<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สงครามโลกครั้งที่ 2 &#8211; HOMENAYOO</title>
	<atom:link href="https://www.homenayoo.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<description>พาชมบ้าน  พร้อมรีวิวครบทุกมุม ที่คนกำลังมองหาบ้านต้องรู้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 Aug 2015 03:24:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2025/12/LOGO-HOMENAYOO-URL-512-100x100.png</url>
	<title>สงครามโลกครั้งที่ 2 &#8211; HOMENAYOO</title>
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>70 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2 นิวเคลียร์ และ คำประกาศแพ้สงคราม &#8220;ญี่ปุ่น&#8221;</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/pr-35/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/pr-35/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pure]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2015 03:24:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามโลกครั้งที่ 2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.homenayoo.com/?p=239916</guid>

					<description><![CDATA[70 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2 นิวเคลียร์ และ คำประกาศแพ้สงคราม &#8220;ญี่ปุ่น&#8221; เมืองฮิโรชิมาหลังระเบิดปรมาณู 6 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 70 ปี เหตุการณ์ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะนำมาซึ่งจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติสงครามมหาอำนาจที่ยืดยาวเกือบ 6 ปี แต่นำมาซึ่งความเจ็บปวดร้าวลึกของชาวอาทิตย์อุทัย นับเป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันของมนุษยชาติ นอกจากความเสียหายในทรัพย์สินแล้ว หลายสิบล้านชีวิตทั่วโลกต้องจากไปอย่างไม่มีวันเรียกคืนจากสงครามที่ยืดเยื้อ และตามมาด้วยการพยายามฟื้นตัวของประเทศผู้แพ้สงครามที่ต้องถอยหลังกลับไปหลายก้าว ไม่นับรวมถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนในประเทศที่ต้องเผชิญความสูญเสียทุกด้าน และวันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะครบรอบ 70 ปีที่จักรวรรดิญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม หลังโดนโจมตีอย่างสาหัส  ผ่านมาถึง 70 ปี เทียบกับอายุคนคงเป็นผู้สูงอายุที่ผ่านประสบการณ์ทั้งชีวิตมาแล้ว คนรุ่นหลังเติบโตขึ้นมาโดยรับรู้เรื่องราวครั้งนั้นผ่านวิชาประวัติศาสตร์ รู้สึกร่วมบ้าง ผ่านเลยไปบ้าง คนยุคปัจจุบันเรียนรู้จากสงครามครั้งนั้นได้เพียงใด ขณะที่คนรุ่นปู่ย่าตายายที่ทันเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ต้องเก็บความเจ็บปวดไว้ลำพัง ก่อนจะรอคอยความตายให้พรากประวัติศาสตร์ไปจากความทรงจำ โลกได้อะไรจากความเจ็บปวดสากรรจ์ครั้งนั้น เด็กน้อยกับชายอ้วนระเบิดจอมสวาปาม เวลา 08.15 น. เช้าแห่งวันวิปโยค เครื่องบินชื่อ &#8220;Enola Gay&#8221; ของกองกำลังอากาศแห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>70 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2 นิวเคลียร์ และ คำประกาศแพ้สงคราม <span style="color: #000080;">&#8220;ญี่ปุ่น&#8221;</span></strong></p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.1.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-239958" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.1.jpg" alt="1.1" width="600" height="420" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.1.jpg 600w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.1-300x210.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h5>เมืองฮิโรชิมาหลังระเบิดปรมาณู</h5>
<p><span style="color: #0000aa;"><span style="color: #000080;">6 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 70 ปี เหตุการณ์ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะนำมาซึ่งจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติสงครามมหาอำนาจที่ยืดยาวเกือบ 6 ปี แต่นำมาซึ่งความเจ็บปวดร้าวลึกของชาวอาทิตย์อุทัย</span><b><br />
</b></span><br />
นับเป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันของมนุษยชาติ นอกจากความเสียหายในทรัพย์สินแล้ว หลายสิบล้านชีวิตทั่วโลกต้องจากไปอย่างไม่มีวันเรียกคืนจากสงครามที่ยืดเยื้อ และตามมาด้วยการพยายามฟื้นตัวของประเทศผู้แพ้สงครามที่ต้องถอยหลังกลับไปหลายก้าว ไม่นับรวมถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนในประเทศที่ต้องเผชิญความสูญเสียทุกด้าน</p>
<p>และวันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะครบรอบ 70 ปีที่จักรวรรดิญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม หลังโดนโจมตีอย่างสาหัส<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ผ่านมาถึง 70 ปี เทียบกับอายุคนคงเป็นผู้สูงอายุที่ผ่านประสบการณ์ทั้งชีวิตมาแล้ว คนรุ่นหลังเติบโตขึ้นมาโดยรับรู้เรื่องราวครั้งนั้นผ่านวิชาประวัติศาสตร์ รู้สึกร่วมบ้าง ผ่านเลยไปบ้าง</p>
<p>คนยุคปัจจุบันเรียนรู้จากสงครามครั้งนั้นได้เพียงใด ขณะที่คนรุ่นปู่ย่าตายายที่ทันเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ต้องเก็บความเจ็บปวดไว้ลำพัง ก่อนจะรอคอยความตายให้พรากประวัติศาสตร์ไปจากความทรงจำ</p>
<p><span style="color: #0000ff;">โลกได้อะไรจากความเจ็บปวดสากรรจ์ครั้งนั้น</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>เด็กน้อยกับชายอ้วนระเบิดจอมสวาปาม</strong></span></p>
<p>เวลา 08.15 น. เช้าแห่งวันวิปโยค เครื่องบินชื่อ &#8220;Enola Gay&#8221; ของกองกำลังอากาศแห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ทิ้งระเบิดปรมาณู ในชื่อรหัส &#8220;ลิตเติลบอย (Little Boy)&#8221;</p>
<p>ภาพควันระเบิดรูปดอกเห็ดขนาดใหญ่เกิดขึ้นเหนือเมืองฮิโรชิมา ใต้กลุ่มควันนั้นผู้คนราว 7 หมื่นคนเสียชีวิตทันที และอีกราว 7 หมื่นคนเจ็บป่วยจากสารกัมมันตรังสีแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา &#8220;ฮิโรชิมา&#8221; เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาลในเช้าวันนั้น</p>
<p>3 วันต่อมาหลังเหตุวิปโยคที่ฮิโรชิมา &#8220;แฟตแมน (Fat Man)&#8221; ปรมาณูลูกต่อมา ทิ้งตัวกลางอากาศเหนือเมือง นางาซากิ แม้แฟตแมนจะมีอานุภาพรุนแรงกว่าลิตเติลบอย แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศเมืองนางาซากิที่เป็นหุบเขา ต่างจากฮิโรชิมาที่เป็นพื้นราบ ทำให้แฟตแมนสร้างความเสียหายได้น้อยกว่า แต่ก็ยังคร่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อย เปลี่ยนเมืองอันงดงามให้เป็นนรกบนดินในพริบตาเดียว</p>
<p>ทิ้งชื่อไว้ว่าเป็นเมืองสุดท้ายในโลกที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>คำประกาศแพ้สงคราม ของสมเด็จพระจักรพรรดิ</strong></span></p>
<p>ต่อมาวันที่ 15 สิงหาคม สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะพระราชทานพระราชดำรัสทางวิทยุ ซึ่งเป็นเสียงที่บันทึกไว้ในวันที่ 14 สิงหาคม แล้วเผยแพร่สัญญาณทั่วจักรวรรดิในวันถัดมา ประกาศยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตร พระราชดำรัสนี้เรียกว่า &#8220;เกียวกุอง โฮโซ&#8221; นับเป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระจักรพรรดิของญี่ปุ่นมีพระราชดำรัสไปยังสามัญชน แต่เนื่องจากใช้ภาษาทางการและศัพท์ชั้นสูงในภาษาญี่ปุ่นที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยาก</p>
<p>ยามเย็นหนึ่งวันก่อนการเผยแพร่พระราชดำรัส ทหารหลายฝ่ายในญี่ปุ่นไม่พอใจองค์จักรพรรดิเป็นอย่างมาก เกิดความพยายามจะปฏิวัติ บุกเข้าพระราชวังแต่ไม่สำเร็จ &#8220;เกียวกุอง โฮโซ&#8221; จึงถูกเผยแพร่ในวันถัดมา</p>
<p>เนื้อความว่า พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำแก่รัฐบาลที่จะยอมรับข้อตกลงของปฏิญญาพอตสดัม (Potsdam Declaration) ซึ่งอเมริกา อังกฤษ จีน และโซเวียต ร่วมกันเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข</p>
<p>&#8220;เราได้มีบัญชาให้รัฐบาลของเราติดต่อไปยังรัฐบาลของอเมริกา อังกฤษ จีน โซเวียต ว่าจักรวรรดิของเรายอมรับปฏิญญาที่พวกเขาได้ร่วมกันประกาศไว้ เพื่อเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความสุขร่วมกันของชาติทั้งหลาย รวมทั้งความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาราษฎร์ของเรา&#8221;</p>
<p>และ &#8220;อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปตามลิขิตของเวลาและโชคชะตาที่ว่า เราได้ตั้งใจที่จะปูทางสำหรับสันติภาพเพื่อลูกหลานสืบต่อไปโดยการอดทนในสิ่งที่ไม่อาจทนทานได้ และยอมรับความทรมานในสิ่งที่ไม่อาจรับความทรมานได้&#8221;</p>
<p>แม้เป็นการยอมรับเงื่อนไข &#8220;ยอมแพ้&#8221; แต่ญี่ปุ่นไม่อาจเอ่ยถ้อยคำยืนยันว่าตนเองนั้นเป็น &#8220;ผู้แพ้&#8221;</p>
<p>วันที่ 2 กันยายน 1945 จักรวรรดิญี่ปุ่นยอมจำนนอย่างเป็นทางการ มาโมรุ ชิเกมิตซุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่น ลงนามตราสารยอมจำนนของญี่ปุ่น และยุติความเป็นศัตรูกันในสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อหน้ากองทัพสหรัฐ บนเรือรบยูเอสเอส มิสซูรี (BB-63) ของกองทัพเรือสหรัฐ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ยุติสงครามอย่างเป็นทางการ</strong></span></p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.2.jpg"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-240006" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.2.jpg" alt="1.2" width="479" height="600" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.2.jpg 479w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.2-240x300.jpg 240w" sizes="(max-width: 479px) 100vw, 479px" /></a></p>
<h5>(บน) มาโมรุ ชิเกมิตซุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ลงนามตราสารยอมจำนนของญี่ปุ่น เบื้องหน้าพลเอก ริชาร์ด เค. ซูเธอร์แลนด์ (ล่าง) กลุ่มต่อต้านนิวเคลียร์ในปารีส แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงประเทศที่ยังคงสะสมระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ภาพเอเอฟพี</h5>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ศาลเจ้ายาสุกุนิ สัญลักษณ์ความชิงชัง</strong></span></p>
<p>แทบทุกปี ผู้คนทั่วโลกจะได้ยินชื่อ ศาลเจ้ายาสุกุนิ จากข่าวสาร โดยเฉพาะเมื่อ จุนอิจิโร่ โคอิซุมิ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางไปสักการะดวงวิญญาณทหารญี่ปุ่นผู้ล่วงลับในสงครามโลกครั้งที่ 2</p>
<p>ศาลเจ้ายาสุกุนิ ที่มีชื่ออันหมายถึงความสงบสุข สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมจิ (ราวปี 1869) อยู่ที่เขตชิโยะดะ กรุงโตเกียว เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามกลางเมือง (สงครามโบะชิง) ระหว่างกองกำลังผู้สนับสนุนรัฐบาลโชกุนโตกุกาว่า กับกองกำลังจักรพรรดินิยมของญี่ปุ่น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังถูกใช้เป็นที่สถิตของเหล่าดวงวิญญาณของทหารญี่ปุ่นที่สละชีพในสงครามกว่า 2,466,000 คน บรรจุป้ายชื่อทหารและอาชญากรสงคราม รวมถึง ฮิเดะกิ โทโจ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้บัญชาการให้กองทัพญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์</p>
<p>ในแต่ละปีองค์จักรพรรดิญี่ปุ่นและพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จมาเยือนที่นี่บ่อยครั้ง และพิธีสักการะจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง</p>
<p>ไม่แปลกที่การแสดงความเคารพต่อศาลเจ้ายาสุกุนิจะตามมาด้วยกระแสความเกลียดชัง โดยเฉพาะจากประเทศจีนและเกาหลีใต้ เนื่องจากความโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่นที่กระทำระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างบาดแผลร้าวลึกในใจประเทศที่ได้รับผลกระทบ</p>
<p>การเดินทางไปสักการะดวงวิญญาณทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงคล้ายเป็นการไม่ยอมรับความโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่นที่สร้างบาดแผลให้มนุษยชาติ คล้ายเป็นการยกย่อง &#8220;ฆาตรกรสงคราม&#8221; การแสดงออกของญี่ปุ่นในทุกๆ ปีจึงเป็นที่จับจ้องของชาวโลก ที่จะตามมาด้วยการประท้วงอย่างเกลียดชัง</p>
<p>แต่ในมุมมองของคนญี่ปุ่นเองมีวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญแก่การสักการะดวงวิญญาณบรรพบุรุษ การแสดงความเคารพต่อนักสู้ในสงครามอาจเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก</p>
<p>เหตุการณ์นี้เองที่ยังคงเป็นบาดแผลกรีดซ้ำ แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปี</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>ผลพวงสงครามที่ยังลบไม่ออก</b></span></p>
<p>ในปีนี้ นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ มาร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 70 ปี การทิ้งระเบิดที่เมืองฮิโรชิมา พร้อมคณะรัฐมนตรี ฝ่ายอเมริกามี แคโรไลน์ เคนเนดี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศญี่ปุ่น และ โรส กัตต์โมลเลอร์ ปลัดกระทรวงควบคุมอาวุธและความปลอดภัยระหว่างประเทศของสหรัฐ มาร่วมงานที่อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา</p>
<p>อาเบะกล่าวท่ามกลางแววตาที่เศร้าหมองของชาวญี่ปุ่นนับแสนที่มาร่วมรำลึก<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&#8220;ในฐานะประเทศเดียวในโลกที่เคยถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณู เรามีภารกิจที่จะต้องสร้างโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์&#8221;</p>
<p>และ &#8220;พวกเราต่างได้รับหน้าที่ที่จะต้องถ่ายทอดเรื่องราวอันแสนอำมหิตของอาวุธนิวเคลียร์จากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงประเทศต่างๆ&#8221;</p>
<p>เป็นสุนทรพจน์ที่กล่าวขึ้นในวันที่เกือบทั่วโลกปฏิเสธและต่อต้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์ห้ำหั่นกัน แต่ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศก็ยังสะสมอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแสดงแสนยานุภาพ ขณะที่เอ่ยปากขอสันติภาพคืนสู่โลกเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ</p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.3.jpg"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-240022" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.3.jpg" alt="1.3" width="600" height="399" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.3.jpg 600w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/08/1.3-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<h5>(ซ้าย) เกียวกุองโฮโซ คำประกาศยอมจำนนของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะ (ขวา) ชินโสะ อาเบะ ในพิธีรำลึกครบรอบ 70 ปี การทิ้งระเบิดที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม</h5>
<p>แม้การทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมาและนางาซากิจะนำไปสู่การยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลายฝ่ายก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่วยยุติความขัดแย้งและนำมาซึ่งสันติภาพ</p>
<p>หรือหากวันนั้นกองทัพสหรัฐไม่ทิ้งบอมบ์ประเทศญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่ 2 อาจจบลงด้วยหน้าตาที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ทำได้เมื่อกงล้อประวัติศาสตร์หมุนไปแล้ว คือพยายามอย่าให้หมุนกลับมาซ้ำจุดเดิม<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เพราะความสงบอันเกิดจากความตาย ไม่อาจพูดได้ว่าเป็นชัยชนะของมนุษยชาติ<br />
<span style="color: #0000aa; font-size: large;"><br />
</span><span style="color: #ff0000;"><strong>ฤๅประวัติศาสตร์ ไม่ให้บทเรียน?</strong></span></p>
<p>ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกศึกษา กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์เริ่มต้นจากที่ญี่ปุ่นไปรุกราน เพียงแต่ว่าจำเป็นไหมที่จะต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์กับญี่ปุ่น ตอนนั้นมีสาเหตุ 2 อย่างที่ทำให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น</p>
<p>&#8220;นายพลดักลาส แมกอาเธอร์ ที่เคยเป็นผู้บัญชาการยึดครองประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามยุติ ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้ระเบิดคราวนั้น คิดว่าถ้าไม่ใช้ระเบิดนิวเคลียร์ยังไงในที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องพ่ายแพ้อยู่แล้ว แต่ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน ตัดสินใจตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าทดลองอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ จึงต้องการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับญี่ปุ่น โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้มีคนเสียชีวิตมากไปกว่านี้ แต่ทหารเองบอกว่าถ้าจำเป็นต้องใช้การยกพลขึ้นบกจะไม่มีคนตายมากขนาดนั้น ก่อนหน้านั้นสหรัฐอเมริกาใช้ระเบิดเพลิงมาหนึ่งปีก็ตายเป็นแสนคน จะใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ถ้าจะทำสงครามจำนวนคนตายก็ไม่ต่างกันอยู่ดี<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&#8220;ก่อนทรูแมนประกาศทิ้งระเบิด เขาถูกสมาชิกคองเกรสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่านำเงินมหาศาลไปลงทุนสร้างอาวุธปรมาณู ฉะนั้น มูลเหตุจูงใจที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อญี่ปุ่น เพื่อที่จะให้ความชอบธรรมว่ามันมีอานุภาพที่จะทำให้สงครามยุติได้เร็ว คิดว่ามีประโยชน์กับการลงทุน&#8221;</p>
<p>ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง อ.ไชยวัฒน์บอกว่า ช่วงใกล้สงครามยุติ รัสเซียประกาศยกเลิกสนธิสัญญาต่างๆ ที่ทำกับญี่ปุ่น เริ่มส่งกำลังเข้ามาในญี่ปุ่นด้วย สหรัฐมองว่าหลังสงครามยุติแล้วสหภาพโซเวียตจะเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐอเมริกาในการสร้างอิทธิพลในเอเชีย จึงแสดงแสนยานุภาพให้โซเวียตเห็น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>2 ปัจจัยนี้ เป็นมูลเหตุจูงใจที่ทรูแมนตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณู ทั้งที่ญี่ปุ่นก็เตรียมยอมแพ้อยู่แล้ว</p>
<p>อ.ไชยวัฒน์กล่าวอีกว่า มีอดีตผู้นำสหรัฐอเมริกาหลายคน รวมถึงโอบามา เห็นว่าควรทำลายอาวุธนิวเคลียร์ให้หมด แต่จนแล้วจนรอดถึงปัจจุบัน ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ 6-7 ประเทศก็ยังไม่มีใครเริ่มทำลายอาวุธนิวเคลียร์<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&#8220;บางคนบอกว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะพลังยับยั้งของอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ประเทศมหาอำนาจที่มีอาวุธนิวเคลียร์มีความยับยั้งชั่งใจที่จะไม่ทำสงครามต่อกัน ถ้าจะให้ดีที่สุด ทุกฝ่ายทำลายให้หมดสิ้นก็ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ถ้าไม่มีอาวุธอะไรเป็นดุลแห่งความหวาดกลัว มหาอำนาจอาจไม่ยับยั้งชั่งใจและทำสงครามกันอีกได้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 70 ปีมาแล้ว ยังไม่มีสงครามระหว่างมหาอำนาจด้วยกัน ที่ผ่านมาก็เป็นสงครามตัวแทน อาจมีปัจจัยเรื่องการพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจ ทำให้เป็นปัจจัยยับยั้งชั่งใจไม่ให้ทำสงคราม เพราะจะกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&#8221;</p>
<p>ส่วนญี่ปุ่นเองหลังสงครามตกอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐอเมริการ่วม 7 ปี ช่วยร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพของโลก สั่งให้ญี่ปุ่นยุบกองทัพทั้งหมด เขียนในรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ไม่ให้ญี่ปุ่นมีกองทัพ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&#8220;แต่เมื่อสถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตกับจีนเป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์กัน ขณะที่อเมริกาต้องอาศัยญี่ปุ่นต่อต้านโลกคอมมิวนิสต์ พอเกิดสงครามเกาหลีปี 1950 อเมริกาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นตั้งกองกำลังขึ้นมาใหม่ เรียกว่า ′ตำรวจกองหนุนแห่งชาติ′ (National Police Reserve) จำนวนเท่าทหารอเมริกาในญี่ปุ่นที่ไปรบที่เกาหลี คือ 75,000 นาย จากนั้นอีก 1-2 ปี เปลี่ยนเป็น กองกำลังป้องกันตัวเอง ใช้มาจนถึงวันนี้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&#8220;มีประเด็นว่าการที่ญี่ปุ่นมีกองกำลังป้องกันตัวเองและขยายอำนาจไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันประมาณ 2 แสน 3 หมื่นนาย และมีอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยไม่เป็นสองรองใครในโลกนั้น ละเมิดรัฐธรรมนูญไปแล้วหรือยัง นายกฯอาเบะจึงตีความรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งตอนนี้ผ่านสภาผู้แทนไปแล้ว กำลังถกเถียงในสภาสูงว่าให้ผ่านกฎหมายที่รัฐบาลเสนอว่า ต่อไปนี้ให้สามารถทำสงครามป้องกันร่วมกับประเทศอื่น นอกประเทศญี่ปุ่นได้ กำลังถกเถียงว่าการตีความใหม่นี้ในที่สุดแล้วอาจทำให้ญี่ปุ่นต้องไปทำสงครามเหมือนในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกหรือเปล่า&#8221; อ.ไชยวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><span style="color: #000080;">ขอขอบคุณข้อมูลจาก : <a style="color: #000080;" href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1439178205" target="_blank" rel="noopener">มติชนออนไลน์</a></span></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/pr-35/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
