโครงเหล็กสีขาว พร้อมราวจับไม้ เดินต่อเนื่องไปจนถึงชั้น 2 ทำให้ภาพรวมดูเรียบและเข้ากันทั้งชุด
โถงบันไดออกแบบให้มีความสูงโปร่ง พร้อมติดตั้งหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้าน ทำให้บริเวณนี้สว่างในช่วงกลางวัน อีกทั้งยังมีบานเปิดขนาดเล็ก 1 คู่ สำหรับเปิดรับลมและช่วยระบายอากาศ ทำให้พื้นที่โถงบันไดดูปลอดโปร่งและไม่อับทึบ
ด้วยความสูงของโถงบันได ทำให้สามารถตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโคมไฟแขวนหรือ Chandelier เพื่อเพิ่มลูกเล่นและสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ส่วนนี้ได้ตามสไตล์ที่ชอบ
ขึ้นมาด้านบนชั้น 2 วัสดุปูพื้นจะเปลี่ยนมาเป็น SPC ลายไม้สีธรรมชาติ ที่ดูพรีเมียม หรูหรา ให้ผิวสัมผัสคล้ายไม้จริง และมีจุดเด่นที่การกันลื่นกันปลวกและกันน้ำได้ดี
ข้างราวบันได จะมี Corner เล็ก ๆ ไว้สำหรับเพิ่มพื้นที่วางของ หรือจะทำเป็น Pet Area สำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้ค่ะ
ชั้นบนนี้จะประกอบไปด้วย 1 ห้องนอนใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัว และ 2 ห้องนอนรอง โดยทุกห้องจะติดตั้งระบบ Better Air ระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ ลดฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และกลิ่นอับ เพิ่มออกซิเจน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่น นอนหลับสบาย และตื่นมาพร้อมความสดใสในทุกวัน
เริ่มจาก Master Bedroom ทางฝั่งขวามือกันก่อนค่ะ
เข้ามาภายใน Master Bedroom จะสัมผัสได้ถึงความกว้างของพื้นที่ตั้งแต่แรก โดยห้องมีหน้ากว้างต่อเนื่องจากด้านหน้าบ้านไปจนถึงด้านหลัง ทำให้สามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งโซนพักผ่อนบริเวณหน้าบ้าน และโซน Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว
พื้นที่ส่วนพักผ่อนของชั้น 2 อยู่บริเวณหน้าจั่วของตัวบ้าน จึงได้ฝ้าเพดานสูงกว่าพื้นที่ส่วนอื่น อย่างบ้านตัวอย่างเลือกเปิดฝ้าสูงถึง 4.2 ม. ทำให้ห้องดูโปร่ง มีมิติ และรู้สึกกว้างขึ้นกว่าปกติ
ทั้งยังสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด King Size ได้อย่างลงตัว รอบ ๆ เตียงสามารถวางโต๊ะหัวเตียง โคมไฟตั้งพื้น และ Built-in ตู้โชว์ ตู้วางทีวีสวย ๆ เพิ่มได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานรอบเตียงได้สะดวก
จากเตียงนอนจะเชื่อมกับประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดออกสู่ระเบียง และยังมีช่องแสงบานฟิกซ์ขนาดใหญ่ด้านข้างที่ช่วยทำให้ห้องรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ในช่วงกลางวัน และยังสามารถเปิดออกไปรับลมหรือชมวิวด้านนอกได้ง่าย ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งและผ่อนคลายมากขึ้น
ระเบียงของห้องมีขนาดกำลังพอดี สามารถออกมายืนรับลมหรือจัดวางต้นไม้กระถางเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับมุมนี้ได้
พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกแบบกันลื่นเต็มพื้นที่ ส่วนราวกันตกเลือกใช้กระจก Tempered Glass พร้อมโครงและราวจับสแตนเลส ช่วยให้มุมมองดูโล่ง ไม่บดบังวิว และเข้ากับดีไซน์ของตัวบ้านโดยรวม
จากระเบียงเมื่อมองกลับเข้ามาภายใน จะเห็นความต่อเนื่องของพื้นที่ภายในห้องที่ดูกว้างและเปิดโล่ง ช่วยให้ห้องนอนดูมีมิติมากขึ้น
อีกฝั่งของห้องเป็นโซน Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ทำให้การแต่งตัวและใช้งานในแต่ละวันสะดวกเป็นลำดับมากขึ้น
พื้นที่บริเวณนี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบเข้ามุม แบ่งพื้นที่ His & Her จัดมุมโต๊ะเครื่องแป้ง หรือเพิ่ม Island ตรงกลางสำหรับเก็บเครื่องประดับ และ Accessories ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ
ห้องน้ำใน Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วนระหว่างโซนแห้งและโซนอาบน้ำอย่างชัดเจน พื้นและผนังกรุกระเบื้องลายหินโทนสีขาว เทา และดำ ทำให้ภาพรวมดูเรียบและเข้ากับสไตล์ของบ้าน นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างกระจกฝ้าจำนวน 2 บาน ช่วยรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศภายในห้องน้ำได้ดี
บริเวณอ่างล้างหน้าเป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์ ท็อปเลือกใช้หินแกรนิตสีดำ โดยเว้นพื้นที่ด้านข้างไว้สำหรับวางของใช้ในห้องน้ำได้พอสมควร ด้านบนติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่ 1 บาน พร้อมปลั๊กไฟกันน้ำ 1 จุด และราวแขวนผ้าสแตนเลสมาให้เรียบร้อย
ตัวอ่างเป็นทรงเหลี่ยมขอบมน ใช้ก๊อกน้ำแบบก้านโยกที่รองรับการใช้งานน้ำร้อน-น้ำเย็น โดยโครงการมีการเตรียมระบบท่อน้ำร้อน-น้ำเย็นมาให้ตั้งแต่แรก ทำให้สามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนเพิ่มเติมได้ในภายหลัง และใช้งานได้ทั้งบริเวณอ่างล้างหน้าและพื้นที่อาบน้ำ
ฝั่งตรงข้ามติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระ และปลั๊กไฟกันน้ำบริเวณผนังด้านข้าง
ส่วนด้านหลังทำ Low Wall กรุท็อปหินแกรนิตไว้สำหรับวางของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ให้หยิบใช้งานได้สะดวก
ส่วนอาบน้ำอยู่ตรงมุมห้อง ได้พื้นที่อาบน้ำขนาดกว้างกำลังดี พร้อมทำพื้นลดระดับกันน้ำไหลออกมาให้แล้วค่ะ
ติดตั้งฝักบัวมาให้ 2 รูปแบบ ได้แก่ Hand Shower และ Rain Shower พร้อมราวเลื่อนสำหรับปรับระดับความสูง-ต่ำของฝักบัว ด้านล่างมีก๊อกน้ำอีก 1 จุด และมีชั้นวางของแบบเจาะผนังสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อย
บรรยากาศภาพรวมภายใน Master Bedroom
ฝั่งตรงข้ามของ Master Bedroom จะเป็นโซนของห้องนอนรองจำนวน 2 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลางที่จัดวางไว้ตรงกลางระหว่างทั้งสองห้อง ทำให้แต่ละห้องสามารถเดินออกมาใช้งานได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่ส่วนอื่นของบ้าน จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับมีห้องน้ำส่วนตัวสำหรับใช้งานร่วมกัน
ห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 มีขนาดค่อนข้างกว้างและจัดฟังก์ชันการใช้งานไว้เป็นสัดส่วนไม่ต่างจากห้องน้ำอื่นของบ้าน แบ่งพื้นที่โซนแห้งและโซนอาบน้ำออกจากกันชัดเจน พื้นและผนังกรุกระเบื้องโทนสีขาว-เทา พร้อมลวดลายที่ช่วยให้ห้องดูเรียบและสบายตา พร้อมใช้สุขภัณฑ์เกรดพรีเมียมทั้งหมด และมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้ง 1 บาน สำหรับรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศ
อ่างล้างหน้าเป็นแบบแขวนผนัง ใช้ก๊อกน้ำแบบก้านโยก ด้านหลังทำ Low Wall กรุท็อปหินแกรนิตสีดำสำหรับวางของใช้ พร้อมติดตั้งกระจกเงาทรงสี่เหลี่ยมบานสูงมาให้ 1 บาน
อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระ และปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำบริเวณด้านข้าง เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องน้ำ
พื้นที่อาบน้ำอยู่บริเวณมุมห้อง มีขนาดกำลังพอดี ติดตั้งฝักบัวแบบ Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำก้านโยก และเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้เรียบร้อย หากต้องการติดตั้งเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเดินระบบใหม่
สำหรับห้องนอนรอง 2 จะอยู่บริเวณด้านหน้าของบ้าน ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3.5–6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์มาตรฐานได้ครบ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานได้สะดวก
ห้องนี้ได้ช่องแสงจากหน้าต่าง 2 ทิศทาง ได้แก่ หน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าบ้าน และหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอีก 1 บานบริเวณด้านข้าง ช่วยให้รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดีตลอดวัน
บ้านตัวอย่างออกแบบพื้นที่ฝั่งหน้าต่างเป็นมุมทำงาน โดย Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานไว้ริมหน้าต่าง เพื่อให้เห็นตัวอย่างการจัดวางเฟอร์นิเจอร์
ส่วนอีกฝั่งจัดวางเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุต สำหรับห้องนอนเด็ก หากบ้านไหนมีลูก 2 คนที่อายุใกล้เคียงกัน ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเตียง 2 ชั้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานภายในห้องได้
ภายในห้องนอนทุกห้อง โครงการติดตั้งระบบ Better Air สำหรับเติมอากาศผ่านแผ่นกรองบนฝ้า ช่วยนำอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ภายในบ้าน พร้อมกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า PM2.5 เพื่อลดการสะสมของอากาศเสียและช่วยให้คุณภาพอากาศภายในห้องดีขึ้น

บริเวณปลายเตียงเป็นผนังเปล่า สามารถวางชั้นวางทีวีแบบตั้งพื้น หรือเลือกติดตั้ง Smart TV แบบแขวนผนัง เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่และปรับการใช้งานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว
มาต่อกันที่ห้องนอน 3 ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็น Family Area สำหรับนั่งเล่นหรือดูหนังร่วมกัน เพื่อให้เห็นอีกหนึ่งแนวทางการใช้งานของพื้นที่ ส่วนบ้านจริงก็สามารถปรับเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์อื่น ๆ ได้ตามความต้องการ
ห้องนอน 3 ได้ช่องแสงจากหน้าต่าง 2 ด้านเช่นกัน โดยเป็นหน้าต่างกระจกบานเปิดและหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ช่วยให้ห้องรับแสงธรรมชาติได้ดี พร้อมเปิดรับลมและระบายอากาศได้สะดวก ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งสบายตลอดวัน
บ้านตัวอย่างหลังต่อไปเป็นแบบบ้าน DIANA ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ พัฒนาบนที่ดินเริ่มต้น 60.4 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 พื้นที่พักผ่อน และรองรับการจอดรถได้ 3-8 คัน ขึ้นอยู่กับขนาดของแปลงที่ดิน
โครงสร้างตัวบ้านก่อด้วยอิฐมวลเบา และก่ออิฐมอญแดงบริเวณห้องน้ำ รองรับการต่อเติมในอนาคตได้ ส่วนงานออกแบบมาในสไตล์ Modern Classic Luxury โดดเด่นด้วยหลังคาทรงหน้าจั่วสูง ทำให้พื้นที่ภายในบ้านได้ฝ้าเพดานสูง 3 ม. ทั้งชั้นล่างและชั้นบน
ส่วน Master Bedroom ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 3.5 ม. และหากต้องการตกแต่งเพิ่มเติมก็สามารถเปิดฝ้าได้สูงสุดประมาณ 4.2 ม. จึงช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่ง มีมิติ และรู้สึกกว้างกว่าบ้านที่มีฝ้าเพดานมาตรฐานทั่วไปค่ะ
แปลนบ้าน DIANA เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ เน้นพื้นที่ใช้สอยกว้าง พร้อมรองรับการขยายครอบครัวในอนาคต โดยแยกพื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่พักผ่อนได้อย่างลงตัว
ชั้น 1 เปิดรับด้วย Foyer เชื่อมกับพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารแบบ Open Plan ทำให้บ้านดูโปร่งและใช้งานร่วมกันได้สะดวก ถัดไปด้านหลังเป็นครัวไทยที่แยกเป็นสัดส่วน ช่วยลดกลิ่นและควันจากการประกอบอาหาร ภายในชั้นนี้ยังมีห้องนอน 1 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือใช้เป็นห้องรับรองแขก อีกทั้งยังมีห้องน้ำส่วนกลางแบบ Powder Room เพิ่มอีก 1 ห้อง และที่จอดรถรองรับได้ตั้งแต่ 3-8 คัน* ตามขนาดแปลง
ชั้น 2 เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้าน ประกอบด้วยห้องนอนอีก 3 ห้อง โดยห้องนอนใหญ่ได้พื้นที่กว้างที่สุด พร้อม Walk-in Closet ห้องน้ำในตัว และต่อเติมเพดานได้สูงถึง 4.2 ม. เพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและหรูหรายิ่งขึ้น ส่วนห้องนอนรองอีก 2 ห้องต่างก็มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน ทำให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Family Area อยู่บริเวณโถงกลางชั้น 2 ใช้เป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวี หรือพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้ชีวิตภายในบ้านได้มากกว่าบ้านทั่วไปค่ะ
ประตูและหน้าต่างของบ้านเลือกใช้วงกบ UPVC โดยประตูทางเข้าหลักมาในโทนลายไม้ธรรมชาติ ส่วนหน้าต่างเป็น UPVC สีขาว ติดตั้งกระจกสี Euro Grey ที่ช่วยลดแสงจ้าและความร้อนจากภายนอก พร้อมช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง
กระจกของบ้านโครงการนี้ ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมองจากภายนอกเข้ามาจะเห็นภายในได้ไม่ชัด ขณะที่ผู้อยู่อาศัยยังสามารถมองเห็นวิวภายนอกและรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้ตามปกติ จึงช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่าง โปร่ง และสบายตลอดช่วงกลางวัน
พื้นที่จอดรถของบ้านแบบ DIANA ใช้โครงสร้างแบบ On Beam ในส่วนที่อยู่ใต้หลังคา และเป็นแบบ On Ground สำหรับพื้นที่ด้านนอก บ้านจริงเทพื้นคอนกรีตปาดเรียบ รองรับการจอดรถได้ 3-8 คัน ขึ้นอยู่กับขนาดของแปลงที่ดิน
อีกจุดที่แตกต่างจากแบบบ้านอื่นคือ หลังคาที่จอดรถออกแบบให้ต่อเนื่องเชื่อมไปจนถึงเฉลียงหน้าบ้าน ทำให้สามารถเดินจากรถเข้าสู่ประตูหลักได้โดยไม่ต้องออกกลางแจ้ง ช่วยบังแดดและฝนได้ตลอดแนว เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเฉพาะเวลาขนสัมภาระหรือในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
ภายในพื้นที่จอดรถ โครงการมีการเตรียมงานระบบพื้นฐานมาให้เรียบร้อย เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในอนาคต ส่วนบ้านตัวอย่างมีการติดตั้ง EV Charger และระบบ Solar Cell มาให้ชมเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เห็นตำแหน่งและรูปแบบการใช้งานจริง
บริเวณจุดจอดรถมีการเตรียมตำแหน่งสำหรับติดตั้ง EV Charger ไว้ให้แล้ว พร้อมปลั๊กไฟภายนอกที่มีฝาครอบกันน้ำอีก 1 จุด รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สะดวก
อีกฝั่งของบ้านเป็นตำแหน่งติดตั้ง Inverter ของระบบ Solar Rooftop ซึ่งโครงการได้เตรียมงานระบบรองรับไว้ตั้งแต่แรก สำหรับผู้ที่สนใจติดตั้งแผง Solar Cell เพิ่มเติมในอนาคต ก็สามารถดำเนินการได้สะดวก โดยโครงการยังมีสิทธิพิเศษด้านส่วนลดสำหรับลูกบ้านที่เลือกติดตั้ง Solar Rooftop ผ่านพันธมิตรของโครงการอีกด้วย
บริเวณมุมด้านบนของพื้นที่จอดรถ โครงการติดตั้งกล้อง CCTV มาให้ 1 ตัว สำหรับบันทึกภาพบริเวณหน้าบ้านและพื้นที่จอดรถ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน
ด้านข้างเป็นอุปกรณ์ของระบบ Security Alarm ซึ่งจะทำหน้าที่แจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินภายในบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถรับทราบสถานการณ์และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
จาจากพื้นที่จอดรถสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ซักล้างด้านข้างและด้านหลังบ้านได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้งานระหว่างโซนบริการกับภายในบ้านค่อนข้างสะดวก
บริเวณด้านข้างบ้านติดโคมไฟให้แสงสว่าง และยกพื้นปูกระเบื้องกันลื่นมาให้เรียบร้อย พร้อมเตรียมงานระบบน้ำและระบบไฟไว้ครบ ทั้งจุดต่อท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง และปลั๊กไฟ รองรับการติดตั้งเครื่องซักผ้าได้ทันที โดยไม่ต้องเดินระบบเพิ่มเติม
พื้นที่ด้านข้างจะเชื่อมต่อไปยังลานซักล้างด้านหลังบ้าน ซึ่งมีพื้นที่เหลือสำหรับใช้งานได้อีกพอสมควร ด้านหน้าของลานซักล้างเป็นประตูที่เชื่อมเข้าสู่ห้องครัวภายในบ้าน ทำให้การใช้งานระหว่างครัวและพื้นที่บริการด้านนอกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ถัดจากลานซักล้างจะเป็นเฉลียงด้านหลังบ้านที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถเดินเชื่อมเข้าสู่ Common Area ของชั้นล่างได้โดยตรง หากบ้านไหนชอบจัดงานเลี้ยงหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ก็สามารถต่อเติมหลังคาให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor หรือทำเป็น Glass House สำหรับใช้งานอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้
จากพื้นที่หลังบ้านยังสามารถเดินเชื่อมไปยังพื้นที่ด้านข้างอีกฝั่ง และออกมายังหน้าบ้านบริเวณห้องนอนชั้นล่างได้ ทำให้สามารถเดินรอบตัวบ้านได้สะดวก
กลับมาที่บริเวณหน้าบ้าน จะพบกับซุ้มทางเข้าขนาดใหญ่ โดยเสาทั้งสองฝั่งติดตั้งโคมไฟกิ่งมาให้ 1 คู่ ช่วยเพิ่มแสงสว่างในช่วงเวลากลางคืน
เดินเข้ามาจะเป็นเฉลียงในร่มขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากหน้าบ้านและจากพื้นที่จอดรถ ทำให้ใช้งานได้สะดวกในชีวิตประจำวัน
บริเวณเฉลียงมีการติดตั้งอ่างล้างมือมาให้ สามารถใช้ล้างมือก่อนเข้าบ้านหรือก่อนออกจากบ้านได้ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
ฝั่งตรงข้ามจัดเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องมือช่าง หรือของใช้ที่ไม่ต้องการวางไว้ภายในบ้าน ช่วยให้พื้นที่ส่วนต่าง ๆ ภายในบ้านดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ประตูทางเข้าหลักของบ้านแบบ DIANA เป็นประตูบานเปิดขนาดใหญ่ ใช้วงกบ UPVC ลายไม้ พร้อมกระจกสี Euro Grey ช่วยลดความร้อนและแสงจ้าจากภายนอก อีกทั้งยังติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ รองรับการปลดล็อกได้หลายรูปแบบ รวมถึงสามารถควบคุมและสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันบน Smart Phone ได้
บริเวณมุมของตัวบ้านยังมีช่องแสงกระจกบานฟิกซ์แบบเข้ามุมเพิ่มเข้ามา ช่วยให้พื้นที่โถงทางเข้ารับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในดูสว่าง โปร่ง และเชื่อมต่อมุมมองระหว่างภายในกับภายนอกได้ดี
บ้านแบบ DIANA ยังคงได้ระบบ Better Technology ครบเหมือนกับบ้านแบบอื่นของโครงการ ทั้ง Smart Home System ที่เชื่อมต่อการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน Smart Phone และสวิตช์ไฟแบบ Touch Switch ที่ติดตั้งมาให้ทั้งหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องติดตั้งระบบเพิ่มเติมเอง
เมื่อเข้ามาภายในบ้าน จะเจอกับ Foyer ซึ่งช่วยสร้างระยะก่อนเข้าสู่พื้นที่ใช้งานหลักของบ้าน บริเวณนี้มีพื้นที่เหลือสำหรับจัดวางตู้เก็บรองเท้า ตู้เก็บของ หรือม้านั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้า ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นระเบียบมากขึ้น และยังสามารถตกแต่งเพิ่มเติมให้เข้ากับสไตล์ของบ้านได้ตามต้องการ
ผ่าน Foyer เข้ามาภายในบ้าน จะเจอกับ Common Area หน้ากว้างแบบ Open Plan ทำให้เมื่อเข้ามาภายในจะรู้สึกว่าพื้นที่แต่ละส่วนเชื่อมต่อกันได้ดี และสามารถแบ่งโซนการใช้งานได้ค่อนข้างชัดเจน ทั้งมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และพื้นที่ส่วนอื่น ๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
อีกจุดที่ช่วยให้บ้านดูโปร่งคือการเลือกใช้ช่องแสงขนาดใหญ่แบบ Full-Size บริเวณด้านหลังบ้าน เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่ พร้อมเชื่อมมุมมองออกไปยังสวนภายนอก ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่างและรู้สึกต่อเนื่องกับพื้นที่สีเขียวด้านนอกมากขึ้น
ในด้านระบบความปลอดภัย หน้าต่างทุกบานบริเวณชั้นล่างติดตั้งระบบ Window Sensor มาให้จากโครงการ หากมีการเปิดหรือเกิดความผิดปกติ ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV ติดตั้งไว้ทั้งภายในพื้นที่ชั้นล่างและบริเวณลานจอดรถ โดยเจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบภาพผ่าน Smart Phone ได้ แม้จะไม่ได้อยู่ที่บ้าน
พื้นภายในบ้านปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนทั้งหมด ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานให้มาถึง 3 ม. ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ช่วยให้บรรยากาศภายในดูโล่งกว่าบ้านที่มีฝ้ามาตรฐาน และหากต้องการตกแต่งเพิ่มเติม เช่น การดรอปฝ้าซ่อนไฟ ก็ยังคงเหลือความสูงของพื้นที่ใช้งาน ทำให้ห้องไม่รู้สึกอึดอัดและยังคงความโปร่งสบายไว้ได้
พื้นที่ฝั่งขวาของบ้านจัดเป็นห้องนั่งเล่นรับแขก ที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาชุดใหญ่สำหรับ 6-8 ที่นั่งได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับจัดวางโต๊ะกลาง ชั้นวางทีวี หรือ Built-in ตู้เก็บของและตู้โชว์เต็มผนังได้ตามความต้องการ
หากเป็นครอบครัวที่ใช้มุมนั่งเล่นเป็นพื้นที่หลักของบ้าน ก็สามารถเลือกจัดโซฟาเป็นรูปตัว L หรือตัว U เพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งและสร้างพื้นที่สำหรับนั่งดูหนัง พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างสบาย โดยยังคงเหลือระยะสำหรับเดินสัญจรรอบ ๆ ได้สะดวก
อีกฝั่งของพื้นที่ส่วนกลางเป็นโซนรับประทานอาหารและมุมเตรียมอาหาร ซึ่งจัดวางไว้ติดกับห้องครัว ทำให้การใช้งานในแต่ละวันค่อนข้างต่อเนื่อง ทั้งการเตรียมอาหาร เสิร์ฟ และเก็บล้างหลังรับประทานเสร็จ
พื้นที่รับประทานอาหารมีขนาดค่อนข้างกว้าง รองรับการจัดวางโต๊ะอาหารแบบยาวสำหรับ 6-10 ที่นั่งได้สบาย เหมาะทั้งการใช้งานของสมาชิกในครอบครัวและการรับรองแขกในโอกาสต่าง ๆ โดยเมื่อจัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังเหลือพื้นที่รอบโต๊ะสำหรับเลื่อนเก้าอี้และเดินใช้งานได้สะดวก
อีกจุดที่น่าสนใจคือพื้นที่ส่วนนี้เชื่อมต่อกับเฉลียงด้านหลังบ้านผ่านประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้สามารถเปิดออกไปใช้งานพื้นที่ภายนอกได้ง่าย ไม่ว่าจะจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อน มุมจิบกาแฟ หรือมุม Afternoon Tea ก็ใช้งานได้ลงตัว
ติดกับโต๊ะอาหารยังมีพื้นที่หน้ากว้างสำหรับ Built-in ตู้เก็บของหรือตู้โชว์หน้าบานกระจก รวมถึงจัดเป็น Pantry สำหรับเตรียมอาหารมื้อเล็ก ๆ หรือชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ในแต่ละวันได้
จากมุมทานอาหารจะเชื่อมต่อกับห้องครัวได้ใกล้ ๆ กัน
ห้องครัวแยกออกมาเป็นสัดส่วน ช่วยลดกลิ่นและควันรบกวนพื้นที่ส่วนกลาง ภายในมีพื้นที่เพียงพอสำหรับ Built-in เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L พร้อมตู้เก็บของด้านบนและด้านล่างได้เต็มพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีหน้าต่างสำหรับรับแสงและช่วยระบายอากาศระหว่างประกอบอาหาร
จากห้องครัวสามารถเปิดประตูออกไปยังลานซักล้างด้านหลังบ้านได้โดยตรง ทำให้การใช้งานเชื่อมต่อกับพื้นที่บริการด้านนอกเป็นไปอย่างสะดวก
ส่วนบริเวณชั้นล่างยังมีห้องน้ำแบบ Powder Room อีก 1 ห้อง จัดไว้สำหรับใช้งานร่วมกันของสมาชิกในบ้านและแขกที่มาเยือนได้อย่างสะดวก
ห้องน้ำ Powder Room เป็นห้องหน้ากว้าง ทำพื้นลดระดับจากตัวบ้านลงไปให้เล็กน้อย พร้อมตกแต่งกระเบื้องภายใน ในโทนสีขาวและสีเทาเช่นเดิม และห้องนี้จะมีหน้าต่างระบายอากาศติดมาให้ด้วย 1 บาน
ขวามือติดตั้งโถสุขภัณฑ์ 2 Piece ระบบ Dual Flush ด้านหลังมี Low-Wall หินแกรนิตสำหรับวางของใช้ และมีปลั๊กไฟกันน้ำให้ 1 จุด
อีกฝั่งได้อ่างล้างมือแขวนผนัง ก๊อกน้ำก้านโยก พร้อมกระจกเงาบานสูงขนาดใหญ่ โดยใต้อ่างจะมีพื้นที่เหลือให้วางถังขยะ หรือชั้นวางของเล็ก ๆ เพิ่มเข้าไปได้ค่ะ
อีกฝั่งของชั้นล่างที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่น จะเป็นทางเข้าสู่ห้องนอน 4
หนึ่งในจุดที่แตกต่างจากแบบบ้านหลังแรก เพราะห้องนี้มีห้องน้ำในตัว ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องรับรองแขก ห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์ ก็รองรับการใช้งานได้หลากหลาย
ห้องน้ำภายในแบ่งพื้นที่โซนแห้งและโซนอาบน้ำออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน พื้นและผนังกรุกระเบื้องโทนสีขาว-เทา พร้อมลวดลายที่ช่วยให้ห้องดูเรียบและสบายตา พร้อมใช้สุขภัณฑ์เกรดพรีเมียมทั้งหมด และมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งสำหรับรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศมาให้ 1 บาน
บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้เห็นตัวอย่างการใช้งาน ภายในมีพื้นที่รองรับเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า โต๊ะข้างเตียง และเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานได้ครบ โดยยังเหลือพื้นที่รอบเตียงสำหรับเดินใช้งานได้สะดวก และห้องนี้จะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นมาเป็น SPC ลายไม้ ที่ได้ฟีลที่อบอุ่นสบายตา
จุดเด่นของห้องนี้คือประตูกระจกบานเลื่อนแบบ Full-Size ที่ติดตั้งอยู่ฝั่งหน้าบ้าน สามารถเปิดเชื่อมต่อออกไปยังสวนด้านหน้าได้โดยตรง ทำให้ห้องรับแสงธรรมชาติและมองเห็นพื้นที่สีเขียวภายนอกได้เต็มที่ ช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งและสบายตลอดช่วงกลางวัน
โถงบันไดอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ได้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแข็งแรงทนทาน เดินขึ้น-ลงไม่มีเสียงดังรบกวน ลูกตั้งและลูกนอนปิวผิว SPC ลายไม้ เหมือนกันกับวัสดุปูพื้นบนชั้น 2
ตรงกลางโถงได้ชานพักขนาดใหญ่ ช่วยให้เดินขึ้น-ลงบ้านได้วสะดวกสบายมากขึ้น และยังพอมีพื้นที่เหลือให้วางของตกแต่งบ้านในแบบที่ชอบเพิ่มได้ด้วยค่ะ
สำหรับราวบันไดของบ้านหลังนี้ จะได้เป็นราวผนังทึบ และติดมือจับที่ผนังให้ต่อเนื่องไปจนถึงชั้น 2
โถงบันไดมีความสูงโปร่งเช่นเดิม และจุดนี้จะมีหน้าต่างกระจกบานผสมทรงสูงติดมาให้ด้วย 1 บาน ใช้เปิดรับแสงธรรมชาติในตอนกลางวัน และยังใช้บานเปิดในการระบายอากาศได้ค่ะ
ขึ้นมาบนชั้น 2 พื้นจะเปลี่ยนเป็นวัสดุ SPC ลายไม้โทนธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำ กันปลวก และมีผิวที่ช่วยลดการลื่น ทำให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและดูแลรักษาได้ง่าย
พื้นที่ชั้นบนประกอบด้วยห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง ได้แก่ Master Bedroom 1 ห้อง และห้องนอนรองอีก 2 ห้อง ซึ่งทุกห้องติดตั้งระบบ Better Air ระบบหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ ลดฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และกลิ่นอับ เพิ่มออกซิเจน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่น นอนหลับสบาย และตื่นมาพร้อมความสดใสในทุกวัน
บริเวณกึ่งกลางของชั้นเป็นพื้นที่ Family Area ที่สามารถปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่นของครอบครัว มุมดูทีวี พื้นที่ทำงาน หรือมุมอ่านหนังสือก็ใช้งานได้ลงตัว นอกจากนี้โครงการยังเตรียมตำแหน่งประตูสำหรับเชื่อมกับห้องน้ำไว้เรียบร้อย หากต้องการปรับพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นห้องนอนที่ 5 ก็สามารถทำได้ในอนาคต
ไปดู Master Bedroom และห้องนอนรอง 3 กันก่อนค่ะ
Master Bedroom เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน และเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของแบบบ้านนี้ เนื่องจากตำแหน่งของห้องอยู่บริเวณหน้าจั่ว จึงได้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานถึง 3.5 ม. ส่วนบ้านตัวอย่างเลือกเปิดฝ้าสูงถึง 4.2 ม. ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง มีมิติ และรู้สึกกว้างมากขึ้น

พื้นที่ภายในห้องสามารถจัดแบ่งการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยโซนพักผ่อนรองรับเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่สำหรับจัดวางโต๊ะหัวเตียง โคมไฟ ตู้เก็บของ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ได้ครบ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานรอบเตียงได้สะดวก
ปลายเตียงนอนมีพื้นที่เหลือให้วางโซฟา Love Seat โต๊ะกลาง และ Built-in ต่อเติมชั้นวางทีวี รวมถึงตู้โชว์สวย ๆ ความสูงจรดฝ้าเพดานได้เลยค่ะ
ด้านข้างเตียงนอน จะได้หน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่แบบพิเศษ ช่วยให้ห้องรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ในช่วงกลางวัน และสามารถเปิดรับลมได้ง่าย ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งและเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกได้เป็นอย่างดี
ถัดจากโซนพักผ่อนเข้าไปด้านหลัง จะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำในตัวแบบ Full Bath
พื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ สามารถออกแบบการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะจัดตู้เสื้อผ้าแยกฝั่ง His & Her หรือเพิ่มพื้นที่เก็บของให้เหมาะกับสมาชิกในบ้าน โดยบริเวณนี้ยังได้หน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่อีก 1 จุด ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในพื้นที่แต่งตัว
บ้านตัวอย่าง Built-in ตู้เสื้อผ้าความสูงจรดฝ้าเพดานไว้ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้เห็นตัวอย่างการจัดพื้นที่ใช้งาน
ส่วนตรงกลางยังเหลือพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถเพิ่ม Island สำหรับเก็บเครื่องประดับ นาฬิกา หรือแอ็กเซสซอรีต่าง ๆ ได้
บริเวณด้านหน้าของ Walk-in Closet ยังสามารถจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้ โดยพื้นที่มีขนาดเพียงพอสำหรับจัดเป็นโต๊ะแบบ 2 ที่นั่ง หากใช้งานร่วมกันภายในครอบครัว
จาก Walk-in Closet สามารถเดินเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำในตัวได้โดยตรง ทำให้ลำดับการใช้งานตั้งแต่แต่งตัวไปจนถึงห้องน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และช่วยแยกพื้นที่ส่วนตัวออกจากโซนพักผ่อนได้อย่างชัดเจน
ห้องน้ำภายใน Master Bedroom มีขนาดกว้างขวาง ใช้งานได้สบาย ๆ โดยโครงการออกแบบเป็นห้องน้ำแบบ Full Bath ที่จัดฟังก์ชันการใช้งานมาอย่างครบถ้วน ภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีขาว-เทา ให้บรรยากาศเรียบหรู และแบ่งพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วนไว้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งอ่างล้างหน้าแบบ His & Her โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำ และ Bathtub
อีกหนึ่งจุดที่ทุกหลังของโครงการได้รับเหมือนกันคือระบบ Better Water ซึ่งเป็นระบบกรองน้ำทั้งหลัง ช่วยลดตะกอน สนิม และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ทำให้น้ำที่ใช้ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน มีคุณภาพสะอาดมากขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
บริเวณอ่างล้างหน้าเลือกใช้แบบ His & Her จำนวน 2 อ่าง ฝังบนเคาน์เตอร์ท็อปหินแกรนิต มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางของใช้ได้ค่อนข้างเยอะ ด้านบนติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่เต็มพื้นที่ พร้อมปลั๊กไฟกันน้ำบริเวณด้านข้างอีก 1 จุด
ภายในห้องน้ำมีการเตรียมระบบน้ำร้อน-น้ำเย็นมาให้ตั้งแต่แรก รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนในภายหลัง โดยสามารถใช้งานร่วมกับอ่างล้างหน้า ฝักบัว และ Bathtub ได้ทั้งหมด
ฝั่งตรงข้ามเป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ พร้อมรีโมตควบคุมการใช้งานที่ผนัง และมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำเตรียมไว้ให้เรียบร้อย
พื้นที่ส่วนแห้งด้านหน้าห้องน้ำมีระยะใช้งานค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนโดยไม่อึดอัด
ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งแบ่งฝักบัวออกเป็น 2 โซน ทำให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้ เหมาะกับช่วงเวลาเร่งรีบในตอนเช้า
ฝั่งขวาติดตั้งฝักบัวครบทั้ง Hand Shower และ Rain Shower พร้อมราวเลื่อนปรับระดับ ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ และม้านั่งภายในพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งสามารถใช้เป็นที่นั่งหรือวางของใช้ระหว่างอาบน้ำได้
ส่วนฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่อาบน้ำอีก 1 จุด ติดตั้ง Hand Shower พร้อมชั้นวางของบริเวณผนัง ช่วยให้จัดเก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้เป็นระเบียบ
ด้านในสุดของห้องเป็น Bathtub แบบลอยตัว พร้อมก๊อกน้ำและฝักบัวสำหรับใช้งานครบชุด ขนาดอ่างรองรับการแช่ตัวได้สบาย รอบอ่างยังเหลือพื้นที่สำหรับตกแต่งเพิ่มเติม เช่น วางต้นไม้ฟอกอากาศ ชั้นวางของ หรือของตกแต่ง เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมากขึ้น
มาต่อกันที่ห้องนอนรองฝั่งหลังบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับ Master Bedroom
บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องนอนสำหรับเด็กผู้หญิงในโทนสีขาว-ชมพู ให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสดใส พร้อมจัดวางเตียงนอน 2 ชั้น เพื่อให้เห็นตัวอย่างการใช้งานสำหรับครอบครัวที่มีลูก 2 คน
พื้นที่ภายในห้องยังเหลือระยะใช้งานค่อนข้างกว้าง สามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเตียงเดี่ยว เตียงขนาดใหญ่ หรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย
ผนังอีกฝั่งของห้องมีพื้นที่ต่อเนื่องตลอดแนว เหมาะสำหรับ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ หรือจัดเป็นมุมอ่านหนังสือและโต๊ะทำการบ้านแบบ 2 ที่นั่งได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานได้สะดวก
ห้องนี้ได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ 1 บาน ช่วยให้บรรยากาศภายในดูสว่าง โปร่ง และเปิดรับลมเพื่อช่วยระบายอากาศได้ดี
ห้องน้ำในตัวเป็นห้องหน้ากว้าง แบ่งพื้นที่โซนแห้งและโซนอาบน้ำออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน พื้นและผนังกรุกระเบื้องโทนสีอ่อน ให้บรรยากาศเรียบและสบายตา ส่วนสุขภัณฑ์เลือกใช้มาตรฐานเดียวกับห้องน้ำอื่นภายในบ้าน พร้อมติดตั้งหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งสำหรับรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศมาให้ 1 ชุด
อีกฝั่งของชั้น 2 จะเป็นโซนของห้องนอนรองฝั่งหน้าบ้าน และห้องน้ำส่วนกลางที่ออกแบบเป็นแบบ Double Access หรือสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทำให้ใช้งานร่วมกันได้สะดวก และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนที่อยู่ติดกัน
ห้องนอนรอง 2 มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนรองอีกห้องเล็กน้อย จุดเด่นคือมีประตูอีกบานที่เปิดเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำได้โดยตรง จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับมีห้องน้ำในตัว ช่วยให้ใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกมากขึ้น
ภายในห้องได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งมาให้ 2 ด้าน ทำให้บรรยากาศดูสว่างและโปร่งตลอดช่วงกลางวัน
พื้นที่ภายในรองรับการจัดวางเตียงได้หลายขนาด ทั้ง 3.5, 5 และ 6 ฟุต หรือหากเป็นห้องสำหรับพี่น้อง ก็สามารถวางเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต จำนวน 2 เตียงได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานและจัดวางเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ได้สะดวก
ด้วยขนาดห้องที่ค่อนข้างกว้าง จึงสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวได้หลายช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นห้องสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต วัยรุ่น หรือแม้แต่ห้องนอนสำหรับวัยทำงาน ก็ยังรองรับการจัดวางเตียง ตู้เสื้อผ้า และมุมทำงานได้อย่างลงตัว
ปลายเตียงมีพื้นที่ต่อเนื่องตลอดแนว สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า จัดมุมโต๊ะทำงาน โต๊ะอ่านหนังสือ หรือชั้นวางทีวีได้ตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละครอบครัว
บริเวณอีกฝั่งของห้องเป็นประตูที่เชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำแบบ Double Access ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าใช้งานได้โดยไม่ต้องออกไปยังโถงกลาง
ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้องโทนสีขาว เทา และดำ พร้อมแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมใช้สุขภัณฑ์เกรดพรีเมียมทั้งหมด ทำให้วัสดุและรูปแบบการใช้งานมีความต่อเนื่องทั้งหลัง
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4w5vXde
*หมายเหตุ : ข้อมูลราคา และโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม*
⇒ ทำเลที่ตั้งของโครงการ : GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 ตั้งอยู่บนถนนพุทธสาคร ทำเลศักยภาพที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกและจังหวัดสมุทรสาคร จึงตอบโจทย์ทั้งคนที่ทำงานในเมือง และคนในพื้นที่ รวมถึงครอบครัวที่ต้องการบ้านหลังใหญ่บนทำเลที่เดินทางสะดวก
จุดเด่นของทำเลคืออยู่ติดถนนใหญ่ ไม่ต้องเข้าซอยลึก ทำให้เข้า-ออกโครงการได้สะดวก เชื่อมต่อถนนสายสำคัญอย่างถนนเพชรเกษม ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถนนกาญจนาภิเษก และถนนพระราม 2 ได้ง่าย จึงสามารถเลือกเส้นทางเดินทางได้หลากหลายตามจุดหมายปลายทาง
บริเวณโดยรอบยังเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง รายล้อมด้วยศูนย์การค้า ตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Makro, Dohome, Lotus’s, Big C, The Sphere, Victoria Gardens, Central ศาลายา, Central มหาชัย และ The Mall บางแค ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกไม่ต่างจากการอยู่อาศัยในเมือง
แม้จะอยู่ในโซนปริมณฑล แต่บรรยากาศโดยรอบยังคงมีความสงบ เป็นย่านพักอาศัยที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พร้อมความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในเมืองชั้นใน
⇒ การเดินทางโดยรถส่วนตัว : การเดินทางถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโครงการ เพราะสามารถเชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง ทั้งสำหรับการเดินทางเข้าเมืองและออกต่างจังหวัด
จากหน้าโครงการสามารถใช้ถนนพุทธสาครเชื่อมเข้าสู่ถนนเพชรเกษม เพื่อเดินทางไปหนองแขม บางแค พุทธมณฑลสาย 3 สาย 2 และสาย 1 ก่อนวิ่งต่อเข้าสู่ราชพฤกษ์ ท่าพระ วงเวียนใหญ่ และย่านธุรกิจอย่างสาทร-สีลมได้สะดวก
อีกฝั่งหนึ่งยังสามารถเชื่อมต่อถนนพุทธมณฑลสาย 4 ถนนกาญจนาภิเษก และถนนพระราม 2 ทำให้เดินทางไปมหาชัย สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมถึงภาคใต้ได้อย่างสะดวกเช่นกัน
ในอนาคตยังมีทางพิเศษสาย M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดระยะเวลาเข้าสู่กรุงเทพฯ และช่วยยกระดับศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว
ด้วยความที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ จึงช่วยลดเวลาการเข้า-ออกโครงการ เหมาะกับครอบครัวที่ใช้รถยนต์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน รับ-ส่งบุตรหลาน หรือเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด
⇒ การเดินทางโดยรถสาธารณะและรถไฟฟ้า : สำหรับผู้ที่ใช้รถสาธารณะก็สามารถเดินทางได้สะดวกไม่แพ้กัน โดยบริเวณหน้าโครงการมีรถโดยสารสาธารณะวิ่งผ่าน สามารถใช้เดินทางไปยังโซนเพชรเกษม บางแค และพื้นที่ใกล้เคียงได้
หากต้องการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง สามารถต่อรถไปยัง MRT สถานีหลักสอง ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุดในปัจจุบัน และมีอาคารจอดแล้วจรสำหรับผู้ที่ต้องการขับรถมาจอดแล้วเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้า
ในอนาคตยังมีโครงข่ายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่จะเข้ามารองรับการเดินทางในย่านนี้มากขึ้น ทำให้การเดินทางเข้าเมืองมีความสะดวกยิ่งกว่าเดิม และช่วยเพิ่มมูลค่าของทำเลในระยะยาวอีกด้วย
⇒ การออกแบบโครงการ การออกแบบบ้าน และวัสดุที่ได้รับ : โครงการพัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 33 ไร่ จำนวนบ้านเพียง 139 หลัง จึงให้บรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว พร้อมแบบบ้านให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว รองรับครอบครัวได้หลากหลายขนาด
หัวใจสำคัญของ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 คือการนำแนวคิด Longevity Wellness Technology มาประยุกต์ใช้กับการอยู่อาศัยจริง ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยดูแลสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัวในระยะยาว
ตัวบ้านออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ รองรับครอบครัวหลายช่วงวัย มีห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ พื้นที่นั่งเล่นกว้าง ห้องครัวเป็นสัดส่วน พื้นที่จอดรถหลายคัน พร้อมการออกแบบให้บ้านโปร่ง รับแสงธรรมชาติ และเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสวนรอบบ้าน ช่วยให้บรรยากาศการอยู่อาศัยสบายและผ่อนคลายมากขึ้น
นอกจากฟังก์ชันบ้านแล้ว ยังติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพมาให้หลายระบบ เริ่มจาก Better Air ที่ช่วยหมุนเวียนอากาศ ลดฝุ่น PM2.5 ลดเชื้อโรคและกลิ่นอับ พร้อมเพิ่มออกซิเจนและลดคาร์บอนไดออกไซด์ภายในบ้าน ช่วยให้บรรยากาศสดชื่น ส่งผลดีต่อการพักผ่อนและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
Better Water ระบบกรองน้ำทั้งหลังจาก “บ้านกรองน้ำ” ช่วยลดตะกอน สนิม และสิ่งปนเปื้อน ทำให้น้ำที่ใช้ภายในบ้านสะอาดยิ่งขึ้น พร้อมบริการตรวจเช็กระบบและคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
Better Energy รองรับการติดตั้ง Solar Rooftop เตรียมมิเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และรองรับการติดตั้ง EV Charger ช่วยตอบโจทย์การใช้พลังงานในอนาคต พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านที่สนใจติดตั้ง Solar Rooftop ผ่านพันธมิตรของโครงการ
Better Technology ติดตั้ง Smart Home System ให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน Smart Phone ทั้งการเปิด-ปิดไฟ การตั้งเวลาไฟภายนอกบ้าน และการเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า พร้อมสวิตช์ไฟแบบ Touch Switch ทั้งหลัง
ด้านความปลอดภัยมี Better Security ที่เปลี่ยนบ้านให้เป็นระบบ Keyless Entry สามารถเข้า-ออกบ้านด้วยลายนิ้วมือหรือรหัส พร้อมควบคุมประตูรั้วผ่าน Smart Phone อีกทั้งยังติดตั้ง Door Sensor และ Window Sensor หากเกิดความผิดปกติ ระบบจะส่งเสียงเตือน เปิดไฟแจ้งเตือน และส่ง Notification ไปยัง Smart Phone ของเจ้าของบ้านทันที
ในส่วนของวัสดุ โครงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพมาตรฐาน ทั้งโครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน สุขภัณฑ์คุณภาพ และมีการเตรียมระบบต่าง ๆ รองรับการใช้งานในอนาคต ทำให้บ้านพร้อมเข้าอยู่และสามารถต่อยอดการใช้งานได้ในระยะยาว
⇒ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และระบบรักษาความปลอดภัย : พื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานของสมาชิกทุกวัย ภายใน Grand Burlington Clubhouse มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบกึ่งในร่ม พร้อมสระเด็ก Kids’ Room ฟิตเนสขนาดใหญ่ที่เปิดรับวิวได้ถึง 180 องศา และ Yoga Room แยกเป็นสัดส่วน พร้อมอุปกรณ์ครบครัน
นอกจากนี้ยังมี Co-Working & Co-Study Space รวมถึง Meeting Room ที่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. เหมาะทั้งการทำงาน การอ่านหนังสือ และการประชุมออนไลน์ รองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
ภายนอกอาคารมีสวนสาธารณะสไตล์อังกฤษขนาดใหญ่ พร้อม Jogging Track, Pavilion, Playground และ Pet Park สำหรับสัตว์เลี้ยง ให้สมาชิกทุกวัยได้ใช้เวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าแบบ Smart Automatic Gate พร้อมระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ ช่วยให้ลูกบ้านเข้า-ออกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้บัตรผ่าน พื้นที่ส่วนกลางติดตั้งกล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และระบบ LIV-24 ที่ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อทำงานร่วมกับระบบ Better Security ภายในตัวบ้าน จึงทำให้ GRAND BURLINGTON เพชรเกษม-สาย 4 มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมตั้งแต่ทางเข้าโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงภายในบ้าน ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัวตลอดการอยู่อาศัย
Tel : 082-315-9999
Line : https://lin.ee/6tWCdzN
Website : https://bit.ly/4w5vXde
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ