<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผ่อนบ้านไม่ไหว &#8211; HOMENAYOO</title>
	<atom:link href="https://www.homenayoo.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<description>พาชมบ้าน  พร้อมรีวิวครบทุกมุม ที่คนกำลังมองหาบ้านต้องรู้</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Jul 2017 04:27:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2025/12/LOGO-HOMENAYOO-URL-512-100x100.png</url>
	<title>ผ่อนบ้านไม่ไหว &#8211; HOMENAYOO</title>
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ทำยังไงดี? เรามีคำตอบ</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/read-me-441/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/read-me-441/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pure]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2016 02:37:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อนบ้านไม่ไหว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.homenayoo.com/?p=320064</guid>

					<description><![CDATA[ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ทำยังไงดี? เรามีคำตอบ เมื่อฝันจะมีบ้านสักหลัง&#8230; อดทน อดออม เก็บเงิน รักษาประวัติการเงินเพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านให้&#8230; แต่ถ้าหากวันหนึ่งอยู่ไป อยู่มาแล้ว &#8230; มีเหตุฉุกเฉิน &#8230; เงินที่มีแต่ละเดือนที่เคยผ่อนบ้านได้สบายๆ กลับต้องไปจ่ายอย่างอื่น&#8230; เช่น รักษาพยาบาลภายในครอบครัว หรือจะเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เจ้าของบริษัทขอปรับลดเงินเดือน เพื่อที่จะไม่ต้องตกงาน&#8230; แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ &#8230;. มาคำตอบกันดีกว่า ก่อนอื่นเลยถ้าเราสำรวจตัวเอง สำรวจเงินในบ้านแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็ต้องมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้นบ้านก็ยังต้องเป็นบ้านของเรา ถ้าส่งค่าผ่อนแต่ละเดือนไม่ไหว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ &#8230;. ใจเย็นๆ กันก่อน เรื่องแบบนี้เราโทรหาธนาคารได้ เพราะธนาคารจะมีทางเลือกให้เรา ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านไม่ไหวแน่นอนโทรปรึกษาธนาคารได้เลย ซึ่งก็แล้วแต่ธนาคารว่าจะมีทางเลือกอะไรให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่มีก็จะเป็นการลดอัตราการผ่อนในแต่ละเดือนลง ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือถ้าเรามองว่าเราไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหลังนี้แล้วอาจจะขายคืนกลับให้ธนาคารก็เป็นได้ ซึ่งแต่ละเงื่อนไขธนาคารจะเป็นคนคำนวณให้เราว่าแบบไหนเป็นยังไง ส่วนหน้าที่ของเราก็แค่เก็บข้อมูลมาแล้วก็มาเปรียบเทียบ เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกหนทางที่ธนาคารเสนอมา เรามาดูเงื่อนไขแรก คือ การลดอัตราการผ่อนบ้านในแต่ละเดือน ความหมายตรงตัวเลย นั่นก็คือ ธนาคารจะลดเงินที่ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนลง เช่น จากเดิมเคยจ่ายอยู่ที่เดือนละ 18,000 บาท ธนาคารก็อาจจะลดให้เหลือจ่ายเดือนละ 10,000 บาท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ทำยังไงดี? เรามีคำตอบ</strong></p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/03/karakade11.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-320067" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/03/karakade11.jpg" alt="karakade(1)" width="600" height="336" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/03/karakade11.jpg 600w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/03/karakade11-300x168.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p>เมื่อฝันจะมีบ้านสักหลัง&#8230; อดทน อดออม เก็บเงิน รักษาประวัติการเงินเพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านให้&#8230; แต่ถ้าหากวันหนึ่งอยู่ไป อยู่มาแล้ว &#8230; มีเหตุฉุกเฉิน &#8230; เงินที่มีแต่ละเดือนที่เคยผ่อนบ้านได้สบายๆ กลับต้องไปจ่ายอย่างอื่น&#8230;</p>





<p>เช่น รักษาพยาบาลภายในครอบครัว หรือจะเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เจ้าของบริษัทขอปรับลดเงินเดือน เพื่อที่จะไม่ต้องตกงาน&#8230; แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ &#8230;. มาคำตอบกันดีกว่า</p>
<p>ก่อนอื่นเลยถ้าเราสำรวจตัวเอง สำรวจเงินในบ้านแล้ว รู้ตัวแน่นอนว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็ต้องมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้นบ้านก็ยังต้องเป็นบ้านของเรา ถ้าส่งค่าผ่อนแต่ละเดือนไม่ไหว ธนาคารต้องมายึดบ้านแน่ๆ &#8230;. ใจเย็นๆ กันก่อน เรื่องแบบนี้เราโทรหาธนาคารได้ เพราะธนาคารจะมีทางเลือกให้เรา ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าจ่ายค่าผ่อนบ้านไม่ไหวแน่นอนโทรปรึกษาธนาคารได้เลย</p>
<p>ซึ่งก็แล้วแต่ธนาคารว่าจะมีทางเลือกอะไรให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่มีก็จะเป็นการลดอัตราการผ่อนในแต่ละเดือนลง ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือถ้าเรามองว่าเราไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหลังนี้แล้วอาจจะขายคืนกลับให้ธนาคารก็เป็นได้ ซึ่งแต่ละเงื่อนไขธนาคารจะเป็นคนคำนวณให้เราว่าแบบไหนเป็นยังไง ส่วนหน้าที่ของเราก็แค่เก็บข้อมูลมาแล้วก็มาเปรียบเทียบ เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกหนทางที่ธนาคารเสนอมา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>เรามาดูเงื่อนไขแรก คือ การลดอัตราการผ่อนบ้านในแต่ละเดือน</strong></span> ความหมายตรงตัวเลย นั่นก็คือ ธนาคารจะลดเงินที่ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนลง เช่น จากเดิมเคยจ่ายอยู่ที่เดือนละ 18,000 บาท ธนาคารก็อาจจะลดให้เหลือจ่ายเดือนละ 10,000 บาท แทนแต่ระยะเวลาในการผ่อนบ้านก็ต้องนานขึ้น จากเดิมเคยผ่อนอยู่ 15 ปี ก็อาจจะเป็น 20 ปี ซึ่งแบบนี้ประวัติการชำระเงินของเราที่ธนาคารจะส่งให้เครดิตบูโรนั้น ก็ยังคงเป็นบัญชีปกติ</p>
<p>ส่วนการยื่นเรื่องก็แล้วแต่นโยบายของธนาคาร เพราะบางธนาคารก็จะมีหน่วยงานส่งเรื่องให้กับลูกค้าได้เลย ถ้าอนุมัติลูกค้าก็แค่เข้าไปเซ็นสัญญาปรับการผ่อนชำระใหม่เท่านั้น ไม่ต้องยื่นเอกสารทางการเงินเพิ่มเติม และสามารถแจ้งเรื่องทางโทรศัพท์ก็ได้ แต่บางธนาคารอาจจะต้องไปติดต่อที่สาขาและยื่นเรื่องใหม่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>แบบที่สอง คือ การขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้</strong></span> ซึ่งแบบนี้ธนาคารจะให้เราจ่ายค่าผ่อนบ้านต่อเดือนลดลงอย่างมาก ตามตัวอย่างเดิมที่เคยจ่ายค่าผ่อนบ้านอยู่เดือนละ 18,000 บาท ธนาคารจะลดเงินที่จ่ายค่าผ่อนบ้านต่อเดือนของเราเหลือเพียงเดือนละ 3,000-4,000 บาทได้ ซึ่งถ้าเราเลือกแบบนี้จะทำให้เราเสียประวัติในเครดิตบูโร 2 ปี โดยบัญชีของเราที่เคยมีสถานะปกติจะถูกปรับเป็นปรับปรุงโครงสร้างหนี้ นั่นก็หมายความว่าเราไม่สามารถไปยื่นขอกู้สินเชื่อกับธนาคารอื่นๆ ได้อีกประมาณ 3-5 ปี และที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยที่มีอยู่ก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายไปไหน</p>
<p>ตามตัวอย่างเดิม เราจ่ายค่าผ่อนบ้านอยู่ 18,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 บาท ดอกเบี้ย 6,000 บาท แต่เมื่อเราขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้เหลือการผ่อนค่าบ้านเดือนละ 3,000 บาท ก็แบ่งไปจ่ายเงินต้น 1,000 บาท ดอกเบี้ย 2,000 บาท นั่นก็หมายความว่าเรายังเหลือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอีกเดือนละ 4,000 บาท (6,000 – 2,000) ซึ่งธนาคารก็จะสะสมยอดดอกเบี้ยนี้ไว้เมื่อพอครบ 2 ปี ของการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เราก็ต้องกลับไปจ่ายค่าผ่อนบ้านเดือนละ 18,000 บาทเหมือนเดิม</p>
<p>ซึ่งจะไปตัดดอกเบี้ยส่วนที่เรายังค้างอยู่อีกเดือนละ 4,000 บาท นั่นก็หมายความว่าเงินผ่อนบ้านเดือนละ 18,000 บาทที่จ่ายหลังปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วจะไปจ่ายเงินต้นแค่ 8,000 บาท และไปจ่ายดอกเบี้ย 10,000 บาท ซึ่งก็คือดอกเบี้ยปกติ 6,000 บาท และดอกเบี้ยที่ค้างจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อีก 4,000 บาท ซึ่งดอกเบี้ยส่วนนี้ธนาคารจะไม่ได้คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น</p>
<p>และทางเลือกสุดท้ายอันนี้จะต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า เราจะไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว เราก็สามารถแจ้งขายคืนให้กับธนาคารได้ แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะธนาคารคงจะไม่ประเมินราคาซื้อคืนให้เท่ากับราคาซื้อขายในท้องตลาด หรือราคาประเมินตอนที่จะให้สินเชื่อบ้านกับเรา ยกตัวอย่างเช่น เราผ่อนบ้านมาแล้วเหลือเงินต้นทั้งหมด 2.5 ล้านบาท ณ วันที่แจ้งขายคืนกับธนาคารและประเมินแล้วได้ 2.7 ล้านบาท เมื่อธนาคารนำออกขายแล้วได้เงินมา 2.7 ล้านบาท ธนาคารจะไม่คืนส่วนต่าง 2 แสนให้กับเรา แต่ในทางกลับกันถ้าประเมินและขายออกไปได้ 2.2 ล้านบาท เราจะต้องหารเงินสดมาจ่ายคืนให้กับธนาคารอีก 3 แสนบาท</p>
<p>จะเห็นว่าทุกปัญหามีทางออก เพียงแต่เราเข้าไปคุยกับธนาคารขอวิธีการแก้ปัญหามันก็ไม่ได้ยุ่งยากกว่าที่คิด เพราะเงื่อนไขเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธนาคารไม่ได้บอกเรา แต่เราต้องเข้าไปถามอย่าปล่อยให้เป็นปัญหาก่อนแล้วค่อยถาม เพราะบางทีมันอาจจะช้าเกินไปก็ได้</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : <a href="https://moneyhub.in.th/" target="_blank" rel="noopener">MoneyHub</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/read-me-441/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
