จุดเด่นของทำเลนี้คืออยู่ใกล้ จุดขึ้น-ลงทางด่วนสุขสวัสดิ์ ใช้งานได้จริงทั้งขาเข้าและขาออก ใช้เข้าเมืองไปพระราม 3-สาทร-สีลม ได้ในไม่กี่นาที* และจากทางด่วนขาลงก็สามารถกลับเข้ามาโครงการได้สะดวกมากเช่นกัน ถือเป็น Location ที่ตอบโจทย์คนทำงานในเมือง แต่ยังอยากได้บ้านแนวราบในบรรยากาศสงบและมีความเป็นส่วนตัวค่ะ
ชั้นบนเป็น Fitness Room ที่โปร่งโล่ง มองเห็นวิวสวนได้เต็มตา พร้อม Semi-Outdoor Terrace และ Co-working Space บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งครบ เฟอร์นิเจอร์พร้อมใช้งาน และสามารถมองวิวสวนได้รอบด้านเช่นกัน
โครงการยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางหมู่บ้าน ที่จัดพื้นที่แยกเป็นโซนชัดเจน ทั้งสนามหญ้ากว้างสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง มุมนั่งพักผ่อน สนามเด็กเล่น และทางเดิน-วิ่ง Jogging Track ให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติอย่างเต็มที่
มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบดูแลครบวงจรตลอด 24 ชม. ตั้งแต่ระบบ Easy Pass ที่ช่วยให้เข้า-ออกโครงการได้สะดวกไม่ต้องหยุดเปิดปิด พร้อม CCTV รอบโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการตลอดเวลา เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจในทุกวัน ในราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท* (มี.ค. 69)
| ชื่อโครงการ |
เฌอ สาทร-สุขสวัสดิ์ / CHER Sathorn-Suksawat |
| เจ้าของโครงการ |
บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) / PEACE & LIVING |
| ลักษณะโครงการ |
- ทาวน์โฮม 2 ชั้น
- บ้านแฝด 2 ชั้น
|
| พื้นที่โครงการ |
9-1-82.8 ไร่ |
| จำนวนบ้าน |
96 หลัง |
| เนื้อที่บ้าน |
เริ่มต้น 16.2-63.4 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย |
เริ่มต้น 104-161 ตร.ม. |
| จำนวนห้อง |
2-3 ห้องนอน, 1-2 ห้องอเนกประสงค์, 2-3 ห้องน้ำ |
| ที่จอดรถทั้งหมด |
2 คัน |
| โซน |
สุขสวัสดิ์-พระราม 3 |
| เส้นทางคมนาคม |
- ถนนประชาอุทิศ
- ถนนสุขสวัสดิ์
- ถนนราษฎร์บูรณะ
- ถนนพุทธบูชา
- ถนนพระราม 3
- ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม (สะพานภูมิพล)
- ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสุขสวัสดิ์
- รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีแยกประชาอุทิศ
|
| ที่ตั้ง |
ซอยประชาอุทิศ 17 ถนนประชาอุทิศ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กทม. 10140 |
| กำหนดการ |
– |
| ปีที่สร้างเสร็จ |
– |
| ราคา |
- ทาวน์โฮม เริ่ม 3.59 ล้านบาท* (มี.ค. 69)
- บ้านแฝด เริ่ม 7.49 ล้านบาท* (มี.ค. 69)
|
| ค่าส่วนกลาง |
72 บาท/ ตร.ว./ เดือน |
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง |
ห้างสรรพสินค้า
- Lotus’s บางปะกอก : 3.3 กม.
- MaxValu ประชาอุทิศ : 4 กม.
- Lotus’s go fresh ประชาอุทิศ : 4.2 กม.
- Big C บางปะกอก : 4.8 กม.
- Home Pro สุขสวัสดิ์ : 5 กม.
- Big C Food Place ประชาอุทิศ : 7.6 กม.
- The Bright พระราม 2 : 7.6 กม.
- SB Design Square พระราม 2 : 8 กม.
- Asiatique The Riverfront : 8.4 กม.
- Home Pro, Big C พระราม 2 : 9.5 กม.
- Central พระราม 3 : 6.2 กม.
- Terminal 21 พระราม 3 : 9.2 กม.
- ICONSIAM : 10.2 กม.
- Central พระราม 2 : 10.4 กม.
ตลาดนัด-ตลาดสด
- ตลาดสดบางปะกอก : 2.8 กม.
- ตลาดสดทุ่งครุ : 3.5 กม.
- ตลาดไทยสมบูรณ์ : 3.9 กม.
- ตลาดยิ่งรวย : 5.5 กม.
- ตลาดครุในไนซ์มาร์เก็ต : 5.8 กม.
สถานศึกษา
- รร.อนุบาลบูรณะศึกษา : 450 ม.
- รพ.บูรณะศึกษา ราษฎร์บูรณะ : 2.2 กม.
- ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี : 2.5 กม.
- รร.ดรุณสิกขาลัย : 2.5 กม.
- รร.นาหลวง : 3 กม.
- รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์ : 3.9 กม.
- รร.อิสลามวิทยาลัยฯ : 4.1 กม.
- รร.รุ่งอรุณ : 7.4 กม.
- รร.สารสาสน์วิเทศศึกษา : 9 กม.
- รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี : 9.4 กม.
- รร.สารสาสน์ประชาอุทิศพิทยาคาร : 12.4 กม.
โรงพยาบาล
- รพ.สุขสวัสดิ์อินเตอร์ : 2 กม.
- รพ.ราษฏร์บูรณะ : 2.2 กม.
- รพ.บางปะกอก 1 : 2.7 กม.
- รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล : 5.7 กม.
- รพ.บางปะกอกสมุทรปราการ : 6.1 กม.
- รพ.บางมด : 7 กม.
- รพ.บางปะกอก 3 : 7.6 กม.
- รพ.นครธน : 10.8 กม.
อื่น ๆ
- ศูนย์กีฬาบางมด : 3.1 กม.
- กฟน.ราษฎร์บูรณะ : 3.3 กม.
- K Bank ราษฎร์บูรณะ : 4.3 กม.
- สวนธนบุรีรมย์ : 7.7 กม.
*ระยะทางวัดจากโครงการไปยังจุดหมายปลายทาง* |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
- Clubhouse
- Fitness
- Co-Working Room
- Lobby Lounge
- Terri Semi Outdoor
- สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4 x 15.5 ม. แบ่งสระเด็กแยกกับผู้ใหญ่
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ
- ลานสนามหญ้าขนาดใหญ่
- สนามเด็กเล่น
- Jogging Track
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
- ระบบควบคุมรถเข้า-ออก ด้วยระบบ Easy Pass
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.
- ประตูรั้วโครงการแบบรั้วเลื่อนไฟฟ้า พร้อมไม้กระดก
|
| Tel |
093-991-1535 |
| Line |
https://lin.ee/VhEeb5R |
| Website |
https://bit.ly/4rLMTTv |
ที่ตั้งโครงการ
ซอยประชาอุทิศ 17 ถนนประชาอุทิศ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กทม. 10140
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/WYRGQHU1SvVGJDBJA

โครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่ในซอยประชาอุทิศ 17 ห่างจากถนนประชาอุทิศ เพียง 550 ม.* และห่างจากถนนสุขสวัสดิ์ ประมาณ 1.4 กม.* ถือเป็นทำเลใกล้เมืองที่เดินทางได้สะดวกสบาย เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางธุรกิจได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านสุขสวัสดิ์ เพื่อข้ามสะพานพระราม 9 หรือสะพานทศมราชัน เข้าสู่โซนพระราม 3 และย่าน CBD อย่างสาทร-สีลม-อโศก ได้รวดเร็วในไม่กี่นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สถานีแยกประชาอุทิศ ระยะทางประมาณ 1.4 กม.* ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก ส่วนบริเวณหน้าปากซอยประชาอุทิศ 17 เองก็มีทั้งรถเมล์และรถสองแถวให้บริการ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางทั้งสำหรับผู้ใช้รถส่วนตัวและผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
บรรยากาศโดยรอบโครงการครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งตลาดนัด-ตลาดสด ร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ Makro ประชาอุทิศ, Lotus’s บางปะกอก, Big C สุขสวัสดิ์, MaxValu ประชาอุทิศ, Central พระราม 2, Central พระราม 3 และ Terminal 21 พระราม 3 ที่ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีจากโครงการเท่านั้น
ขณะเดียวกันยังรายล้อมด้วยสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น รร.อนุบาลบูรณะศึกษา, รพ.บูรณะศึกษา ราษฎร์บูรณะ, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, รพ.สุขสวัสดิ์ อินเตอร์, รพ.ราษฎร์บูรณะ และ รพ.บางปะกอก 1 จึงตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ครบทุกมิติ ทั้งเรื่องทำเล การเดินทาง และความสะดวกสบายรอบด้าน

การเดินทางโดยรถส่วนตัว : โครงการตั้งอยู่ภายในซอยประชาอุทิศ 17 หรือบริเวณ “ทำเลต้นสุขสวัสดิ์” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกเมือง โดยที่ตั้งของโครงการจะห่างจากถนนประชาอุทิศเพียง 550 ม.* และห่างจากถนนสุขสวัสดิ์ประมาณ 1.4 กม.* เท่านั้น ถือว่าอยู่ในทำเลที่เดินทางได้คล่องตัวทั้งขาเข้าและขาออกเมือง
เมื่อออกมาที่ถนนประชาอุทิศ จะสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นหลักและเส้นรองได้หลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพุทธบูชา, ถนนครุใน (ซอยสุขสวัสดิ์ 70), ถนนเลียบวงแหวนฯ, ถนนกาญจนาภิเษกฯ รวมถึงถนนพระราม 2 ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าสู่โซนต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ได้ง่ายและรวดเร็ว
สำหรับการเดินทางเข้าเมือง เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือการใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านสุขสวัสดิ์ ซึ่งสามารถวิ่งตรงไปลงพระราม 3 และย่านธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสาทร-สีลม ได้ภายในประมาณ 10 นาที* เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อกับสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ให้เลือกใช้ได้ตามเส้นทางที่ต้องการ โดยสะพานภูมิพล 1 จะข้ามไปลงฝั่งพระราม 3 ได้โดยตรง เชื่อมต่อเข้าสู่ถนนสาทร-สีลม หรือพระราม 4 ได้สะดวก ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที*
หากการจราจรไม่หนาแน่น ส่วนสะพานภูมิพล 2 จะเชื่อมไปยังถนนปู่เจ้าสมิงพราย เข้าสู่โซนสำโรง บางนา อ่อนนุช หรือสมุทรปราการได้โดยไม่ต้องอ้อมเข้าเมือง
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการวิ่งรอบนอกตัวเมือง คือถนนกาญจนาภิเษกฯ ซึ่งเชื่อมกับวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ ใช้เดินทางต่อไปยังโซนเพชรเกษม-บางแค หรือออกไปบางใหญ่-บางบัวทองได้อย่างสะดวก และสามารถขับต่อไปถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่างสุพรรณบุรีได้ในเวลาประมาณ 1 ชม.* เท่านั้น
ส่วนถนนเส้นล่าง สามารถวิ่งบนถนนสุขสวัสดิ์ เพื่อมุ่งหน้าเข้าเมืองได้ง่าย เส้นนี้จะเชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 2 ช่วงต้น และต่อเนื่องไปยังถนนจอมทอง แยกดาวคะนอง ออกไปสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน, ถนนรัชดาภิเษก และถนนราชพฤกษ์ได้โดยตรง
ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองจากหน้าโครงการก็สะดวกเช่นกัน เพราะสามารถใช้ถนนประชาอุทิศเส้นหลักได้เลย เส้นนี้จะพาเชื่อมไปยังฝั่งธนฯ หรือใช้ต่อกับถนนพุทธบูชาเพื่อออกสู่พระราม 2 ก็ได้
หรือหากต้องการหลีกเลี่ยงรถติด สามารถใช้เส้นทางถนนเลียบวงแหวนรอบนอกฯ ที่บริเวณแยกครุใน ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังซอยอนามัยงามเจริญ, ถนนบางขุนเทียนชายทะเล, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกฯ ได้ครบทุกทิศทาง
เรียกได้ว่าโครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ “เชื่อมได้ทุกเส้นทาง” ทั้งเข้าเมือง ออกเมือง และรอบเมือง เหมาะกับการอยู่อาศัยของคนทำงานในย่าน CBD หรือครอบครัวที่ต้องการทำเลใกล้เมือง แต่ยังคงได้บรรยากาศเงียบสงบของโซนสุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศอย่างลงตัวค่ะ

โครงการอยู่ใกล้กับ จุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านสุขสวัสดิ์ ในระยะทางประมาณ 1.4 กม.* หรือขับรถไปได้ราว ๆ 5 นาที* ทางด่วนฝั่งขาเข้านี้จะใช้เดินทางไปพระราม 3 / CBD สาทร-สีลม-อโศกได้ใกล้ ๆ และใช้เดินทางไปโซนอื่น ๆ อย่างดินแดง-บางนา / แจ้งวัฒนะ-พระราม 9 รวมถึงเชื่อมกับทางด่วนสายอื่น ๆ ได้ด้วย

ส่วนการกลับมายังโครงการโดยทางด่วนก็ทำได้ง่ายค่ะ มีจุดลงทางด่วนตั้งอยู่ติดกับจุดขึ้น พอลงทางด่วนด่านสุขสวัสดิ์ 1 มา แล้ววนซ้ายจะเชื่อมกับถนนประชาอุทิศ และขับตรงไปยังโครงการได้เลย เรียกว่าสะดวกทั้งขาไปและขากลับบ้าน

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า : โครงการตั้งอยู่ใกล้กับ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยห่างจากสถานีแยกประชาอุทิศ ประมาณ 1.4 กม.* เดินทางจากโครงการไปถึงสถานีได้สะดวก ทั้งด้วยรถส่วนตัว รถเมล์ หรือรถสองแถว
สถานีแยกประชาอุทิศจะตั้งอยู่ระหว่าง สถานีบางปะกอก และ สถานีราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีอาคารจอดแล้วจรให้บริการ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานในเมืองและต้องการจอดรถต่อรถไฟฟ้าเข้าไปยังย่าน CBD ได้โดยไม่ต้องฝ่ารถติด
โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2570–2571 เมื่อสร้างเสร็จจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของทำเลนี้อย่างมาก เพราะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักของกรุงเทพฯ ได้อีกหลายสาย
ทั้งหมดนี้ทำให้ทำเลโซนสุขสวัสดิ์–ประชาอุทิศ กลายเป็นพื้นน่าจับตามองของฝั่งธนฯ ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่าง สาทร–สีลม–พระราม 9 ได้รวดเร็ว ครบทุกมิติของการเดินทางจริง ๆ ค่ะ

ทำเลโดยรอบโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ถือว่าอยู่ในโซนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกด้าน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในเรื่องกิน อยู่ เที่ยว และเรียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในระยะทางไม่ไกลจากโครงการเลยค่ะ
เริ่มจากโซนห้างสรรพสินค้า ที่อยู่ใกล้หลายแห่ง เดินทางเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงทั้ง Lotus’s บางปะกอก, Big C สุขสวัสดิ์, MaxValu ประชาอุทิศ, Lotus’s go fresh ประชาอุทิศ, Big C บางปะกอก และ Big C Food Place ประชาอุทิศ ที่เป็นแหล่งจับจ่ายหลักของคนในพื้นที่ ส่วนสายแต่งบ้านก็มี Home Pro สุขสวัสดิ์ และ SB พระราม 2 ให้เลือกช้อปได้สะดวก

ขยับออกไปอีกหน่อยก็ถึงห้างใหญ่ ๆ อย่าง Central พระราม 3, Terminal 21 พระราม 3, ICONSIAM และ Central พระราม 2 ที่ครบทั้งร้านอาหาร แฟชั่น และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มี Asiatique The Riverfront ให้ได้พักผ่อนกันในวันหยุด
ด้านตลาดนัด-ตลาดสด รอบโครงการก็มีให้เลือกหลายแห่ง ทั้ง ตลาดสดบางปะกอก, ตลาดสดทุ่งครุ, ตลาดไทยสมบูรณ์ และ ตลาดครุในไนซ์มาร์เก็ต ที่รวมร้านอาหารท้องถิ่น ของกินอร่อย และของใช้ในชีวิตประจำวันไว้ครบ เรียกได้ว่าสะดวกทั้งซื้อของใช้และของกินได้ใกล้บ้านแบบไม่ต้องขับรถไกลเลยค่ะ

ส่วนเรื่องสถานศึกษาก็มีให้เลือกครบทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็น รร.อนุบาลบูรณะศึกษา ที่อยู่ภายในซอยเดียวกันกับโครงการ ใกล้ รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.นาหลวง, รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, รร.อิสลามวิทยาลัยฯ, รร.รุ่งอรุณ, รร.สารสาสน์วิเทศศึกษา, รร.สารสาสน์ประชาอุทิศพิทยาคาร และ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยธนบุรี
รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียนอย่างแท้จริง

ทางด้านโรงพยาบาล ก็มีให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลชั้นนำในย่านใกล้เคียง เช่น รพ.สุขสวัสดิ์อินเตอร์, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 1, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด, รพ.บางปะกอก 3 และ รพ.นครธน ที่รองรับการรักษาทั้งในย่านสุขสวัสดิ์และโซนพระราม 2 ได้อย่างครบวงจร

นอกจากนี้ยังมีศูนย์กีฬาบางมด สำหรับคนรักสุขภาพ, กฟน.ราษฎร์บูรณะ และธนาคารกสิกรไทย สาขาราษฎร์บูรณะ ที่อยู่ไม่ไกล รวมถึงสวนธนบุรีรมย์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนปอดของคนฝั่งธนฯ เหมาะสำหรับออกกำลังกายหรือพักผ่อนในช่วงเย็น
โดยรวมแล้วทำเลของโครงการนี้ถือว่าครบทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัยจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน หรือสุขภาพ ก็ล้วนอยู่ในระยะที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบายรอบด้านค่ะ
การเดินทาง

พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/WYRGQHU1SvVGJDBJA
ลงทางด่วนสุขสวัสดิ์ 1 ⇒ ถนนประชาอุทิศ ⇒ ซอยประชาอุทิศ 17 ⇒ 550 ม.* ถึงโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ทางฝั่งซ้ายมือ

การเดินทางวันนี้เรามาจากทางด่วนสุขสวัสดิ์ โดยลงทางออกสุขสวัสดิ์ 1 แล้ววนซ้ายเข้าถนนประชาอุทิศ

ลงทางด่วนมาแล้วขับตรงไปบนถนนประชาอุทิศ

ผ่านซอยประชาอุทิศ 3 และจุดขึ้นทางด่วนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า

ขับผ่านวิทยาลัยพณิชยการเชตุพนไป

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชาอุทิศ 17 หน้าปากซอยมี 7-Eleven และร้านอาหารเปิดขาย

เข้าซอยไป 550 ม.*

เข้ามาในซอยแล้วให้ขับตรงไปตามทาง

เลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายไปตามทางแบบนี้

ขับตรงไป

ถึงโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์

ด้านหน้าโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์

ภาพมุมสูงของโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่ในซอยประชาอุทิศ 17 ห่างจากถนนหลักเพียงประมาณ 550 ม.* ทำให้เข้า-ออกได้สะดวก ที่บริเวณปากซอยมีทั้ง 7-Eleven และป้ายรถเมล์ให้ใช้งานทั้งฝั่งเดียวกับโครงการและฝั่งตรงข้าม ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ดี
พื้นที่ของโครงการมีเนื้อที่รวมประมาณ 9 ไร่กว่า พัฒนาเป็นโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝดจำนวน 96 หลัง ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านขนาดกลางที่มีความเป็นส่วนตัวกำลังดี บรรยากาศโดยรอบรายล้อมด้วยบ้านพักอาศัยแนวราบและอาคารสูงไม่เกิน 5 ชั้น ให้ความรู้สึกเงียบสงบและปลอดภัย
ด้านหลังของที่ดินโครงการยังติดกับคลองแจงร้อน ทำให้ได้วิวธรรมชาติและความร่มรื่นจากพื้นที่สีเขียว ช่วยเพิ่มความสบายตาและลดความอึดอัด เหมาะสำหรับคนที่มองหาบ้านในบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัว แต่ยังเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกในทุกวันค่ะ
รอบโครงการ
- ทิศเหนือ : กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ
- ทิศใต้ : กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ
- ทิศตะวันออก : คลองแจงร้อน
- ทิศตะวันตก : กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบ
ตัวโครงการ

ด้านหน้าโครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่ภายในซอยประชาอุทิศ 17 เข้ามาจากหน้าปากซอยเพียงแค่ 500 ม.*

หน้าโครงการมีป้ายชื่อขนาดใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจนจากถนนซอย

Main Gate ของโครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern ใช้โทนสีขาวและสีเทาเป็นหลัก ให้ความรู้สึกเรียบเท่และทันสมัย เส้นสายของซุ้มประตูออกแบบให้ดูเรียบง่ายแต่มีมิติ ด้านหน้ามีการ Setback จากซอยประชาอุทิศ 17 เข้าไปเล็กน้อย เพื่อให้รถยนต์เลี้ยวเข้า-ออกหมู่บ้านได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ตัวทางเข้า-ออกมีการแยกช่องรถเข้าและรถออกอย่างชัดเจน พร้อมประตูสำหรับคนเดินแยกต่างหาก คั่นกลางด้วยป้อม รปภ. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชม. เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงเวลาเลยค่ะ

ทางเข้า-ออกโครงการกั้นประตูให้ 2 ชั้น คือมีทั้งไม้กระดกอัตโนมัติ และประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติที่จะปิดในช่วงเวลากลางคืน เสริมความปลอดภัยได้อีกขั้น

ลูกบ้านเข้า-ออกได้สะดวกผ่านระบบ Easy Pass พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV ให้ที่ทางเข้า-ออก และด้านหน้า Main Gate / ส่วน Visitor จะต้องแลกบัตรก่อนเข้าโครงการทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยค่ะ

ผ่าน Main Gate เข้ามาภายในโครงการ จะเจอกับสะพานข้ามคลองความกว้างประมาณ 12 ม.* รถยนต์ขับเข้า-ออกหมู่บ้านได้สะดวก

เข้าไปด้านในจะเจอกับ Clubhouse และสวนสาธารณะที่อยู่ด้านหน้าแบบนี้

ขวามือเป็นที่ตั้งของสำนักงานและบ้านตัวอย่าง ที่มีให้ลูกค้าได้เข้าชมครบทั้ง 3 แบบบ้านเลยค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการถูกวางตำแหน่งไว้ใจกลางหมู่บ้าน ทำให้ลูกบ้านทุกหลังสามารถเดินหรือปั่นจักรยานมาใช้งานได้สะดวก โดยมีฟังก์ชันครบทั้ง Passive Zone สำหรับพักผ่อนอย่างเงียบสงบ และ Active Zone สำหรับทำกิจกรรม พักผ่อน และทำงาน เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของคนในครอบครัว ไม่ว่าจะอยากออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย หรือนั่งชิลรับลมยามเย็น ก็สามารถเลือกใช้ได้อย่างลงตัวเลยค่ะ

ตรงเข้ามาจะเป็น Walkway ที่ใช้เป็น Jogging Track ในการวิ่งรอบสวนได้ด้วย

ขวามือเป็นสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง รอบ ๆ มีการจัดสวนให้ความร่มรื่น


สนามเด็กเล่นของโครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และสนุกอย่างปลอดภัย พื้นปูด้วยแผ่นยางกันกระแทกโทนสีสดใส พร้อมม้านั่งสำหรับผู้ปกครองให้นั่งพักหรือนั่งมองลูกเล่นได้ใกล้ชิดค่ะ

มองกลับออกมาจะเห็นสวน และ Clubhouse

ฝั่งนี้จะเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนในสวน

พื้นที่ส่วนนี้มีทั้งม้านั่งพักผ่อนและเคาน์เตอร์บาร์ตัวยาว ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย จะนั่งเล่นชิล ๆ อ่านหนังสือ ทำงานกลางแจ้ง หรือใช้เป็นมุมทานอาหารชมวิวสวนก็ได้บรรยากาศดีสุด ๆ ยิ่งในช่วงเย็นที่มีลมพัดเบา ๆ ยิ่งช่วยให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคนเลยค่ะ

ถัดมาจะเป็น Walkway และ Jogging Track

ด้านหน้าเป็นสวนพักผ่อนขนาดใหญ่ที่จัดออกมาได้สวยงามและร่มรื่นมาก ๆ รายล้อมด้วยต้นไม้และมุมสีเขียวที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ตรงกลางเป็นลานสนามหญ้าขนาดกว้าง เหมาะสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะปิกนิก วิ่งเล่น ออกกำลังกายเบา ๆ หรือจัดกิจกรรมครอบครัวในวันหยุด ก็เติมเต็มความสุขได้ทุกช่วงเวลาค่ะ

ในสวนยังมีอีกหนึ่งมุมพักผ่อนที่จัดแยกไว้ต่างหาก เป็นโซนที่รองรับการนั่งเล่นได้หลายคน เหมาะสำหรับมานั่งพูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ

มองกลับเข้ามาจะเห็นอาคาร Clubhouse


มาต่อกันที่ Clubhouse เป็นอาคารสูง 2 ชั้น สไตล์ Modern ตัวอาคารใช้เส้นสายเรียบเท่ ผสมผสานวัสดุโทนอบอุ่นอย่างกระจกและไม้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ภาพรวมดูโปร่งโล่ง ทันสมัย และเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติรอบข้างได้อย่างสวยงาม
มาพร้อม Facility ที่ครบครันทั้งโซน Outdoor และ Indoor เช่น สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก-สระผู้ใหญ่, Pool Terrace, Fitness, Co-working Space และห้องน้ำส่วนกลาง แยกชาย-หญิง

ทางขึ้นอาคารจะมีให้ใช้งาน 2 ฝั่ง คือ จากสวนส่วนกลาง และจากที่จอดรถส่วนกลางด้านหลัง ซึ่งฝั่งนั้นจะมี Ramp รองรับ Wheelchair หรือรถเข็นเด็กให้ด้วย

ขึ้นมาด้านบน มองไปทางซ้ายจะเป็นโถงทางเดินในร่ม และสระว่ายน้ำที่ด้านนอก

สระว่ายน้ำมาในรูปแบบ Lap Pool ระบบเกลือ ความยาว 15.5 ม. และกว้าง 4 ม. สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้เต็มที่ หรือจะเล่นน้ำ แช่ตัว ชมวิวสวนสวย ๆ ด้านหน้าก็ได้

แยกสระเด็กเอาในร่ม โดยสระเด็กจะมีขนาด 3.2 x 2.5 ม.




มี Pool Terrace ริมสระ พร้อม Sunbed ไว้นอนเล่นรับลมชมวิวให้ 2 ตัว

มองออกมาได้วิวสระ วิวสวนสวย ๆ แบบนี้เลย

มุมอาคารมี Shower ล้างตัวก่อนลงว่ายน้ำให้ 1 จุด

มองกลับมาจะมี Lobby ในห้องแอร์ให้ 1 ห้อง

Lobby ออกแบบให้เป็นห้องผนังกระจก Full Height รอบด้านหน้า ทำให้เทควิวได้กว้าง 180 องศา


Lobby ออกแบบให้เป็นห้องแอร์เย็นสบาย บรรยากาศโปร่งโล่งด้วยผนังกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเลื่อนบานกระจกออกเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านนอก กลายเป็นมุมพักผ่อนแบบ Semi-Outdoor ที่ให้อารมณ์ใกล้ชิดธรรมชาติ

ภายในจัดวางโซฟารับรองแบ่งเป็น 2 กลุ่ม รองรับการใช้งานได้หลากหลาย จะมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ นัดพบเพื่อน ๆ หรือนัดคุยงานกับลูกค้าแบบสบาย ๆ ก็ได้ทั้งหมด เหมาะกับการใช้เป็นพื้นที่พักใจระหว่างวัน หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากในบ้านมาใช้เวลาแบบชิล ๆ ที่นี่ก็ลงตัวมากค่ะ

มองออกไปได้วิวสระและวิวสวนสวย ๆ แบบ 180 องศา

อีกฝั่งของ Clubhouse จะเป็นที่ตั้งของห้องน้ำส่วนกลาง ที่แยกห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงไว้เป็นสัดส่วน

ภายในห้องน้ำหญิงตกแต่งออกมาได้สวยงาม จัดฟังก์ชันมาตรฐานให้ครบ ทั้งล็อกเกอร์, อ่างล้างมือ กระจกเงา, ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ

ห้องน้ำชายได้โถสุขภัณฑ์ชายเพิ่มเข้ามา และมีฟังก์ชันมาตรฐานมาครบเช่นเดียวกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับ Semi-Outdoor Terrace ซ้ายมือเป็นห้อง Fitness และขวามือจะเป็น Co-working Space

Semi-Outdoor Terrace จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้สนามแบบคู่ให้ 2 ชุด ใช้เป็นมุมนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือในบรรยากาศสบาย ๆ ได้

เข้าไปดู Co-working Space ทางด้านขวามือกันก่อน

Co-working Space ของโครงการตกแต่งในสไตล์ Modern Tropical ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาล เทา และเขียว ที่เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศธรรมชาติรอบข้าง ผนังห้องออกแบบเป็นกระจก Full Height รอบด้าน ช่วยเปิดมุมมองให้ดูโปร่งโล่ง และสามารถมองเห็นวิวสวนสวย ๆ ได้แบบ พาโนรามา 180 องศา ทำให้เหมาะทั้งกับการนั่งทำงาน ประชุม หรือพักผ่อนแบบชิล ๆ ได้ในเวลาเดียวกันเลยค่ะ

มีมุมนั่งเล่นแบบคู่ให้ริมผนังกระจก 2 ชุด

มีเคาน์เตอร์บาร์ตัวยาวจัดไว้ให้นั่งทำงานแบบเดี่ยว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งโต๊ะทำงานเดิม ๆ โดยสามารถนำ Laptop มาวางใช้งานได้สะดวก มีปลั๊กไฟติดให้ที่หน้าโต๊ะ ใช้นั่งทำงานต่อเนื่องได้ยาว ๆ ทั้งวันแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเลยค่ะ

อีกฝั่งของห้องจัดเตรียมโต๊ะประชุมตัวยาวขนาด 8 ที่นั่งไว้ให้ครบชุด พื้นที่กว้างขวางและนั่งสบาย เหมาะทั้งสำหรับการประชุมกลุ่ม ทำงานร่วมกัน หรือใช้เป็นมุมนั่งเรียนพิเศษของเด็ก ๆ ก็ได้ บรรยากาศภายในดูโปร่งสบายจากแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา ช่วยให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้นค่ะ

บรรยากาศภาพรวมภายใน Co-working Space

อีกด้านของชั้น 2 จะเป็นที่ตั้งของ Fitness

Fitness ขนาดกว้างกำลังพอดี พร้อมผนังกระจกโดยรอบ เปิดรับวิวสวนและบรรยากาศร่มรื่นภายนอกได้อย่างเต็มตา อีกทั้งยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งและน่าใช้งานยิ่งขึ้น ภายในจัดเตรียมเครื่องออกกำลังกายไว้อย่างครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training รองรับทุกไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพของลูกบ้าน

ด้านหน้าวิวสวนเป็น Cardio Zone จัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าและเครื่องเดินวงรีไว้ให้รวม 3 ตัว

อีกด้านจะมีเครื่องปั่นจักรยานไฟฟ้าให้อีก 2 ตัว

ด้านหลังติดกับผนังกระจกเงาบานใหญ่ เป็น Weight Training Zone มีเครื่องบริหารกล้ามเนื้อ ดัมเบลคละน้ำหนัก รวมถึงอุปกรณ์สำหรับเล่นโยคะจัดเตรียมไว้ให้ครบเลยค่ะ
แบบบ้าน
โครงการ CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่
- แบบ TAPROOT ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.2 ม. ที่ดินเริ่มต้น 16.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 104 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน
- แบบ HEARTWOOD ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. ที่ดินเริ่มต้น 17.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ห้องทำงาน ที่จอดรถ 2 คัน
- แบบ CROWN บ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 11 ม. ที่ดินเริ่มต้น 35.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน

- แบบ TAPROOT
- ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.2 ม.
- ที่ดินเริ่มต้น 16.3 ตร.ว.
- พื้นที่ใช้สอย 104 ตร.ม.
- ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน

แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2

- แบบ HEARTWOOD
- ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม.
- ที่ดินเริ่มต้น 17.9 ตร.ว.
- พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม.
- ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ห้องทำงาน ที่จอดรถ 2 คัน

แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2

- แบบ CROWN
- บ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 11 ม.
- ที่ดินเริ่มต้น 35.6 ตร.ว.
- พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม.
- ฟังก์ชันบ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน

แปลนบ้านชั้น 1

แปลนบ้านชั้น 2
บ้านตัวอย่าง
วันนี้เรามีบ้านตัวอย่างมาให้ชมครบทั้ง 2 แบบเลยนะคะ ได้แก่
- แบบ TAPROOT ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.2 ม. ที่ดินเริ่มต้น 16.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 104 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน
- แบบ HEARTWOOD ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. ที่ดินเริ่มต้น 17.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ห้องทำงาน ที่จอดรถ 2 คัน
จุดเด่นของบ้านทาวน์โฮมทั้ง 2 แบบ มีดังนี้ค่ะ
- บ้านก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา มีความยืดหยุ่น ไม่อมความร้อน สามารถปรับเปลี่ยนต่อเติมได้ในอนาคต
- หลังบ้านลงเสาเข็มให้ลึกเท่าตัวบ้าน รองรับการต่อเติมห้องครัวได้เลย
- รั้วหลังบ้านก่อกำแพงสูงให้ทั้ง 3 ด้าน เพื่อความเป็นส่วนตัว
- เดินท่องานระบบปลวกมาให้เรียบร้อย
บ้านตัวอย่างหลังที่ 1

เริ่มกันที่แบบบ้านไซซ์เริ่มต้นของโครงการ TAPROOT ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.2 ม. บนที่ดินเริ่มต้น 16.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยรวมราว ๆ 104 ตร.ม. ฟังก์ชันจัดมาให้ครบ เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก 2-3 คน ภายในมี 2 ห้องนอนใหญ่แบบ Double Master Bedroom, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องอเนกประสงค์ และที่จอดรถ 2 คัน
ตัวบ้านใช้วัสดุคุณภาพดี ผนังก่อด้วยอิฐมวลเบาทั้งหลัง แข็งแรงและกันความร้อนได้ดี ช่วยลดเสียงจากภายนอกด้วย อีกจุดที่ชอบคือผนังสามารถปรับเปลี่ยนหรือขยายต่อเติมได้ง่าย ส่วนประตูและหน้าต่างใช้กระจกเขียวตัดแสงกรอบอะลูมิเนียมสีดำแบบ Powder Coat ที่ดูเรียบหรูและไม่เป็นสนิม
ด้านหลังบ้านมีการลงเสาเข็มไว้ให้ลึกเท่าตัวบ้าน และก่อกำแพงสูงครบทั้งสามด้าน ช่วยให้ต่อเติมได้สะดวก จะทำครัวไทย ห้องซักรีด หรือมุมอเนกประสงค์เพิ่มก็ได้เลย แถมยังช่วยประหยัดงบไปได้หลายหมื่นถึงหลักแสนเลยทีเดียวค่ะ

หน้าตาภายนอกของบ้านดีไซน์มาในสไตล์ Modern ที่ดูเรียบแต่มีเสน่ห์ โทนสีหลักจะเป็นเอิร์ธโทนอบอุ่น ๆ อย่างสีขาว สีเทา และสีเขียว ที่ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ หลังคาทรง Lean to ดูทันสมัยและรับกับแนว Facade ที่ออกแบบให้มีมิติ ตื้น-ลึก ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ตัวบ้านไม่เรียบจนเกินไป
อีกจุดที่โดดเด่นคือการใช้ช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งสองชั้น เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ทำให้ภายในบ้านสว่าง โปร่ง และดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบบ้านบรรยากาศอบอุ่นแต่ยังคงความโมเดิร์นแบบลงตัวค่ะ

แปลนบ้านชั้น 1 ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวได้อย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่โรงจอดรถหน้าบ้าน ที่สามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คันในรั้วบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายใน จะพบกับพื้นที่แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล เริ่มจากมุมนั่งเล่นพักผ่อน ต่อเนื่องไปยังมุมทานอาหารด้านใน
ฝั่งซ้ายของตัวบ้าน จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์* ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นมุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือกั้นเป็นห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุก็ทำได้ พร้อมห้องน้ำชั้นล่างที่จัดวางมาอย่างลงตัว ใช้งานสะดวกทั้งบ้าน
ด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ลานซักล้าง ที่ทางโครงการทำมาให้แบบพรีเมียม ด้วยการเทคอนกรีต ลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน และก่อผนังสูงให้รอบด้าน ทำให้สามารถต่อเติมเป็นครัวไทย หรือห้องเอนกประสงค์เพิ่มเติมได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาปรับพื้นเองภายหลัง
แปลนบ้านชั้น 2 เมื่อเดินขึ้นมาจากบันได จะพบกับโถงกลางที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนกลาง และห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ซึ่งจัดฟังก์ชันแบบ Double Master Bedroom โดยทั้งห้องนอนหน้าบ้านและหลังบ้านจะมีขนาดใกล้เคียงกัน ใช้งานได้เต็มพื้นที่ เหมาะทั้งเป็นห้องนอนหลัก และห้องนอนรองที่รองรับสมาชิกในบ้านได้อย่างสบาย ๆ ค่ะ

หน้าบ้านกว้าง 5.2 ม. สามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นแบบ On ground เทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กปาดเรียบ ชายคาด้านในติดโคมไฟ Led ให้ 2 ดวง
กำแพงตรงหน้าบ้านจะเป็นที่ตั้งของจุดฉีดน้ำยาปลวก ทำให้ง่ายต่อการ Maintenance และมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำให้ 1 จุด

ด้านหน้าทางเข้าบ้านจะมีชานพักยกพื้นขึ้นมาให้ 1 ขั้น และมีช่องแสงบานฟิกซ์ติดไว้ที่ทางขึ้นบันได

ประตูทางเข้าได้เป็นลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง บานกรอบอะลูมิเนียม Powder Coat สีดำ ที่สามารถเลื่อนเปิดใช้งานได้ทั้ง 2 ทาง

เปิดประตูเข้ามาในบ้านจะเจอกับโซน Common Area ที่จัดรวมมุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ไว้ด้วยกันแบบต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด ความสูงพื้นถึงฝ้าเพดานชั้นล่างอยู่ที่ 2.6 ม. ดูสบายตาและไม่ทึบ
พื้นชั้นล่างปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. ดูเรียบหรูและดูแลทำความสะอาดง่าย ผนังบ้านและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาวสว่างตา ให้บรรยากาศอบอุ่นและสะอาดตา ภายในติดตั้งโคมไฟ Downlight พร้อมหลอดไฟ LED ทั้งหลัง ช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟได้ในระยะยาวเลยค่ะ

พื้นที่ชั้นล่างวาง Layout มาแบบ Open Plan ในรูปตัว L รองรับการใช้งานได้หลากหลาย และมีส่วนของพื้นที่อเนกประสงค์ที่รองรับการต่อเติมห้องเพิ่มได้ด้วย

ส่วนแรกของบ้านตกแต่งเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน อยู่ใกล้กับประตูกระจกบานใหญ่ฝั่งหน้าบ้าน ได้บรรยากาศที่โปร่งสบาย และสามารถมองเห็นคนผ่านไปมาหน้าบ้านได้

มุมนี้จะสามารถวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะข้างและโต๊ะกลางด้านหน้าได้ 1 ตัว

ตรงข้ามกันจะมีผนังตรงกลางเว้นลงไป สามารถวางชั้นวางทีวีลอยตัว หรือจะติดตู้เก็บของ ติด Smart TV ที่ผนังแทนก็ได้ค่ะ จุดนี้จะมีการเดินงานระบบไฟฟ้า ติดช่องเสียบสาย Cable TV, Lan Internet และปลั๊กไฟมาให้พร้อมต่อใช้งาน

มองกลับมาทางหน้าบ้าน จะเห็นว่ามีความโปร่งสว่าง มีพื้นที่ตรงกลางเหลือกว้างกำลังดี นั่งดูหนังได้ระยะสายตาที่พอดี และมีพื้นที่ให้เดินเข้า-ออกบ้าน และเดินขึ้นชั้น 2 ได้สะดวก

ถัดจากมุมนั่งเล่นพักผ่อนเข้าไปด้านใน จะเจอกับพื้นที่หน้ากว้าง ที่รองรับการทำเป็นมุมทานอาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์

มุมทานอาหารรองรับโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งได้กำลังพอดี

สำหรับบ้านแปลงมุมจะได้ประตูกระจกบานเลื่อนที่ข้างบ้านเพิ่มเข้ามาแบบในภาพ ใช้เป็นช่องแสงธรรมชาติในตอนกลางวัน หรือจะเปิดเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านก็ทำได้

บรรยากาศภาพรวมบริเวณมุมนั่งเล่นและมุมทานอาหารที่อยู่ใกล้ ๆ กัน


พื้นที่ฝั่งตรงข้ามของบ้านจะเป็นโซนห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งจัดวางได้ลงตัวและมีขนาดกว้างพอให้ใช้งานได้จริง จุดนี้ถือว่า Flexible มาก ๆ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว
ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ, ห้องทำงาน, มุมอ่านหนังสือ หรือจะใช้เป็นพื้นที่เตรียมอาหารหรือครัวเล็กภายในบ้านก็เหมาะทุกแบบ เรียกว่าเป็นอีกมุมที่ปรับใช้ได้คุ้มสุด ๆ ในบ้านหลังนี้เลยค่ะ


บ้านตัวอย่างจัดสรรฟังก์ชันไว้ได้อย่างลงตัวและใช้งานได้จริง ด้านในสุดของพื้นที่มีการ Built-in เคาน์เตอร์เตรียมอาหารแบบแนวยาว พร้อมตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านล่าง เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้เยอะและดูเป็นระเบียบมากขึ้น

ส่วนด้านหน้าจัดให้มี Island ขนาดกำลังดี ใช้เป็นมุมนั่งทานอาหารเช้า จิบกาแฟยามเช้า หรือจะปรับเป็นมุมทำงาน-ถ่ายงานออนไลน์ก็สะดวกสุด ๆ เรียกว่าใช้งานได้ครบทุกไลฟ์สไตล์ในพื้นที่เดียวเลยค่ะ


บ้านจริงมีการเดินระบบน้ำและไฟฟ้าไว้ให้ครบตั้งแต่ต้น พร้อมรองรับการติดตั้งซิงค์ล้างจานหรือชุด Pantry ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินระบบเพิ่มภายหลัง ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อเติม

ติดกันจะเป็นทางเข้าห้องน้ำชั้นล่าง ภายในห้องน้ำจะมีการลดระดับพื้นลงไปให้เล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำไหลกลับออกมาที่ด้านนอก

ห้องน้ำชั้นล่างวางผังมาเป็นรูปตัว L ฟังก์ชันการใช้งานมีให้ครบทั้งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำ ตกแต่งกระเบื้องและผนังมาในโทนสีเทา สุขภัณฑ์ในห้องน้ำใช้เป็นของ Cotto

ส่วนแรกของห้องน้ำ ติดตั้งอ่างล้างมือแบบแขวนผนัง พร้อมกระจกเงาสี่เหลี่ยมบานสูงไว้คู่กัน

อ่างล้างมือเป็นทรงเหลี่ยมขนาดกะทัดรัด หน้าอ่างมีพื้นที่ให้วางของใช้ได้เล็กน้อย และใช้ก๊อกน้ำเป็นแบบก้านโยกทรงสูง เปิด-ปิดใช้งานง่าย ล้างมือ ล้างหน้าได้สะดวก

ใต้อ่างล้างมือมีพื้นที่สูงประมาณ 50 ซม. สามารถวางถังขยะ หรือวางชั้นวางของเล็ก ๆ ตรงนี้ได้

ถัดเข้าไปด้านในเป็นส่วนอาบน้ำ ติดฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก และมีการเดินงานระบบไฟฟ้า ติด Junction Box รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้เลย

พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะเชื่อมกับโถสุขภัณฑ์ด้านในสุด ตัวพื้นมีการลดระดับจากอ่างล้างมือลงไปอีกขั้น

ตรงข้ามกับส่วนอาบน้ำ เป็นพื้นที่ของโถสุขภัณฑ์ ได้เป็นแบบ 2 Piece ระบบ Single Flush พร้อมสายฉีดชำระ และที่แขวนกระดาษทิชชูสแตนเลสครบเซ็ต

ที่เพดานห้องน้ำมีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศมาให้เรียบร้อย

ด้านหลังบ้านจะกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสง กรอบอะลูมิเนียมสีดำเปิดได้ 2 ทาง เหมือนกันกับประตูทางเข้าหน้าบ้าน

พื้นที่ซักล้างในบ้านตัวอย่าง ต่อเติมเป็นห้องครัวปิดมาให้ดูเป็นไอเดีย บ้านมาตรฐานมีพื้นที่ใช้สอย ขนาดประมาณ 5.2 x 2 ม. ลงเสาเข็มความลึกเท่าตัวบ้าน ก่อกำแพงความสูงให้ครบทั้ง 3 ด้าน พร้อมเดินงานระบบประปา-ไฟฟ้าให้เรียบร้อย รองรับการต่อเติมได้เลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม


ขวามือวางตู้เย็น และ Built-in เคาน์เตอร์ครัว L-Shape พร้อมตู้แขวนผนังมาให้ดูเป็นไอเดีย เมื่อวางเคาน์เตอร์ครัวเข้าไปแล้ว จะมีระยะใช้งานกว้างกำลังดี ยืนทำกับข้าว, เตรียมอาหาร, ล้างจานได้สบาย ๆ

อีกฝั่งของหลังบ้านยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะทำเป็นโซน Laundry สำหรับซัก-ตากผ้า หรือจัดเป็นพื้นที่ Pet Area สำหรับน้องหมาน้องแมวก็ลงตัว

จากห้องครัวหลังบ้านมองกลับเข้ามาดูภาพรวมทางฝั่งหน้าบ้าน

บันไดทางขึ้นบ้านจะอยู่บริเวณด้านหน้าติดกับประตูทางเข้า ตัวโครงสร้างเป็นโครงเหล็กแข็งแรง ส่วนลูกนอนใช้ไม้ยางพาราประสานโทนสีอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรวมของบ้าน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะพบกับการจัดฟังก์ชันแบบ Double Master Bedroom ที่ให้ห้องนอนขนาดใหญ่ถึง 2 ห้อง วางตำแหน่งสมดุลทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้าน ตรงกลางเป็นโถงเชื่อมต่อที่มีห้องน้ำส่วนกลางใช้งานร่วมกันได้สะดวก เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนแบบเท่าเทียมกัน
พื้นชั้นบนปูด้วยวัสดุ SPC ลายไม้สีอ่อน ให้บรรยากาศอบอุ่นและดูเป็นธรรมชาติ เพดานสูงประมาณ 2.7 ม. ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบายขึ้น ส่วนผนังฉาบเรียบทาสีโทนสว่างดูเรียบสะอาดตา พร้อมติดตั้งไฟ Downlight หลอด LED ทั้งชั้น ที่ให้แสงนวลและช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาวค่ะ

เข้าไปดูห้องน้ำบนชั้น 2 กันก่อนค่ะ ภายในแบ่งส่วนแห้งแยกส่วนอาบน้ำให้เรียบร้อย ตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องคุมโทนสีเทา สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำติดมาให้ตำแหน่งตามภาพ โดยจะใช้เป็นของ Cotto รุ่นพรีเมียม มีตัวช่วยในการระบายอากาศเป็นพัดลมฝังเพดาน และบ้านแปลงมุมจะได้หน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งเพิ่มมาอีก 1 บาน

อ่างล้างหน้าในห้องน้ำเลือกใช้แบบแขวนผนัง ดีไซน์เรียบหรูแบบไร้รอยต่อ ช่วยให้ภาพรวมดูโมเดิร์นและสะอาดตา ตัวอ่างซ่อนระบบท่อน้ำไว้ด้านใน ทำให้ห้องน้ำดูเป็นระเบียบ พร้อมติดตั้งก๊อกน้ำแบบก้านโยก ใช้งานสะดวก

ผนังด้านหลังอ่างติดกระจกเงาสี่เหลี่ยมทรงสูงให้ 1 บาน ด้านข้างติดราวแขวนผ้าให้ 1 ชิ้น และที่ใต้อ่างมีพื้นที่เหลือให้วางถังขยะใบเล็ก ๆ หรือวางต้นไม้ฟอกอากาศในห้องน้ำเพิ่มเข้าไปก็ได้

ตรงข้ามกันติดตั้งโถสุขภัณฑ์ 1 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชูมาให้เรียบร้อย

ที่มุมห้องน้ำเป็นส่วนอาบน้ำ ตัวพื้นลดระดับจากส่วนแห้งลงไปเล็กน้อย บ้านตัวอย่างติดฉากกั้นมาให้ดูเป็นไอเดีย ของจริงไม่ได้มีให้

ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก มีราวปรับระดับความสูง-ต่ำ และที่วางสบู่ติดมาให้เพิ่ม ผนังด้านข้างเตรียมงานระบบไฟฟ้า ติด Junction Box มาให้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้อย่างปลอดภัย

ไปดูห้องนอน 1 ฝั่งหน้าบ้านกันต่อค่ะ

เข้ามาด้านในจะเจอกับห้องนอนที่มีหน้ากว้างเท่ากับหน้าบ้าน ได้ฝ้าเพดานสูง 2.7 ม. พร้อมช่องแสงกระจกบานใหญ่พิเศษ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี และยังช่วยประหยัดพลังงานในช่วงกลางวันได้อีกด้วยค่ะ

ภายในห้องสามารถแบ่งฟังก์ชันไว้ 2 ส่วนได้ โดยซ้ายมือทำเป็นมุมพักผ่อน รองรับเตียงนอน King Size และโต๊ะหัวเตียงได้ 1 คู่ ขวามือสามารถต่อเติม Partition แยกระหว่างส่วนพักผ่อนกับมุมแต่งตัวออกจากกันได้อย่างเป็นสัดส่วนค่ะ

หน้าบ้านติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใหญ่พิเศษมาให้ 1 ชุด โดยเป็นแบบบานเลื่อนเปิดได้ 2 ทาง ช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดี และมีบานฟิกซ์เสริมอยู่ด้านข้าง ช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้ามาในห้อง ทำให้บรรยากาศภายในดูสว่าง โปร่ง และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นค่ะ

บริเวณปลายเตียงจะมี Partition ลายไม้พร้อมประตูบานเลื่อน ที่ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดียการใช้งาน ด้านหน้าของ Partition ออกแบบเป็นผนังสำหรับติดตั้ง Smart TV พร้อมชั้นวางของหรือของตกแต่งเล็ก ๆ ช่วยให้มุมพักผ่อนดูเป็นระเบียบและมีดีเทลความอบอุ่นมากขึ้น
ส่วนด้านหลังของ Partition ถูกจัดให้เป็นโซนแต่งตัว แยกพื้นที่ใช้งานได้อย่างชัดเจนและลงตัว ช่วยให้ห้องดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น แถมยังช่วยกันแอร์ให้ห้องเย็นสม่ำเสมอและประหยัดพลังงานได้อีกด้วยค่ะ

ด้านหลังเป็นมุมแต่งตัว พื้นที่ส่วนนี้กว้างพอที่จะ Built-in หรือวางตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของเข้ามุมห้อง และใช้พื้นที่อีกฝั่งทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 ที่นั่งหลวม ๆ ได้

จากพื้นที่แต่งตัวมองกลับออกมาที่เตียงนอนและด้านหน้าห้องนอน 1

ไปดูห้องนอน 2 ฝั่งหลังบ้านกันต่อค่ะ

ห้องนอน 2 เป็นห้องนอนขนาดใหญ่เช่นกัน ภายในห้องสามารถแบ่งพื้นที่ไว้ 2 ส่วน แบบห้องแรกได้ ส่วนบ้านตัวอย่างจะตกแต่งเป็นห้องพักผ่อนรวมกับห้องทำงานมาให้ดูเป็นไอเดีย บ้านจริงเลือกปรับฟังก์ชันเองได้ตามไลฟ์สไตล์และจำนวนสมาชิกในบ้านเลยนะคะ

ซ้ายมือตกแต่งเป็นมุมพักผ่อนแบบส่วนตัว โดยวางโซฟาขนาดใหญ่ และต่อเติมชั้นวางของตกแต่งบ้านที่ผนังด้านหลังมาให้ดูเป็นไอเดีย

ด้านหน้ามีพื้นที่เหลืออีกเยอะ สามารถวางโต๊ะกลาง วางอาร์มแชร์ หรือใครทำเป็นห้องดูหนัง จะปรับเป็นโซฟา L-Shape แทนก็ได้ ส่วนใครที่ทำเป็นห้องนอน ห้องนี้ก็รองรับเตียงขนาด 3.5-5 ฟุต ได้กำลังพอดีค่ะ

ตรงข้ามกันสามารถกั้นผนังกระจกหรือติดฉากกั้นเพื่อแยกเป็นห้องทำงานเงียบ ๆ ทำเป็นมุมพักผ่อนสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือทำเป็นมุมแต่งตัวในห้องนอนก็ลงตัว

ภายในห้องนี้ให้ความรู้สึกโปร่งสบายไม่แพ้ห้องนอนใหญ่ เพราะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนติดตั้งมาให้ถึง 2 บาน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและให้อากาศถ่ายเทได้ดี
บ้านตัวอย่างหลังที่ 2

มาต่อกันที่แบบบ้านหลังที่สองของโครงการ “HEARTWOOD” ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่มาพร้อมหน้ากว้าง 5.5 ม. บนที่ดินมาตรฐานเริ่มต้น 17.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 115 ตร.ม. ฟังก์ชันจัดเต็ม รองรับการอยู่อาศัยได้ครบ ทั้ง 2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 2 ห้องอเนกประสงค์* และที่จอดรถ 2 คันภายในรั้วบ้าน เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวเริ่มต้น ไปจนถึงครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขึ้น
โครงสร้างบ้านใช้ระบบเดียวกันทั้งโครงการ ก่อด้วยอิฐมวลเบาที่มีความแข็งแรง ไม่อมความร้อน และสามารถเจาะต่อเติมได้ในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่หลังบ้านที่ทางโครงการลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน และมีกำแพงสูงกั้นให้ครบทั้งสามด้าน ทำให้สามารถต่อเติมเป็นครัวไทย ห้องอเนกประสงค์ หรือพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะในระยะยาวเลยค่ะ


หน้าบ้านของแบบบ้าน HEARTWOOD มีความกว้าง 5.5 ม. รองรับการจอดรถยนต์ได้ 2 คัน โครงสร้างเป็นแบบ On ground ด้านบนเทด้วยพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กปาดเรียบ แข็งแรงและดูแลง่าย

กำแพงหน้าบ้านมีการเดินระบบสำคัญไว้ครบเช่นเดิมค่ะ ทั้งระบบน้ำ ระบบไฟ รวมถึงท่ออัดน้ำยาปลวกที่เตรียมไว้ให้เรียบร้อย

หน้าบ้านของแบบบ้าน HEARTWOOD มีการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยด้วย ห้องเก็บของขนาดกะทัดรัด พร้อมประตูปิดมิดชิด เหมาะสำหรับเก็บอุปกรณ์ล้างรถ, อุปกรณ์ทำสวน หรือเครื่องมือช่างต่าง ๆ ช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบ และหยิบใช้งานได้สะดวกทุกครั้งที่ต้องการค่ะ

ก่อนทางเข้าบ้านจะมีชานพักยกพื้นขึ้นมาให้ 1 ขั้น ประตูทางเข้าบ้านได้เป็นลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง บานกรอบอะลูมิเนียม Powder Coat สีดำ ที่เลื่อนเปิดใช้งานได้ 2 ฝั่ง สะดวกต่อการเดินเข้า-ออก และเคลื่อนย้ายของเข้าบ้านได้เป็นอย่างดี

เปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน จะเห็นการจัดวาง Layout ที่คล้ายกับแบบบ้าน HEARTWOOD แต่ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างขึ้น ทำให้สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ได้สบายกว่าเดิม เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่นและรองรับกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น
ชั้นล่างมีความสูงฝ้าเพดาน 2.6 ม. ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีโทนสว่าง ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นและสว่างขึ้น พร้อมติดตั้งไฟ Downlight หลอด LED ทั้งหลัง ประหยัดพลังงานและเพิ่มบรรยากาศเรียบหรูให้กับพื้นที่ภายในบ้าน

Layout ชั้นล่างของแบบบ้าน HEARTWOOD ถูกออกแบบเป็นรูปตัว L จัดพื้นที่แบบ Open Plan ที่เชื่อมโยงทุกฟังก์ชันเข้าหากันอย่างลงตัว ทั้งโซนนั่งเล่น มุมทานอาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ ที่ต่อเนื่องกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โดยเฉพาะพื้นที่อเนกประสงค์ที่ขยายขนาดให้กว้างขึ้นจากแบบบ้านหลังแรก ทำให้ปรับใช้งานได้หลากหลาย จะทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือแม้แต่ห้องเลี้ยงสัตว์ก็จัดสรรได้ตามสไตล์ของแต่ละครอบครัวเลยค่ะ

ส่วนแรกของบ้านเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าหน้าบ้านที่ดูโปร่งสบาย เทควิวด้านหน้าบ้านได้กว้าง และพื้นที่ใช้งานจะสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง วางโต๊ะกลางด้านหน้า หรือจะปรับโซฟาเป็นแบบ L-Shape ก็ทำได้

ตรงข้ามกันจะได้ผนังกว้างมากขึ้น รองรับการวางชั้นวางทีวีลอยตัว หรือจะ Built-in ตู้เก็บของ แต่งผนังเล่นลายสวย ๆ แล้วติด Smart TV จอใหญ่ตรงกลางแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ โดยจุดนี้จะมีการเดินงานระบบไฟฟ้าต่าง ๆ มาให้พร้อมต่อใช้งานตามเดิมค่ะ

มองย้อนกลับมาทางด้านหน้าบ้าน จะเห็นว่าพื้นที่โซนนั่งเล่นมีระยะใช้งานที่สบาย ๆ รองรับการใช้งานได้หลากหลาย บ้านจริงหากไม่ได้ Built-in ชั้นวางของด้านหลังโซฟาเพิ่มเติม ก็จะยิ่งได้พื้นที่ตรงกลางกว้างขึ้นอีก

ถัดจากโซนนั่งเล่นเข้าไปด้านหลัง จะเป็นมุมทานอาหารและพื้นที่อเนกประสงค์แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว

มุมทานอาหารรองรับโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้พอดี วันไหนมีจัดปาร์ตี้สังสรรค์ ก็สามารถเสริมเก้าอี้หัว-ท้ายโต๊ะเพิ่มเป็น 6 ที่นั่งได้ง่าย ๆ
สำหรับบ้านแปลงมุมจะได้ประตูบานเลื่อนเปิดออกด้านข้าง เชื่อมสู่สวนข้างบ้าน เพิ่มความสบายตาและบรรยากาศธรรมชาติให้กับมื้ออาหารได้มากยิ่งขึ้น

อีกฝั่งของบ้านจะเป็นโซนห้องน้ำชั้นล่างและพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งสามารถกั้นห้องเพิ่มได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องผู้สูงอายุ ห้องเลี้ยงสัตว์ หรือทำเป็น Live Studio สำหรับคนทำอาชีพ Online ได้เลย

บ้านตัวอย่างต่อเติมเคาน์เตอร์เตรียมอาหารเข้ามุม เสริมด้วยเคาน์เตอร์สำหรับนั่งทานอาหารเช้าง่าย ๆ หรือใช้เป็นที่นั่งทำงานมาให้ดูเป็นแนวทาง

เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเข้าไปแล้ว ยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้ใช้งานได้สะดวก และในบ้านจริงพื้นที่นี้สามารถวางเตียงนอนขนาด 3-3.5 ฟุต หรือวาง Daybed ขนาดกลางเพื่อเป็นมุมพักผ่อนเพิ่มเติมได้

ติดกับพื้นที่อเนกประสงค์จะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งออกแบบและจัดวางไว้อย่างเหมาะสม สามารถเข้าถึงได้สะดวกจากทุกโซนในบ้าน ไม่ว่าจะอยู่โซนนั่งเล่น มุมทานอาหาร หรือพื้นที่อเนกประสงค์ก็ใช้งานได้ง่าย โดยทางโครงการออกแบบให้ประตูห้องน้ำหันไปทางด้านหลังบ้าน เพื่อช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ด้านหน้า ทำให้บ้านดูเป็นสัดส่วนและใช้งานได้ลงตัวยิ่งขึ้นค่ะ

ห้องน้ำวาง Layout มาเป็นห้องหน้ากว้าง ตกแต่งด้วยกระเบื้องโทนสีเทา ดูเรียบง่าย โปร่งตา และช่วยให้ห้องน้ำดูกว้างขวางขึ้น ภายในมีการ แยกส่วนแห้ง-เปียก มาให้เรียบร้อย สุขภัณฑ์ทั้งหมดเลือกใช้ของ Cotto

อ่างล้างมือทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่หน้าอ่างสำหรับวางของใช้จุกจิก และก๊อกน้ำแบบก้านโยกทรงสูง เปิด-ปิดใช้งานสะดวก

ผนังด้านหลังติดตั้งกระจกเงาทรงสูง 1 บาน ใต้อ่างมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้ ชั้นวางของเล็ก ๆ ถังขยะ หรือต้นไม้ฟอกอากาศเพิ่มได้

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบ 2 Piece ระบบ Single Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด

ส่วนพื้นที่อาบน้ำอยู่ด้านในสุดของห้อง พื้นมีการลดระดับลงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำล้น โดยบ้านจริงสามารถติดม่านกันน้ำเพิ่มเพื่อแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น

ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก ผนังด้านข้างมี Junction Box เตรียมไว้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งถือเป็นจุดที่ใส่ใจ เพราะบ้านทาวน์โฮมทั่วไปมักไม่ได้เดินระบบมาให้ในห้องน้ำชั้นล่างค่ะ

ขนาดพื้นที่อาบน้ำก็กว้างเพียงพอ ยืนอาบน้ำหรือขัดตัวได้สะดวกโดยไม่ติดผนังรอบ ๆ และหากต้องการความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ก็สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำหรือม่านกันน้ำเพิ่มได้ด้วยค่ะ

พื้นที่หลังบ้านจะถูกกั้นแยกด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ใช้งานง่าย เปิด-ปิดได้สะดวก และมีหน้าต่างบานเลื่อน อีก 1 จุดในพื้นที่อเนกประสงค์ เพื่อให้รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี

พื้นที่ซักล้างหลังบ้าน มีขนาดประมาณ 5.5 x 2 ม. เทพื้นคอนกรีตปาดเรียบมาให้เรียบร้อย พร้อมลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน และก่อผนังปูนฉาบเรียบสูงครบทั้ง 3 ด้าน รวมถึงเดินระบบน้ำ-ไฟไว้ให้พร้อม รองรับการต่อเติมครัวไทย หรือพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ ได้ทันที


ซ้ายมือตกแต่งพื้นที่นี้เป็นมุมทำอาหาร โดย Built-in เคาน์เตอร์ครัวเข้ามุม และวางตู้เย็นขนาดใหญ่ไว้ให้ดูเป็นแนวทาง แม้จัดฟังก์ชันเต็มพื้นที่แล้ว ด้านหน้ายังเหลือสเปซให้ใช้งานได้สะดวก ไม่รู้สึกอึดอัด


อีกฝั่งของพื้นที่ซักล้างยังสามารถจัดเป็น Laundry Area มีพื้นที่ให้วางเครื่องซัก-อบผ้า วางราวตากผ้าได้ในระยะใช้งานสยาย ๆ และหากต้องการแสงธรรมชาติเพิ่มขึ้น ยังสามารถเลือกติดหลังคาโปร่งแสงแบบ Skylight เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากแสงแดดในเวลากลางวันได้อย่างเต็มที่ค่ะ

จากพื้นที่ซักล้างมองกลับเข้ามาดูภาพรวมภายในบ้าน

บันไดอยู่ด้านหน้าบ้าน โครงสร้างเหล็กแข็งแรง ลูกนอนปูด้วยไม้ยางพาราประสานสีอ่อน ชานพักแรกมีช่องแสงบานฟิกซ์ติดตั้งไว้ 1 จุด เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่โถงบันได ลดการใช้ไฟในช่วงกลางวัน และช่วยให้บ้านดูสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟตลอดเวลา

ฟังก์ชันของบ้านชั้น 2 จะประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 1 ห้องน้ำ พื้นชั้นบนปูด้วยไม้ SPC ลายไม้สีอ่อน ให้บรรยากาศอบอุ่นและดูสบายตา ความสูงพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.7 ม. ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งมากขึ้น ผนังฉาบเรียบทาสีโทนเรียบสะอาด พร้อมติดตั้งไฟ Downlight หลอด LED ทั้งชั้น ให้แสงนวลและประหยัดพลังงาน
นอกจากนี้ บริเวณผนังข้างประตูห้องนอนใหญ่และห้องน้ำจะเป็นตำแหน่งของ Consumer Unit ประจำบ้าน และทางโครงการยังเดินระบบรองรับการติดตั้ง Wi-Fi มาให้เรียบร้อย ช่วยให้เชื่อมต่อ Internet ได้สะดวกตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่เลยค่ะ

ห้องน้ำชั้น 2 เป็นห้องหน้ากว้าง ภายในตกแต่งกระเบื้องพื้นและผนังในโทนสีเทา ดูสะอาดตาและมีมิติ พร้อมการแบ่งพื้นที่แห้งและพื้นที่อาบน้ำไว้ให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มความเป็นระเบียบและปลอดภัยในการใช้งาน

ภาพรวมส่วนแห้งติดตั้งสุขภัณฑ์มาในระยะใช้งานสบาย ๆ และห้องนี้จะได้สุขภัณฑ์ของ Cotto ในรุ่นพรีเมียมมากขึ้น

อ่างล้างมือแบบแขวนผนังดีไซน์ไร้รอยต่อ ซ่อนงานระบบท่อน้ำไว้ด้านใน ช่วยให้ห้องน้ำดูเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าอ่างมีพื้นที่วางของใช้ประจำวันได้พอสมควร พร้อมก๊อกน้ำก้านโยกใช้งานง่าย

ผนังด้านหลังติด กระจกเงาทรงสูง 1 บาน

โถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำชั้เป็นแบบ 1 Piece ระบบ Dual Flush มาพร้อม สายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชูครบชุด ติดตั้งไว้ในตำแหน่งใช้งานสะดวก

ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ รองรับการติดตั้งม่านกันน้ำ หรือ Shower Screen เพิ่มเองได้ภายหลัง / บ้านจริงไม่ได้มีฉากกั้นให้

พื้นที่ใช้งานกว้างกำลังดี ยืนอาบน้ำได้ไม่รู้สึกอึดอัด และมีการลดระดับพื้นกันน้ำไหลออกมาให้ด้วยค่ะ

ด้านในติดฝักบัว Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก ที่มีราวปรับระดับ และที่วางสบู่ให้ครบ พร้อม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น เช่นเดียวกับห้องน้ำชั้นล่าง

บ้านแปลงกลางจะได้พัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดาน 1 ตัว ส่วนบ้านแปลงมุมจะได้เพิ่มหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้ง ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น และเพิ่มแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องน้ำด้วยค่ะ

จากห้องน้ำมองกลับออกมาที่โถงบ้านชั้น 2

เข้าไปดูห้องนอนใหญ่ฝั่งหน้าบ้านกันต่อค่ะ

ห้องนอนใหญ่เป็นห้องหน้ากว้างเท่าหน้าบ้าน สามารถแบ่งฟังก์ชันได้ 2 โซน ได้แก่ โซนพักผ่อนสำหรับวางเตียงนอน และโซน Walk-in Closet ที่ใช้จัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวได้อย่างลงตัว ภายในห้องมีช่องแสงกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี และรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

ฝั่งขวามือของห้องสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้ 1 คู่

วางเตียงเข้าไปแล้วยังมีพื้นที่รอบ ๆ ให้ใช้งานได้สะดวก ไม่อึดอัด

อีกฝั่งของห้องตกแต่งตัวอย่างให้ดูเป็นไอเดีย โดยต่อเติม Partition แบบผนังลายไม้ ทำเป็นชั้นวางของ ชั้นวางทีวี และใช้เป็นฉากกั้นระหว่างโซนพักผ่อนกับ Walk-in Closet อย่างลงตัว โดยด้านหน้าของ Partition สามารถติดตั้ง Smart TV ขนาด 50-55 นิ้วได้พอดี

พื้นที่ด้านหลัง Partition คือโซน Walk-in Closet ที่มีพื้นที่กว้างกำลังพอดี และที่ผนังด้านหน้าบ้านจะมี หน้าต่างกระจกบานสูง ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้มุมนี้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเปิดไฟในช่วงกลางวันเลยค่ะ

พื้นที่ตรงนี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เต็มผนังได้ และยังมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 ที่นั่งได้แบบพอดี ไม่รู้สึกคับแคบ

มองกลับออกมาดูภาพรวมทางด้านหน้าห้องนอนใหญ่

จากฝั่งหน้าบ้าน เดินมาต่อที่ด้านหลังของบ้าน จะเจอกับห้องนอน 2 และห้องอเนกประสงค์ ซึ่งจัดแปลนไว้อย่างลงตัว เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ห้องนอนที่ 2 มีขนาดพอเหมาะ ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ ภายในห้องให้ความรู้สึกโปร่งโล่งจากหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ติดไว้ให้ 1 บาน ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ทำให้บรรยากาศภายในห้องสดชื่นอยู่เสมอค่ะ

บ้านตัวอย่างวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ให้ดูระยะใช้งาน แต่ในบ้านจริงสามารถขยับเป็นเตียง 5 ฟุตได้สบาย ๆ

ข้างเตียงนอนมีพื้นที่เหลือค่อนข้างกว้างเลยค่ะ สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งแบบ 1 นั่ง และเสริมด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดมาตรฐานชิดผนังห้องได้แบบนี้

ด้านหน้ามีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้สะดวก ไม่อึดอัด

ปลายเตียงนอนจะเป็นผนังเปล่า สามารถตกแต่งเพิ่มเติมได้ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Smart TV กรอบรูป หรือชั้นวางของแนวยาว ซึ่งทางโครงการมีเดินปลั๊กไฟไว้ให้พร้อมใช้งานเรียบร้อย

มาต่อกันที่ห้องอเนกประสงค์บนชั้น 2 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระตามความต้องการของแต่ละครอบครัว จะทำเป็นห้องนอนเด็ก ห้องทำงานส่วนตัว หรือห้องแต่งตัวกลางสำหรับใช้ร่วมกันของทุกคนในบ้านก็ลงตัวสุด ๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่ยังมีสมาชิกไม่มาก พื้นที่ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้การใช้ชีวิตได้ครบทุกมิติเลยค่ะ

ภายในห้องอเนกประสงค์จะมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนติดไว้ให้ 1 บานที่ผนังฝั่งหลังบ้าน ทำให้ห้องนี้รับแสงธรรมชาติและถ่ายเทอากาศได้ดีเช่นกัน

พื้นที่ใช้งานสามารถวางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ พร้อมชั้นหนังสือ หรือเสริม Daybed สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนก็ได้ และหากใช้เป็นห้องนอน ก็รองรับเตียงขนาด 3-3.5 ฟุต ได้อย่างพอดี ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ
ราคา (มี.ค. 69)
- ทาวน์โฮม เริ่ม 3.59 ล้านบาท*
- บ้านแฝด เริ่ม 7.49 ล้านบาท*
- เงินจอง 10,000 บาท
- เงินสัญญา 10,000 บาท
- ค่าส่วนกลาง 72 บาท/ ตร.ว./ เดือน

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4rLMTTv
*หมายเหตุ : ข้อมูลราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม*
สรุป
⇒ ทำเลที่ตั้งโครงการ : CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่ในซอยประชาอุทิศ 17 ช่วงต้นถนนสุขสวัสดิ์ ถือเป็นโซนทำเลศักยภาพที่ใกล้เมือง ใกล้ทางด่วน และยังคงบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่ต้องการบ้านแนวราบในโซนใกล้ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ฝั่งธนฯ
รอบ ๆ โครงการมีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Lotus’s บางปะกอก, Big C สุขสวัสดิ์, Central พระราม 3 และ Home Pro สุขสวัสดิ์ รวมถึงมี 7-Eleven อยู่หน้าปากซอย หาของกินง่าย เดินทางสะดวก ในราคาที่ “ยังเอื้อมถึง” สำหรับครอบครัวเริ่มต้นและคนทำงานในเมือง
⇒ การเดินทางโดยรถส่วนตัว : จากโครงการสามารถเชื่อมต่อเส้นทางหลักได้หลายสาย ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนประชาอุทิศ, ถนนพระราม 3 และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องเข้าโซนสาทร-สีลม-พระราม 3 ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
จุดเด่นของทำเลนี้คืออยู่ใกล้ จุดขึ้น-ลงทางด่วนเฉลิมมหานคร (ด่านสุขสวัสดิ์) แบบใช้งานได้จริงทั้งไปและกลับ เข้าเมืองรวดเร็วไม่ต้องวนเส้นทาง ส่วนขากลับจากพระราม 3 หรือสาทร ก็สามารถลงทางด่วนแล้วเลี้ยวกลับเข้าโครงการได้ง่ายในระยะไม่กี่นาที
นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก (วงแหวนอุตสาหกรรม) เพื่อออกไปสมุทรปราการ พระประแดง หรือฝั่งบางนาได้สะดวก ทำให้การเดินทางทั้งเข้าเมืองและออกเมืองคล่องตัวสุด ๆ ค่ะ
⇒ การเดินทางโดยรถสาธารณะและรถไฟฟ้า : หน้าปากซอยประชาอุทิศ 17 มีป้ายรถเมล์ให้ใช้งานทั้งสองฝั่ง สะดวกสำหรับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว และในอนาคตจะอยู่ใกล้กับ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โดยห่างจาก สถานีแยกประชาอุทิศ ประมาณ 1.4 กม.* เมื่อเปิดใช้งานจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าเมืองได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ต้องการเลี่ยงรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน
⇒ การออกแบบโครงการ แบบบ้าน และวัสดุ : CHER สาทร-สุขสวัสดิ์ ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ “CHER” ที่เน้นความสงบ ร่มรื่น และน่าอยู่ในทุกดีเทล ตัวโครงการมีบ้านให้เลือก 3 แบบ ทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝด ดีไซน์สไตล์ Modern ใช้โทนสีเอิร์ธโทนอบอุ่น ผสานธรรมชาติได้อย่างลงตัว และมีความเป้นส่วนตัวสูง เพียง 96 ยูนิต
ฟังก์ชันภายในบ้านจัดมาอย่างคุ้มค่า พื้นที่ใช้สอยโปร่งโล่ง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ โครงสร้างบ้านแข็งแรง ก่อด้วยอิฐมวลเบาทั้งหลัง ช่วยกันร้อนและลดเสียงรบกวนจากภายนอก วัสดุที่ใช้ได้คุณภาพระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นกระจกเขียวตัดแสง บานกรอบอะลูมิเนียม Powder Coat พร้อมลงเสาเข็มด้านหลังให้ลึกเท่าตัวบ้าน รองรับการต่อเติมได้ในอนาคต และช่วยเซฟค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ
⇒ สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย : พื้นที่ส่วนกลางของโครงการออกแบบได้สวยงามและหรูหรากว่า CHER รุ่นก่อน ๆ เริ่มตั้งแต่ Clubhouse ขนาดใหญ่สไตล์ Modern ภายในมี Lobby, Co-working Space, Lobby Lounge, Fitness, และสนามเด็กเล่น ที่จัดสรรไว้อย่างครบครัน รายล้อมด้วยสวนสีเขียวและลานกิจกรรมกลางแจ้ง เหมาะกับการพักผ่อนของทุกคนในครอบครัว
ระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจรด้วย รปภ. 24 ชม., กล้อง CCTV รอบโครงการ, ระบบ Easy Pass เข้า-ออกหมู่บ้านอัตโนมัติ และมีรั้วรอบขอบชิดพร้อมป้อมยามบริเวณ Main Gate ที่ดูแลความปลอดภัยตลอดวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 093-991-1535
Line : https://lin.ee/VhEeb5R
Website : https://bit.ly/4rLMTTv
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ