<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประหยัดไฟ &#8211; HOMENAYOO</title>
	<atom:link href="https://www.homenayoo.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<description>พาชมบ้าน  พร้อมรีวิวครบทุกมุม ที่คนกำลังมองหาบ้านต้องรู้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Oct 2017 11:15:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2025/12/LOGO-HOMENAYOO-URL-512-100x100.png</url>
	<title>ประหยัดไฟ &#8211; HOMENAYOO</title>
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>9 วิธีใช้ &#8220;แอร์&#8221; ให้ประหยัดค่าไฟ</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/read-me-341/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/read-me-341/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pure]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2016 10:37:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.homenayoo.com/?p=293562</guid>

					<description><![CDATA[9 วิธีใช้ &#8220;แอร์&#8221; ให้ประหยัดค่าไฟ 1. ต้องประหยัดไฟเบอร์ 5 จากสถิติการใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ปีจะพบว่าช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทย อากาศร้อนสุด ๆ สถิตินี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างความเย็นให้ที่อยู่อาศัยมากเป็นอันดับต้น ๆ การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ จึงเป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบฝังในเพดาน แอร์ติดผนัง หรือแอร์เคลื่อนที่ 2. ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับตำแหน่งการติดตั้งแอร์ เพราะหากอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจะสามารถลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งแอร์ FCU (ตัวเครื่องที่ติดตั้งภายในห้อง) ในบ้านมีดังนี้ บริเวณที่ติดตั้งสามารถกระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง และไม่ควรติดตั้งในมุมอับ หลีกเลี่ยงการติดตั้ง FCU ในบริเวณที่ใกล้กับประตู หน้าต่าง หรือพัดลมดูดอากาศเพราะจะทำให้อากาศเย็นภายใน ถูกความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ได้ง่าย อย่าติดชิดผนังที่รับแดดจัด หรือทิศตะวันตก เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก ยิ่งเป็นห้องนอนที่ต้องอยู่อาศัยในช่วงเย็นด้วยแล้ว ยิ่งควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งดังกล่าว 3. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>9 วิธีใช้ &#8220;แอร์&#8221; ให้ประหยัดค่าไฟ</strong></p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/01/shutterstock_65005333.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-293563" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/01/shutterstock_65005333.jpg" alt="shutterstock_65005333" width="600" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/01/shutterstock_65005333.jpg 600w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2016/01/shutterstock_65005333-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1. ต้องประหยัดไฟเบอร์ 5</strong></span></p>
<p>จากสถิติการใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ปีจะพบว่าช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เมืองไทย อากาศร้อนสุด ๆ สถิตินี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างความเย็นให้ที่อยู่อาศัยมากเป็นอันดับต้น ๆ การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ จึงเป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ เป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์แบบฝังในเพดาน แอร์ติดผนัง หรือแอร์เคลื่อนที่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2. ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม</strong></span></p>
<p>เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับตำแหน่งการติดตั้งแอร์ เพราะหากอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจะสามารถลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งแอร์ FCU (ตัวเครื่องที่ติดตั้งภายในห้อง) ในบ้านมีดังนี้</p>
<p>บริเวณที่ติดตั้งสามารถกระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง และไม่ควรติดตั้งในมุมอับ หลีกเลี่ยงการติดตั้ง FCU ในบริเวณที่ใกล้กับประตู หน้าต่าง หรือพัดลมดูดอากาศเพราะจะทำให้อากาศเย็นภายใน ถูกความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ได้ง่าย</p>
<p>อย่าติดชิดผนังที่รับแดดจัด หรือทิศตะวันตก เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก ยิ่งเป็นห้องนอนที่ต้องอยู่อาศัยในช่วงเย็นด้วยแล้ว ยิ่งควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งดังกล่าว</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3. เลือกขนาดที่พอดีกับพื้นที่ภายในห้อง</strong></span></p>
<p>อาจจะได้ยินกันมาบ้างสำหรับค่า BTU (British Thermal Unit) คือหน่วยวัดปริมาณความร้อน โดยในเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วยวัดพลังเป็น BTU/hr. (บีทียูต่อชั่วโมง) หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่า BTU เทานั้น อาทิ เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU/hr. หมายความว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้สามารถดูดความร้อน BTU ภายในหนึ่งชั่วโมง เครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่นจะมีค่า BTU ต่างกันเริ่มตั้งแต่ 9,000-80,000 BTU ซึ่งถือเป็นค่าสูงสุด การเลือกขนาด BTU ตามความเหมาะสม ควรเลือกตามขนาดของห้อง สามารถคำนวณโดยใช้สูตร</p>
<p><span style="color: #ff0000;">พื้นที่ห้อง x ค่า Cooling Load Estimation = ค่า BTU ที่เหมาะสม</span></p>
<p>ค่าประเมิน Cooling Load Estimation ที่เหมาะสมกับแต่ละห้อง</p>
<p>ห้องนอน 700-750 BTU/ตารางเมตร</p>
<p>ห้องนั่งเล่น 750-850 BTU/ตารางเมตร</p>
<p>ห้องทานอาหาร 800-950 BTU/ตารางเมตร</p>
<p>ห้องครัว 900-1000 BTUตารางเมตร</p>
<p>ห้องทำงาน 800-900 BTU/ตารางเมตร</p>
<p>ห้องประชุม 850-1000 BTU/ตารางเมตร</p>
<p>สูตรข้างต้นใช้คำนวณในกรณีที่ความสูงของเพดานที่สูงไม่เกิน 3 เมตรเท่านั้น หากห้องมีความสูงมากกว่าและมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ จำนวนผู้อยู่อาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือพื้นที่กระจกภายในห้อง จะต้องบวกค่า BTU เพิ่มด้วย หากเลือกขนาดของ BTU มากติดตั้งในห้องขนาดเล็กก็จะเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4. ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ</strong></span></p>
<p>โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเข้าใจว่าอุณหภูมิภายในห้อง ที่เหมาะต่อการอยู่อาศัยอยู่แล้วรู้สึกสบายนั้น จะอยู่ที่ 25-26 องศา หากเกินนี้จะรู้สึกร้อนเกินไป แต่หากเลือกเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 28-30 องศา แล้วเลือกเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มความเร็วลมในห้อง เราจะยังรู้สึกเย็นสบายอยู่เช่นเดิมและช่วยประหยัดพลังงานได้มากเพราะเครื่องปรับอากาศจะทำงานเบาลง หากเป็นช่วงเวลานอนควรตั้งอุณหภูมิไว้ ไม่ต่ำกว่า 28 องศา เนื่องด้วยในช่วงเวลาที่เราหลับร่างกายจะไม่สามารถปรับอุณหภูมิตามสภาพอากาศได้จึงควรตั้งอุณหภูมิที่สูงไว้ เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทาง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5. เครื่องใช้ไฟฟ้า เอามันออกไป</strong></span></p>
<p>เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้อง อย่างเช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องถ่ายเอกสาร หม้อ หุงข้าว เครื่องชงกาแฟ กาต้มน้ำไฟฟ้า รวมทั้งการเปิดไฟมากเกินความจำเป็น คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้นและทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นด้วย ดังนั้นชิ้นไหนไม่จำเป็น จึงควรย้ายออกจากห้องและควรเปิดไฟแต่พอดี เพื่อให้ห้องเย็นสบาย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6. งดกิจกรรมทำความร้อน</strong></span></p>
<p>อ๊ะ!! อย่าคิดลึกนะคะ กิจกรรมทำความร้อนที่ว่า คือการสูบบุหรี่ภายในห้องปรับอากาศ เนื่องด้วยการสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศจะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศเพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้อง การถ่ายอากาศส่วนหนึ่งออกจากห้องและปล่อยให้อากาศภายนอกเข้ามาทดแทนจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เพี่อปรับอุณหภูมิภายในห้องให้เย็นเท่าเดิม</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7. เสื้อผ้าใส่สบายเข้าไว้</strong></span></p>
<p>เคยเห็นกันบ้างใช่ไหมคะ ออฟฟิศบางแห่งตั้ง อุณหภูมิห้องไว้ที่ 20 องศาแล้วบางท่าน (โดยเฉพาะ คุณผู้หญิง) ต่างโหมประโคมใส่เสื้อผ้าชุดกันหนาว ประดุจดั่งอยู่เมืองนอกเมืองนา บ้างก็ใส่สูทตัวหนาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมาก ๆ ค่ะ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ เราสามารถปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25 องศาแล้วใส่ เสื้อผ้าสบาย ๆ ให้ได้รับความเย็นที่กำลังพอดีได้ ในบ้านก็เช่นกันหากเลือกใส่เสื้อผ้าที่สบาย ๆ แล้วเราตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 28 องศา จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าไปอีกแรง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8. ผ้าม่านช่วยได้เยอะ</strong></span></p>
<p>ไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น ผ้าม่านยังทำหน้าที่กันความร้อนอีกชั้นไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ภายในบ้าน โดยทั่วไปแล้วม่านหน้าต่างจะนิยมติดตั้ง 2 โดยชั้นแรกจะเป็นม่านกรองแสงที่ช่วยบังตาจากภายนอก ส่วนอีกชั้นจะเป็นผ้าม่านหนาที่นอกจากจะช่วยสร้างความงามให้ห้องด้วยลวดลายสีสันที่หลากหลายแล้ว ม่านหนานี้ยังทำหน้าที่กันความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ภายในห้องโดยตรง ยิ่งปัจจุบันผ้าม่านมีนวัตกรรมมากมายทั้งเก็บความเย็นภายในบ้าน ป้องกันแสงยูวี และอายุการใช้งานก็คงทนลวดลายคงอยู่ยาวนานด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>9. ธรรมชาติมอบสิ่งดี ๆ เสมอ</strong></span></p>
<p>ที่สุดแล้วคนเราคงหนีธรรมชาติไม่พ้น และต้นไม้ก็เป็นอีกสิ่งมีชีวิตบนโลกที่ช่วยเราได้หลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องอากาศบริสุทธิ์ สร้างความร่มรื่น และยังช่วยบังความร้อนจากแสงอาทิตย์ หากปลูกต้นไม้รอบ ๆ บ้านแล้ว จะช่วยให้เราลดการใช้เครื่องปรับอากาศได้มาก หากบ้านไหนมีต้นไม่ใหญ่ปลูกเป็นสวนร่มรื่นด้วยแล้ว แทบจะไม่ต้องพึ่งพลังงานเครื่องปรับอากาศกันเลยทีเดียว และวิธีนี้เป็นทางออกสันติวิธีที่นอกจากจะช่วยให้บ้านเย็นแล้ว ยังช่วยให้อุณหภูมิโลกเย็นลงด้วย</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : <a href="http://home.kapook.com/view59556.html" target="_blank" rel="noopener">Kapook.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/read-me-341/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับง่ายๆ..กับการประหยัดน้ำ และพลังงานในบ้าน ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/read-me-332/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/read-me-332/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[pure]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2015 14:50:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดไฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.homenayoo.com/?p=289371</guid>

					<description><![CDATA[เคล็ดลับง่ายๆ..กับการประหยัดน้ำ และพลังงานในบ้าน ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ วิธีประหยัดน้ำภายในบ้าน เลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำ พร้อมไปกับการลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ ก๊อกน้ำ สุขภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ ช่วยในการประหยัดเป็นพิเศษ ที่สำคัญควรหมั่นตรวจเช็ค วาล์ว ข้อต่อ ลูกยาง หรือรอยรั่วบริเวณท่อส่งน้ำ หากพบว่าชำรุด และคุณสามรถซ่อมแซม ได้เอง ก็สามารถเลือกซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ได้ที่ร้านโฮมเวิร์ค ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน โทรทัศน์ ต้องเริ่มมาจากการซื้อโทรทัศน์ ควรเลือกโทรทัศน์ให้เหมาะสมกับขนาดและความจำเป็น ถ้าซื้อขนาดใหญ่มาก ก็กินไฟมาก ปัญหาที่พบในแทบทุกบ้าน ก็คือความต้องการชมรายการโทรทัศน์ ที่ไม่ตรงกัน ต่างคนก็ต่างความชอบ แบบนี้ก็ลองเปลี่ยนทัศนคติใหม่ลองปรับตัวเข้าหากัน ชมรายการเดียวกันบ้าง คุณอาจได้อะไรดีๆจากรายการที่ไม่เคยดู นอกจากจะประหยัดแล้วสร้างความอบอุ่นในครอบครัวด้วยนะ ถ้าหากคุณเบื่อที่จะชมรายการโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปแล้วก็เปลี่ยนช่องมา ก็ปิดซะเถอะครับ! หาเวลามาออกกำลังกายบ้าง นอกจากจะประหยัดพลังงานชาติแล้ว ยังเป็นการดูแลสุขภาพตัวเราเองด้วย ที่สำคัญก่อนออกไปข้างนอก หรือไปทำธุระที่ไหน ก็อย่าลืมปิดสวิตซ์และถอดปลั๊ก โทรทัศน์ของคุณเพื่อประยัดพลังงานแถมยังช่วยป้องกันอุบัติภัยที่เกิด จากกระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย ตู้เย็น ก่อนเลือกซื้อต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ว่านำมาใช้งานแบบใดเพื่อจะได้เลือกขนาดของตู้เย็นได้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตู้เย็นที่งานหนักมากเกินไป และสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่นำอาหารที่ร้อนๆ เข้าไปแช่ในตู้เย็น ยิ่งร้อนมาก ก็เปลืองไฟมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เคล็ดลับง่ายๆ..กับการประหยัดน้ำ และพลังงานในบ้าน ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้</strong></p>
<p><a href="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/01/10140.jpg"><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-619987" src="http://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/01/10140.jpg" alt="10" width="798" height="509" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/01/10140.jpg 798w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2015/01/10140-300x191.jpg 300w" sizes="(max-width: 798px) 100vw, 798px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>วิธีประหยัดน้ำภายในบ้าน</strong></span></p>
<p>เลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำ พร้อมไปกับการลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ ก๊อกน้ำ สุขภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ ช่วยในการประหยัดเป็นพิเศษ ที่สำคัญควรหมั่นตรวจเช็ค วาล์ว ข้อต่อ ลูกยาง หรือรอยรั่วบริเวณท่อส่งน้ำ หากพบว่าชำรุด และคุณสามรถซ่อมแซม ได้เอง ก็สามารถเลือกซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ได้ที่ร้านโฮมเวิร์ค ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ<br />
วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน</p>





<p><span style="color: #ff0000;"><strong>โทรทัศน์</strong></span></p>
<p>ต้องเริ่มมาจากการซื้อโทรทัศน์ ควรเลือกโทรทัศน์ให้เหมาะสมกับขนาดและความจำเป็น ถ้าซื้อขนาดใหญ่มาก ก็กินไฟมาก</p>
<p>ปัญหาที่พบในแทบทุกบ้าน ก็คือความต้องการชมรายการโทรทัศน์ ที่ไม่ตรงกัน ต่างคนก็ต่างความชอบ แบบนี้ก็ลองเปลี่ยนทัศนคติใหม่ลองปรับตัวเข้าหากัน ชมรายการเดียวกันบ้าง คุณอาจได้อะไรดีๆจากรายการที่ไม่เคยดู นอกจากจะประหยัดแล้วสร้างความอบอุ่นในครอบครัวด้วยนะ</p>
<p>ถ้าหากคุณเบื่อที่จะชมรายการโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปแล้วก็เปลี่ยนช่องมา ก็ปิดซะเถอะครับ! หาเวลามาออกกำลังกายบ้าง นอกจากจะประหยัดพลังงานชาติแล้ว ยังเป็นการดูแลสุขภาพตัวเราเองด้วย ที่สำคัญก่อนออกไปข้างนอก หรือไปทำธุระที่ไหน ก็อย่าลืมปิดสวิตซ์และถอดปลั๊ก โทรทัศน์ของคุณเพื่อประยัดพลังงานแถมยังช่วยป้องกันอุบัติภัยที่เกิด จากกระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ตู้เย็น</strong></span></p>
<p>ก่อนเลือกซื้อต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ว่านำมาใช้งานแบบใดเพื่อจะได้เลือกขนาดของตู้เย็นได้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาตู้เย็นที่งานหนักมากเกินไป และสิ้นเปลืองพลังงาน</p>
<p>ไม่นำอาหารที่ร้อนๆ เข้าไปแช่ในตู้เย็น ยิ่งร้อนมาก ก็เปลืองไฟมาก<br />
ไม่เปิดตู้เย็นบ่อยๆ หรือเปิดค้างไว้นานๆ ถ้าหากตู้เย็นสูญเสียความเย็นมากเกินไป ด้วยระบบก็จะต้องทำความเย็นให้เท่ากับค่าของอุณหภูมิที่คุณได้ตั้งเอาไว้</p>
<p><span style="color: #ff0000;">อย่าแช่อาหาร มากจนเกินไป เพราะตู้เย็นของคุณก็จะต้องทำงานหนักทำให้สิ้นเปลืองพลังงานนะครับ</span></p>
<p>หากตู้เย็นของท่านใช้มานานพอสมควร ก็ควรตรวจสภาพจากขอบยางบริเวณประตู หรือการเติมน้ำยาทำความเย็น ก็จะช่วยประหยัดพลังงานและช่วยยืดอายุการใช้งานไปด้วย (วิธีทดสอบขอบยาง นำกระดาษมาวางไว้ที่ขอบประตู แล้วปิด หลังจากนั้นขยับกระดาษขึ้น-ลง ถ้ากระดาษเลื่อนขึ้น-ลงได้ คุณต้องเปลี่ยนขอบยางใหม่แล้วละครับ)</p>
<p>เรื่องของการประหยัดพลังงาน ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เตรียมพบกับ การประยัดพลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (เพิ่มเติม) กับ Mr.TipMan ที่จะช่วยให้คุณสามารถ ลดค่าใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการ ประหยัดพลังงานชาติครับ&#8230;</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูล : <a href="http://www.homeworks.co.th/howto4.html" target="_blank" rel="noopener">HomeWork</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/read-me-332/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
