
🏡✨ ถ้ากำลังมองหา “ทาวน์โฮมใกล้สาทร” ที่ได้พื้นที่ใหญ่เหมือนบ้านเดี่ยว แต่ราคาเริ่มต้นยังจับต้องได้ บอกเลยว่าโครงการนี้น่าสนใจมาก!
.
วันนี้เราจะพามาชม ‘Baan Klang Mueng สาทร-กัลปพฤกษ์ 2ง ทาวน์โฮม 3 ชั้น โครงการใหม่จาก AP Thailand บนทำเลติดถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้าเมือง ที่สามารถขับรถเข้า CBD สาทร-สีลม ได้ในเวลาประมาณ 10 นาที* เท่านั้น 🚗💨
.
สำหรับคนทำงานในเมือง แต่ไม่อยากอยู่คอนโดแล้ว อยากขยับมาอยู่บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะขึ้น ได้ห้องนอนเพิ่ม ได้มุมทำงาน ได้พื้นที่ส่วนตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว โครงการนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ ค่ะ
.
📍 ทำเลก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งตลาดกัลปพฤกษ์, Makro Food Service กัลปพฤกษ์, The Mall Lifestore บางแค, Seacon บางแค รวมถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลชั้นนำอีกหลายแห่ง ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกแบบแทบไม่ต้องออกนอกโซนเลย
.
🚆 คนที่ใช้รถไฟฟ้าก็มีตัวเลือกให้ใช้งานหลายสถานี ทั้ง BTS วุฒากาศ, MRT บางแค และ MRT หลักสอง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าเมืองได้อีกทางหนึ่ง
.
🏠 บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 พัฒนาบนที่ดินประมาณ 33 ไร่ จำนวนเพียง 358 หลัง ให้ความรู้สึกเป็นชุมชนขนาดกำลังดี มีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ คือ
.
🏡 แบบบ้าน EDNA ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 17 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 134.9 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ
.
🏡 แบบบ้าน ZUELIA ฟทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 20.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 173.11 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 3 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 2 ที่จอดรถ
.
✨ ไฮไลต์ที่เราชอบมาก คือการออกแบบ Penthouse Master Bedroom เต็มทั้งชั้น ในบ้านทั้ง 2 แบบ ให้ฟีลเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าทาวน์โฮม ได้ทั้งมุมพักผ่อน มุมทำงาน มุมแต่งตัว หรือจะทำ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ก็ยังมีพื้นที่เหลือ ๆ เหมาะกับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้งานจริงในระยะยาว
.
🏊♂️🌳 ส่วนกลางของโครงการถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำออกมาได้น่าสนใจมาก เพราะจัดเต็มเกินมาตรฐานทาวน์โฮมในระดับราคาเดียวกัน ทั้ง Clubhouse ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ Lap Pool สำหรับว่ายออกกำลังกายจริงจัง
.
สระเด็กในร่ม, Pool Terrace, Co-Living Space และ Co-Working Space ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง รองรับทั้งการพักผ่อน การนั่งทำงาน และการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้านได้ในพื้นที่เดียว
.
💪 สายสุขภาพก็ถูกใจ เพราะมี Fitness ขนาดใหญ่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม.* ภายในแบ่งโซน Cardio และ Weight Training อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน รวมถึง Music Boxing Machine เพิ่มความสนุกในการออกกำลังกายอีกด้วย
.
🌿 พื้นที่สีเขียวภายในโครงการก็ให้มาค่อนข้างเยอะ โดยมีสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ออกแบบ Landscape ด้วยเส้นสาย Organic พร้อม Jogging Track, Pavilion, Seating Area และมุมพักผ่อนกระจายอยู่ทั่วสวน ช่วยให้ลูกบ้านสามารถออกมาเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือนั่งพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นได้ทุกวัน
.
🐶🐱 ที่สำคัญยังเอาใจคนรักสัตว์ด้วย Pet Zone ขนาดใหญ่ แยกเป็นสัดส่วนพร้อมอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ รวมถึงมีสนามเด็กเล่น และ Co-Working ในสวนรองรับทั้งเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการแห่งนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกทุกช่วงวัยในครอบครัวได้อย่างครบถ้วน
.
🔐 ระบบรักษาความปลอดภัยก็ครบ ทั้ง KATSAN อ่านป้ายทะเบียนรถยนต์, Face Scan เข้าใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง และ รปภ. ดูแลตลอด 24 ชม.
.
💰 เปิดตัวราคาเริ่มต้นเพียง 5.99 ล้านบาท* (มิ.ย. 69)
.
สำหรับใครที่กำลังมองหาทาวน์โฮม 3 ชั้น ทำเลใกล้สาทร เดินทางสะดวก ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่ ส่วนกลางครบ และยังอยู่ในงบที่คุ้มค่า โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจับตามองมาก ๆ ในโซนกัลปพฤกษ์เลยค่ะ ❤️
📖 อ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่ : https://www.homenayoo.com/baan-klang-muang-sathorn-kallapapruek-2/
.
____________________
.
📌 ติดตาม Homenayoo เพิ่มเติมได้ที่
💻 Website ▶ www.Homenayoo.com
💬 Facebook ▶ homenayoo.fc
🎬 YouTube ▶ Youtube.com/@Homenayoo
🎶 Tiktok ▶ Tiktok.com/@homenayoo
.
#Homenayoo #บ้านกลางเมืองสาทรกัลปพฤกษ์2 #BaanKlangMueng #APThailand #ทาวน์โฮมกัลปพฤกษ์ #ทาวน์โฮมใกล้สาทร #บ้านใกล้สาทร #รีวิวบ้าน #บ้านใหม่กรุงเทพ
EP.xxxx รีวิว บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 / Baan Klang Muang Sathorn-Kallapapruek 2 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ติดถนนใหญ่กัลปพฤกษ์ เชื่อมต่อสาทร เพียง 10 นาที* เริ่ม 5.99 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน Homenayoo ทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการ ‘Baan Klang Mueng สาทร-กัลปพฤกษ์ 2′ ทาวน์โฮม 3 ชั้น โครงการใหม่จาก AP Thailand ที่เปิดตัวมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองและครอบครัวยุคใหม่ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรืออยากขยับจากคอนโดมาอยู่บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แต่ยังคงต้องการความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกเมืองในทุกวันค่ะ
ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ถือเป็นทำเลที่ได้เปรียบมาก ๆ สำหรับคนที่ทำงานในย่าน CBD สาทร-สีลม เพราะสามารถขับรถเข้าเมืองได้โดยตรง ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 10 นาที* เท่านั้น นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ทั้ง BTS วุฒากาศ, MRT บางแค และ MRT หลักสอง ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือระบบขนส่งสาธารณะก็ตาม
รอบโครงการยังเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ โรงเรียน และโรงพยาบาลชั้นนำครบครัน อาทิ ตลาดกัลปพฤกษ์, Makro Food Service กัลปพฤกษ์, The Mall Lifestore บางแค, Seacon บางแค, ตลาดกัลปพฤกษ์, รร.เลิศหล้า กาญจนาภิเษก, รร.นานาชาติ British Columbia, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และ รพ.พญาไท 3 ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกโดยแทบไม่ต้องเดินทางไกลจากบ้าน
บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 33-03-92.4 ไร่ จำนวนบ้าน 358 หลัง มาพร้อมแบบบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุดในสไตล์ Modern โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ที่ดินเริ่มต้น 17-20.6 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 134.9-177.11 ตร.ม. ฟังก์ชันมาตรฐาน 3 ห้องนอน 3-4 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน
ภายในจัดพื้นที่ใช้งานได้ลงตัว โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ Penthouse Master Bedroom ขนาดใหญ่เต็มทั้งชั้นทั้ง 2 แบบ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยว พร้อมรองรับการจัดมุมทำงาน มุมนั่งเล่น หรือ Walk-in Closet ได้อย่างอิสระ เหมาะกับทั้งครอบครัวเริ่มต้นและครอบครัวที่กำลังขยายในอนาคต
สิ่งอำนวยความสะดวกก็ถือว่าจัดเต็มเกินมาตรฐานของทาวน์โฮมในระดับราคาเดียวกัน ทั้ง Clubhouse ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ Lap Pool, สระเด็ก, Fitness เปิดให้ใช้งาน 24 ชม.*, Co-Living Space, Co-Working Space, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่พร้อม Jogging Track, Pavilion, Seating Area และ Pet Zone สำหรับคนรักสัตว์โดยเฉพาะ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครันด้วยระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ (KATSAN), Face Scan และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่กำลังมองหาทาวน์โฮม 3 ชั้น บนทำเลใกล้สาทร เดินทางสะดวก ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม และเปิดตัวมาในราคาเริ่มต้นเพียง 5.99 ล้านบาท* (มิ.ย. 69) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองของโซนกัลปพฤกษ์ในช่วงเวลานี้เลยค่ะ
ลงทะเบียนรับส่วนลด 500,000 บาท* คลิก : https://bit.ly/4uq646k
| ชื่อโครงการ | บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 / Baan Klang Muang Sathorn-Kallapapruek 2 |
| เจ้าของโครงการ | เอพี ไทยแลนด์ / AP Thailand |
| ลักษณะโครงการ | ทาวน์โฮม 3 ชั้น มีให้เลือก 2 แบบ |
| พื้นที่โครงการ | 33-03-92.4 ไร่ |
| จำนวนบ้าน | 358 หลัง |
| เนื้อที่บ้าน |
|
| พื้นที่ใช้สอย |
|
| จำนวนห้อง |
|
| ที่จอดรถทั้งหมด | 2 คัน |
| โซน | เขตบางแค |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. |
| กำหนดการ | รอบ VID 23-24 พ.ค. 69 |
| ปีที่สร้างเสร็จ | ปี 2569 |
| ราคา | เริ่ม 5.99 ล้านบาท* (พ.ค. 69) |
| ค่าส่วนกลาง | 43 บาท/ ตร.ว./ เดือน |
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง | ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
สถานศึกษา
สถานศึกษาฝั่งสาทร-สีลม
โรงพยาบาล
อื่น ๆ
*ระยะทางวัดจากที่ตั้งโครงการไปยังจุดหมายปลายทาง* |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
|
| Tel | 1685 |
| Line | https://lin.ee/XNeHYP7e |
| Website | https://bit.ly/4uq646k |
ติดถนนใหญ่กัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/ChPMSkpMMuZovTnf6
บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 ทาวน์โฮม 3 ชั้น โครงการใหม่จาก AP Thailand เป็นอีกหนึ่งโครงการแนวราบใหม่ในโซนฝั่งธนฯ ที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนทำงานเมือง หรือคนที่กำลังมองหาบ้านใกล้ CBD ในงบที่ยังจับต้องได้
เพราะจุดเด่นของที่นี่คือการได้ทำเล “ติดถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้าเมือง” ที่สามารถเชื่อมเข้าสู่โซนสาทร-สีลม ได้สะดวกรวดเร็ว เพียง 10 นาที* เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันถือเป็นทำเลที่เริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านโครงการใหม่ที่ราคาเริ่มต้นยังไม่ถึง 6 ล้านบาท*
ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ เชื่อมต่อได้ทั้งราชพฤกษ์, กาญจนาภิเษก, เพชรเกษม และพระราม 2 ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางค่อนข้างหลากหลาย รองรับทั้งคนที่ใช้รถเข้าเมืองเป็นประจำ และคนที่ต้องเดินทางออกนอกเมืองในช่วงวันทำงานหรือวันหยุด ทั้งยังมีรถไฟฟ้าใกล้ ๆ ให้ได้เลือกใช้ถึง 2 สาย 3 สถานี
รอบ ๆ โครงการถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างครบ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตคือการอยู่ใกล้ตลาดกัลปพฤกษ์ แบบเดินไปได้ ในระยะทางเพียง 400 ม.*
ที่นี่จะเป็นตลาดใหม่ในร่มขนาดใหญ่ที่รวมร้านค้าและร้านอาหารกว่า 300 ร้าน ครบทั้งโซนตลาดสด ของใช้ในชีวิตประจำวัน และโซน Street Food ที่มีร้านดังเปิดอยู่หลายร้าน ทำให้สามารถแวะหาของกิน ซื้อของเข้าบ้าน หรือออกมาเดินเล่นหลังเลิกงานได้ง่ายมาก ๆ ค่ะ
การเดินทางโดยรถส่วนตัว : จุดเด่นสำคัญของทำเลนี้คือเรื่อง “การเข้าเมือง” ที่ทำได้สะดวกมาก เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า สามารถขับตรงเข้าสู่โซน CBD อย่างสาทร สีลม และพระราม 3 ได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที* เท่านั้น ถือว่าเหมาะกับคนทำงานในเมืองที่อยากขยับจากคอนโดมาอยู่บ้าน แต่ยังไม่อยากเสียเวลาไปกับการเดินทางในทุกวันค่ะ
ระหว่างทางเข้าเมืองยังสามารถเลือกใช้ทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ ได้สะดวก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือวันที่ต้องการเข้าเมืองแบบรวดเร็วมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ถนนสาทรแล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังพระราม 4 วิทยุ ราชดำริ สามย่าน รวมถึงสุขุมวิทได้ต่อเนื่อง ทำให้ไม่ว่าจะทำงานอยู่โซนไหนของ CBD ก็เดินทางได้ค่อนข้างสะดวกทั้งหมด
อีกข้อดีของทำเลกัลปพฤกษ์คือเป็นโซนที่เชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลากหลาย ทั้งราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก เพชรเกษม รัชดา-ท่าพระ และเจริญนคร จะใช้ลัดไปพระราม 3 วงเวียนใหญ่ หรือขับไปโซนริมแม่น้ำอย่าง ICONSIAM ก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 10-15 นาที* เท่านั้น ทำให้การใช้ชีวิตมีความยืดหยุ่นสูง ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน หรือวันออกไปใช้ชีวิตในเมืองค่ะ
ในฝั่งการเดินทางออกนอกเมืองก็ถือว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะโครงการอยู่ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษก สามารถใช้เชื่อมต่อไปยังพระราม 2 สุขสวัสดิ์ บางนา-บางพลี รวมถึงฝั่งนนทบุรี บางใหญ่ ได้ง่าย หรือถ้าใครชอบเดินทางต่างจังหวัด ก็สามารถวิ่งออกมอเตอร์เวย์ M81 ไปทางกาญจนบุรีได้สะดวกเช่นกัน ถือเป็นทำเลที่รองรับทั้งการใช้ชีวิตในเมืองและการเดินทางระยะไกลได้ครบเลยค่ะ
จากโครงการสามารถกลับรถเชื่อมเข้าสู่ ถนนกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในระยะทางประมาณ 3.1 กม.* ใช้เดินทางต่อไปโซนเอกชัย-พระราม 2 สุขสวัสดิ์ บางนา-บางพลี และสมุทรปราการได้สะดวก พร้อมมีทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านดาวคะนอง บนเส้นพระราม 2 และทางด่วนกาญจนาภิเษก ด่านบางขุนเทียน ให้เลือกใช้งานด้วยค่ะ
หากขับขึ้นวงแหวนฯ ฝั่งเหนือ จะเชื่อมต่อไปทางบรมราชชนนี บางใหญ่ นนทบุรี และกาญจนบุรี ผ่านมอเตอร์เวย์ M81 ได้สะดวก โดยเส้นนี้ยังมีทางด่วนประจิมรัถยา ช่วยร่นระยะเวลาเข้าเมืองไปโซนจตุจักร-บางซื่อได้อีกด้วย
ส่วนเส้นเพชรเกษม ก็ใช้เชื่อมไปโซนหนองแขม กระทุ่มแบน สมุทรสาคร อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ และนครปฐมได้ง่าย ทำให้เป็นอีกทำเลที่เดินทางได้สะดวกทั้งเข้าเมืองและออกเมืองค่ะ
จากโครงการจะอยู่ใกล้กับ CBD สาทร-สีลม ประมาณ 11.8 กม.* หรือใช้เวลาเดินทางไปได้ประมาณ 10-15 นาที* ใครที่ทำงานหรือต้องไปส่งลูก ๆ ที่โรงเรียนเอกชนบนเส้นสาทร ออกจากบ้านเลี้ยวซ้ายตรงไปได้เลย สะดวกมาก ๆ ค่ะ
การเดินทางโดยรถสาธารณะและรถไฟฟ้า : ถึงโครงการนี้จะโดดเด่นเรื่องการเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก แต่ก็ยังถือว่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่ใช้งานได้สะดวก โดยจะใกล้กับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางแค ในระยะประมาณ 4 กม.* สามารถนั่งรถออกไปใช้งานทางถนนบางแคได้ง่าย ใช้เวลาเดินทางไม่นานค่ะ
ส่วนใครที่มีรถส่วนตัวและอยากขับรถไปจอดแล้วนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองต่อ แนะนำให้เลือกใช้งาน MRT สถานีหลักสอง ที่อยู่บริเวณหน้า The Mall Lifestore บางแค จะสะดวกกว่า เพราะตัวสถานีมีอาคารจอดรถแล้วจร รองรับคนที่ขับรถมาจอดแล้วต่อ MRT เข้าเมืองได้สบาย ช่วยลดเวลาการเดินทางในวันที่รถติด หรือวันที่ไม่อยากขับรถเข้าเมืองเองได้ดีเลยทีเดียว
จาก MRT หลักสอง หรือ MRT บางแค สามารถนั่งต่อไปเพียง 4-5 สถานี ก็จะถึงสถานีบางหว้า ซึ่งเป็นจุด Interchange สำคัญที่เชื่อมต่อกับ BTS สายสีลม ทำให้เดินทางต่อเข้าโซนสาทร สีลม หรือสุขุมวิทได้ง่ายขึ้นอีกมาก เหมาะทั้งคนทำงานในเมือง นักเรียนนักศึกษา หรือคนที่ต้องใช้รถไฟฟ้าเดินทางเป็นประจำ
นอกจากนี้ตัวโครงการยังสามารถใช้ถนนกัลปพฤกษ์ เชื่อมต่อไปใช้งาน BTS วุฒากาศ ได้สะดวกเช่นกัน ทำให้ทำเลนี้มีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างหลากหลาย รองรับได้ทั้งคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก และคนที่สลับมาใช้รถไฟฟ้าในวันที่ต้องเข้าเมืองค่ะ
จุดเด่นของทำเลนี้คือเป็นโซนที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง บนเส้นกัลปพฤกษ์จะเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งไลฟ์สไตล์กระจายตัวอยู่ตลอดทั้งเส้น โดยใกล้บ้านที่สุดจะเป็น “ตลาดกัลปพฤกษ์” ที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 400 ม.* จะเดินไปหรือขับรถไปก็สะดวก เพราะอยู่ฝั่งเดียวกันกับโครงการ
ภายในเป็นตลาดใหม่ในร่มขนาดใหญ่ รวมร้านค้าและร้านอาหารไว้กว่า 300 ร้าน ครบทั้งโซนตลาดสด Street Food และร้านนั่งทาน ทำให้สามารถแวะหาของกิน ซื้อของเข้าบ้าน หรือออกมาเดินเล่นช่วงเย็นได้ง่ายมาก ๆ และถือเป็นอีกหนึ่ง Lifestyle Spot ของคนในย่านนี้เลยค่ะ
ส่วนห้างและแหล่งช้อปปิ้งก็มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง Big C กัลปพฤกษ์, HomePro กัลปพฤกษ์, Makro บางบอน, The Mall บางแค, Seacon บางแค และ Central พระราม 2 ที่ใช้ขับรถไปได้ไม่นาน ทำให้เรื่องการจับจ่าย ซื้อของเข้าบ้าน หรือออกมาทานข้าวช่วงวันหยุดถือว่าสะดวกมาก
รวมถึงยังเชื่อมต่อไปโซนในเมืองและโซนริมแม่น้ำอย่าง Asiatique The Riverfront และ ICONSIAM ได้ในเวลาประมาณ 10-15 นาที* เท่านั้น ทำให้วันหยุดมีทั้งโซนกินข้าว ช้อปปิ้ง คาเฟ่ และ Hangout ให้เลือกค่อนข้างครบ ตอบโจทย์ทั้งสายครอบครัวและคนรุ่นใหม่ได้ดีเลยค่ะ
สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน ทำเลนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี เพราะรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาหลากหลายระดับ โดยในโซนใกล้เคียงจะมีทั้ง รร.สารสาสน์วิเทศบางบอน, รร.กรพิทักษ์ศึกษา, รร.อัสสัมชัญธนบุรี, รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรี, รร.กสิณธรอาคาเดมี่ และ ม.สยาม รองรับได้ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ช่วยให้ผู้ปกครองมีทางเลือกด้านการศึกษาที่หลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่บนฝั่งขาเข้าเมือง จึงเดินทางไปยังกลุ่มโรงเรียนเอกชนชื่อดังในย่านสาทร-สีลมได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, รร.อัสสัมชัญบางรัก, รร.เซนต์หลุยส์ศึกษา และ รร.เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ทำให้การรับ-ส่งบุตรหลานในแต่ละวันเป็นเรื่องง่ายขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับทำเลนี้ และเหมาะกับการอยู่อาศัยในระยะยาวสำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษค่ะ
รอบโครงการยังมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่หลายแห่ง ทั้ง รพ.นครธน, รพ.นครธน 2, รพ.บางปะกอก 8, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และ รพ.พญาไท 3 ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน และรองรับได้ทั้งการรักษาทั่วไป รวมถึงการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวค่ะ
นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้สำนักงานเขตบางแค ประมาณ 5 กม.* ทำให้ติดต่อหน่วยงานราชการหรือจัดการธุระต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
สถานศึกษา
สถานศึกษาฝั่งสาทร-สีลม
โรงพยาบาล
อื่น ๆ
*ระยะทางวัดจากที่ตั้งโครงการไปยังจุดหมายปลายทาง*
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/ChPMSkpMMuZovTnf6
ถนนกาญจนาภิเษก ⇒ ถนนกัลปพฤกษ์ ⇒ ตรงไปประมาณ 2.5 กม.* ⇒ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2
การเดินทางวันนี้เราเริ่มต้นมาจากถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปถนนเพชรเกษม-บางแค
ขับตรงไปบนถนนกาญจนาภิเษก
ตรงไปตามป้ายบอกทางไปวงเวียนใหญ่ (กัลปพฤกษ์-ราชพฤกษ์)
จากนั้นขับขึ้นทางแยกต่างระดับไปลงถนนกัลปพฤกษ์
วนไปตามทาง
ลงมายังถนนกัลปพฤกษ์ จากนั้นขับตรงไปอีกประมาณ 2.5 กม.*-
ผ่านสำเพ็ง 2 แล้วชิดซ้าย
ผ่าน 7-Eleven
ผ่านโชว์รูป BYD กัลปพฤกษ์
เลี้ยวซ้ายเข้าถนนส่วนกลางของ AP
ขับตรงไปจากหน้าปากทางประมาณ 200 ม.*
ถึงโครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2
ด้านหน้าโครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 ค่ะ
ภาพมุมสูงของโครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 จะเห็นได้ว่าพัฒนาขึ้นบนที่ดินขนาดประมาณ 33-3-92.4 ไร่ ภายในมีบ้านพักอาศัยรวม 358 หลัง โดยตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจากถนนกัลปพฤกษ์เข้ามาประมาณ 200 ม.* ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดเสียงรบกวนจากการจราจรบนถนนสายหลักได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ยังเข้า-ออกโครงการได้สะดวก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเชื่อมต่อสู่ถนนกัลปพฤกษ์และเส้นทางหลักโดยรอบ
บริเวณด้านหน้าของโครงการจะเป็น บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ เฟสแรกที่ปิดการขายไปแล้ว ทำให้บรรยากาศโดยรอบมีความเป็นชุมชนพักอาศัยที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนพื้นที่รอบโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบและหมู่บ้านจัดสรร สลับกับที่ดินเปล่าที่มีพื้นที่สีเขียวอยู่พอสมควร ช่วยให้ภาพรวมของทำเลยังคงมีความโปร่งโล่ง ไม่แออัด และเหมาะกับการอยู่อาศัยของครอบครัวที่ต้องการบ้านใกล้เมือง แต่ยังได้บรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัวในชีวิตประจำวันค่ะ
รอบโครงการ
Main Gate โครงการขนาดใหญ่ สไตล์ Modern ดูเรียบหรู ภายนอกเลือกใช้โทนสี Eart Tone กลมกลืนกันทั้งโครงการ นอกจากนั้นยังมีการจัดสวนสวยสร้างบรรยากาศที่สดชื่นร่มรื่นให้ด้วยค่ะ
บริเวณ Main Gate มีการแยกเลนสำหรับรถยนต์เข้า-ออก และทางเดินเท้าไว้อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานทุกช่วงเวลา พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งกล้อง CCTV และ Double Gate ที่เสริมด้วยไม้กระดกอัตโนมัติและประตูเลื่อนไฟฟ้าที่ปิดในช่วงกลางคืน โดยมีป้อม รปภ. อยู่ตรงกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชม.
ช่องทางรถเข้า-ออกของโครงการมีการแยกเลนสำหรับ Resident และ Visitor อย่างชัดเจน โดยลูกบ้านสามารถเข้า-ออกผ่านระบบ KATSAN หรือระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรผ่านกับพี่ ๆ รปภ. ก่อนเข้าโครงการค่ะ
ผ่าน Main Gate เข้ามาด้านใน จะเจอกับถนนเมนกว้างขวาง รองรับการขับรถเข้า-ออกสวนทางกันได้สะดวก รวมถึงเชื่อมต่อเข้าสู่ซอยย่อยภายในโครงการได้อย่างคล่องตัว
ติดกับ Main Gate ฝั่งทางออก จะเป็นจุด Drop ขยะส่วนกลางของโครงการ ภายในมีการแยกถังขยะแต่ละประเภทไว้อย่างชัดเจน เพื่อความเป็นระเบียบและง่ายต่อการจัดการ
มองย้อนกลับออกมาจะเห็นภาพรวมด้านหลัง Main Gate และบรรยากาศถนนเมนภายในโครงการ
ฝั่งซ้ายมือติดกับ Main Gate จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการ ประกอบด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ และอาคาร Clubhouse พร้อม Facilities ที่จัดมาให้ครบสำหรับลูกบ้าน
ทางเดินเข้า-ออกพื้นที่สวนและอาคาร Clubhouse มีให้เลือกใช้งานได้หลายทาง ลูกบ้านจึงสามารถเดินออกมาใช้งานส่วนกลางได้สะดวกจากหลายจุดภายในโครงการ
ด้านข้างอาคาร Clubhouse มีที่จอดรถยนต์สำหรับลูกบ้านจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทางขึ้น-ลงอาคารทั้งแบบบันไดปกติ และทางลาดสำหรับผู้ใช้ Wheelchair หรือรถเข็นเด็กค่ะ
ด้านหน้าอาคารเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อม Jogging Track สำหรับเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกาย ภายในจัด Landscape มาได้สวยงาม เน้นเส้นสายแบบ Organic Form ตกแต่งด้วยหินแม่น้ำ และกระจายม้านั่งไว้ตามจุดต่าง ๆ
ภายในสวนยังมี Pavilion แบบ Sunken Seat จัดเตรียมไว้เป็นมุมนั่งพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ
ต่อเนื่องไปอีกฝั่งของสวน จะเป็นพื้นที่ Pet Zone, Co-Working ในสวน และสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก ๆ ค่ะ
Pet Zone ออกแบบพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน โดยมีรั้วล้อมรอบแยกโซนใช้งานสำหรับลูกบ้านและสัตว์เลี้ยงของลูกบ้านอย่างชัดเจน
ภายใน Pet Zone มีการจัดเตรียมสนามหญ้า พร้อมเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการสัตว์เลี้ยงให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องพาน้อง ๆ ออกไปใช้ Pet Park ภายนอกโครงการค่ะ
มีลานสนามหญ้ากว้าง ๆ ให้น้องหมาได้วิ่งเล่นปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่ พร้อมติดตั้งโคมไฟให้แสงสว่าง รองรับการใช้งานในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นได้
นอกจากนี้ยังมีม้านั่งสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง อ่างล้างมือ ถังขยะ และจุดทิ้งของเสียของน้อง ๆ จัดเตรียมไว้ให้ใช้งานครบ
ต่อเนื่องไปด้านหลัง จะเป็นพื้นที่ Co-Working ในสวน และสนามเด็กเล่นค่ะ
Co-Working ในสวนได้บรรยากาศร่มรื่นมาก ๆ พร้อมจัดชุดโต๊ะเก้าอี้สนาม รองรับการใช้งานได้ประมาณ 6 คน เหมาะทั้งนั่งทำงานในสวนช่วงเย็น ๆ จัดปาร์ตี้เล็ก ๆ หรือใช้เป็นมุมนั่งพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนบ้าน
ถัดไปจะเป็นสนามเด็กเล่นที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ภายในมีเครื่องเล่นสนามหลายรูปแบบ พร้อมลานสนามหญ้าที่ตกแต่งด้วยพื้นสีสันสดใส ให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกอย่างปลอดภัยค่ะ
บริเวณสนามเด็กเล่นยังมีม้านั่งสำหรับผู้ปกครอง รวมถึงอ่างล้างมือให้เด็ก ๆ ได้ล้างมือก่อนกลับเข้าบ้าน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง
ต่อเนื่องไปอีกโซนของสวน ยังมี Seating Area สำหรับลูกบ้านที่อยากออกมานั่งเล่น นั่งพักผ่อน หรือทำงานแบบเดี่ยวในบรรยากาศสวนช่วงเย็น ๆ ค่ะ
อาคาร Clubhouse ออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น สไตล์ Modern รูปทรงกล่องเรียบเท่ ใช้โทนสี Earth Tone ในการตกแต่งภายนอก ภายในจัด Facilities มาให้ครบ ทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็กและสระผู้ใหญ่, Co-Living Space, Fitness 24 ชม. และห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย-หญิง-Disabled ค่ะ
บรรยากาศด้านหน้า Clubhouse และสระว่ายน้ำถูกโอบล้อมด้วยสวนสวยสไตล์ Tropical ช่วยเพิ่มความร่มรื่น น่าใช้งาน และช่วยพรางสายตาจากพื้นที่ส่วนกลางโซนอื่น ๆ ได้ดีค่ะ
ขึ้นมาบนอาคาร Clubhouse จะเจอกับโถงทางเดินที่เชื่อมต่อไปยัง Facilities โซนต่าง ๆ ภายในอาคาร
ด้านหน้าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ออกแบบเป็นสระแบบ Lap Pool รองรับการว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงจังค่ะ
เดินต่อจากทางเดินเข้ามาจะเป็นสระว่ายน้ำเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ร่ม ทำให้ผู้ปกครองสามารถพาเด็ก ๆ มาใช้งานได้สะดวกตลอดทั้งวัน
สระว่ายน้ำเด็กลึก 60 ซม. ภายในมี Bubble ให้เด็ก ๆ เล่นสนุก และยังอยู่ติดกับ Pool Terrace เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถนั่งดูแลเด็ก ๆ ได้อย่างใกล้ชิด
บริเวณท้ายสระมี Bubble Jet เพิ่มมาให้อีก 1 จุด ลูกบ้านสามารถใช้นั่งแช่ตัว ผ่อนคลายหลัง และคลายความเมื่อยล้าได้ดีค่ะ
ด้านข้างสระเป็น Pool Terrace แบบในร่ม เหมาะสำหรับออกมานั่งพักผ่อน หรือรอระหว่างใช้งานสระว่ายน้ำได้ตลอดทั้งวัน
ติดกับ Pool Terrace จะเป็น Co-Working Space แบบห้องกระจก 180 องศา โดยการเข้าใช้งานจะผ่านระบบ Face Scan เพื่อคัดกรองเฉพาะลูกบ้าน เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยค่ะ
บรรยากาศภายใน Co-Working Space ตกแต่งมาในโทน Warm Tone ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ทั้งจากงาน Lighting โทนสีภายใน และเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน
ภายใน Co-Working Space มีการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้รองรับหลายรูปแบบ ทั้งมุมนั่งทำงาน มุมนั่งรับรองแขก และ Sofa Bed สำหรับเอนตัวอ่านหนังสือ หรือนั่งพักผ่อนชิล ๆ ได้ค่ะ
ถัดออกมาด้านนอกอีกฝั่ง จะเป็นโถงในร่มขนาดใหญ่ โดยโซนนี้เป็นที่ตั้งของห้องน้ำส่วนกลาง ล็อกเกอร์ฝากของ และ Shower สำหรับล้างตัวก่อนลงสระว่ายน้ำ
ห้องน้ำ Disabled มีพื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้าง พร้อมพื้นแบบ Non-Step รองรับลูกบ้านที่ใช้ไม้พยุงหรือ Wheelchair ได้สะดวก นอกจากนี้ยังติดตั้งราวช่วยจับและสุขภัณฑ์มาตรฐานมาให้ครบค่ะ
ภายในห้องน้ำหญิงตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินคุมโทนสีเทา พร้อมจัดฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบ ทั้งอ่างล้างมือ กระจกเงา ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ
ห้องน้ำชายได้การตกแต่งและฟังก์ชันมาตรฐานมาให้ครบเช่นเดียวกัน รองรับการใช้งานของลูกบ้านได้สะดวกค่ะ
ตรงข้ามกับห้องน้ำส่วนกลาง จะเป็นพื้นที่ของห้องนิติบุคคลประจำโครงการค่ะ
ถัดมาใกล้กันจะเป็นบันไดทางขึ้นสู่ Fitness 24 ชม. ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร Clubhouse
ขึ้นมาด้านบนจะเป็นพื้นที่ Fitness 24 ชม. สำหรับลูกบ้านที่ต้องการออกกำลังกายได้ตลอดทั้งวัน โดยทางเข้า-ออก Fitness ใช้ระบบ Face Scan เฉพาะลูกบ้าน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน และเสริมความปลอดภัยให้กับพื้นที่ส่วนกลางโซนนี้ได้มากขึ้นค่ะ
Fitness ของโครงการเป็นห้องขนาดใหญ่ เปิดให้ลูกบ้านใช้งานได้ตลอด 24 ชม.* เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์กลับบ้านดึก หรือชอบออกกำลังกายในช่วงเช้ามืด เพราะสามารถเดินหรือขับรถเข้ามาใช้งานได้สะดวกทุกช่วงเวลา
ภายในแบ่งพื้นที่ออกกำลังกายเป็นสัดส่วน ทั้งโซน Cardio และ Weight Training พร้อมจัดวางเครื่องออกกำลังกายมาตรฐานมาให้ครบ รองรับได้ทั้งสาย Cardio และสาย Free Weight ค่ะ
บริเวณกลางห้องเป็น Active Zone ที่โครงการติดตั้งเครื่อง Music Boxing Machine มาให้ทั้งหมด 2 เครื่อง เพิ่มตัวเลือกการออกกำลังกายให้สนุกและหลากหลายมากขึ้นค่ะ
ด้านขวามือจะรวมเครื่องออกกำลังกายกลุ่ม Cardio และ Machine ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ใช้งานต่อเนื่องได้สะดวก
ภายในโซนนี้มี Machine บริหารกล้ามเนื้อชุดใหญ่, Treadmill และ Exercise Bike จัดเตรียมมาให้อย่างละ 1 เครื่อง
อีกฝั่งจะเป็นห้อง Fitness ขนาดใหญ่กว่า โดยเข้า-ออกผ่าน Auto Door ช่วยลดการสัมผัสและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานค่ะ
จุดเด่นของห้องนี้คือการออกแบบผนังกระจกรอบด้าน เปิดรับมุมมองได้แบบ Panoramic ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่ง โล่ง และสามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวด้านนอกได้เต็มสายตา
ฝั่งด้านหน้าที่มองออกไปเห็นวิวสวนและสระว่ายน้ำ จัดเป็น Cardio Zone โดยมี Treadmill ให้ 2 เครื่อง และ Elliptical ให้ 1 เครื่องค่ะ
อีกฝั่งเป็น Weight Training Zone ที่จัดเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานมาให้ครบ ทั้ง Dumbbell คละน้ำหนัก, Sit-up Bench และมี Treadmill แยกไว้ให้อีก 1 เครื่อง
โครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 มีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ ได้แก่
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2 | แปลนบ้านชั้น 3
แปลนบ้านชั้น 1 | แปลนบ้านชั้น 2 | แปลนบ้านชั้น 3
โครงการ บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 มีบ้านตัวอย่างตกแต่งภายในให้ชม 1 หลัง และบ้านมาตรฐานพร้อมส่งมอบให้ชมอีก 1 หลัง ดังนี้ค่ะ
เริ่มกันที่บ้านตัวอย่างแบบบ้าน ZUELIA ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 ม. บนที่ดินเริ่มต้น 20.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 173.11 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ โดยเป็นแบบบ้าน New Design ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เหมาะกับแต่ละครอบครัว
จุดเด่นของบ้านอยู่ที่พื้นที่ชั้น 1 ซึ่งออกแบบมาให้มีขนาดกว้างเป็นพิเศษในรูปแบบ Open Space เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และส่วนเตรียมอาหารเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง รองรับกิจกรรมของสมาชิกในครอบครัวได้หลากหลาย ทั้งการพักผ่อน การทำงาน หรือการต้อนรับแขกในโอกาสพิเศษ
สำหรับชั้น 2 ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของแบบบ้านนี้ ด้วยแนวคิด Penthouse Townhome ที่ยกพื้นที่ทั้งชั้นให้เป็น Master Bedroom Penthouse แบบเต็มชั้น ได้ความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมมุมมอง Sky View Panorama ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวภายนอกได้อย่างเต็มที่ ให้บรรยากาศคล้ายการพักอาศัยอยู่ในเพนต์เฮาส์กลางเมือง แต่ยังคงได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ภายในบ้านถึง 173 ตร.ม.
ส่วนชั้น 3 จะประกอบด้วยห้องนอนขนาดใหญ่ 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง จุดเด่นคือมีขนาดพื้นที่ที่กว้างกว่าทาวน์โฮมทั่วไป สามารถรองรับการอยู่อาศัยได้ตั้งแต่ช่วงวัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่โดยไม่รู้สึกอึดอัด หรือหากในอนาคตสมาชิกในบ้านมีความต้องการเปลี่ยนแปลง ก็สามารถปรับพื้นที่ให้เป็นห้องทำงาน ห้องพักผ่อน ห้องแต่งตัว ห้องดูหนัง หรือห้องอเนกประสงค์อื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการใช้งานระยะยาวได้เป็นอย่างดี
Facade ของบ้านออกแบบมาในสไตล์ Modern ที่ดูเรียบหรูและทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยเลือกใช้โทนสี Earth Tone อย่างสีเทาเข้ม สีเทาอ่อน และสีน้ำตาล ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่อบอุ่น สบายตา และกลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการออกแบบช่องเปิดและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ในทุกชั้น ทุกห้อง ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาภายในบ้านได้อย่างพอเหมาะ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่ง โล่ง และสว่างตลอดวัน พร้อมเปิดมุมมองออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มที่ สามารถจัดวางมุมนั่งเล่น มุมทำงาน หรือมุมพักผ่อนริมหน้าต่างได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนมากนัก
บริเวณด้านหน้ายังเพิ่มลูกเล่นด้วย Green Balcony ช่วยเติมพื้นที่สีเขียวให้ตัวบ้านดูมีมิติและสร้างความสดชื่นให้กับการอยู่อาศัย ขณะที่ในส่วนของงานโครงสร้างก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว ด้วยการก่อสร้างผนังบ้านด้วยอิฐมวลเบาทั้งหลัง และก่อผนัง Double Wall ระหว่างบ้านแต่ละยูนิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความร้อนและลดเสียงรบกวนจากบ้านข้างเคียง ทำให้ภายในบ้านมีความเป็นส่วนตัวและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
แปลนบ้านชั้น 1 ออกแบบหน้าบ้านกว้างถึง 5.5 ม. รองรับการจอดรถได้ 2 คันแบบสบาย ๆ เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common Area แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อ Living Area, Dining Area และ Pantry เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่งโล่งและใช้งานได้ต่อเนื่อง เหมาะกับการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว
ด้านหลังบ้านเป็นลานซักล้างที่ทางโครงการลงเสาเข็มมาให้เรียบร้อย ช่วยรองรับการต่อเติมในอนาคตได้สะดวก ส่วนทางด้านขวาของตัวบ้านจะเป็นโถงบันได พร้อมห้องเก็บของใต้บันไดสำหรับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ และมีห้องน้ำชั้นล่างที่จัดวางตำแหน่งประตูหันไปทางฝั่งหลังบ้าน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ส่วนรวมภายในบ้านได้เป็นอย่างดีค่ะ
แปลนบ้านชั้น 2 ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของบ้านหลังนี้ ด้วยการออกแบบให้เป็น Penthouse Master Bedroom แบบเต็มพื้นที่ทั้งชั้น มอบความรู้สึกเสมือนอยู่ในห้องพักโรงแรมหรือคอนโดระดับลักชัวรี ภายในสามารถแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างลงตัว ทั้งมุมนั่งเล่น มุมดูหนัง พื้นที่วางเตียงนอน ระเบียงส่วนตัวแบบในร่ม รวมถึง Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำได้อย่างสะดวก
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการติดตั้งช่องแสงกระจกบานใหญ่แบบ Full Height ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ พร้อมเปิดมุมมองภายนอกได้แบบ Panorama ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง และน่าอยู่ตลอดทั้งวันค่ะ
แปลนบ้านชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนรองขนาดใหญ่ 2 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีห้องน้ำในตัว ช่วยเพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในบ้าน สามารถปรับใช้งานได้ทั้งเป็นห้องนอนสำหรับลูก ๆ ห้องรับรองแขก หรือห้องอเนกประสงค์ตามไลฟ์สไตล์
สำหรับห้องนอนฝั่งหน้าบ้านจะมีความพิเศษมากขึ้น ด้วยเพดานสูงถึง 3 ม. ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายให้กับตัวห้อง อีกทั้งยังมีระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ที่สามารถออกมารับลม พักผ่อน หรือชมวิวภายนอกได้
หน้าบ้านกว้าง 5.5 ม. รองรับการจอดรถยนต์ได้ 2 คัน ด้านในมีชายคากันแดดกันฝน พร้อมโคมไฟให้แสงสว่าง จำนวน 2 ดวง
บริเวณหน้าบ้านมีการเตรียมงานระบบพื้นฐานมาให้พร้อมใช้งาน ทั้งปลั๊กไฟสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก หรือรองรับการติดตั้ง IP Camera เพิ่มเติมในอนาคต ก๊อกน้ำสำหรับต่อสายยางล้างรถ รดน้ำต้นไม้ หรือทำความสะอาดพื้นที่รอบบ้านได้อย่างสะดวก รวมถึงมีท่อสำหรับฉีดน้ำยาปลวกติดตั้งมาให้ ช่วยให้การดูแลรักษาและป้องกันปลวกในระยะยาวทำได้ง่ายขึ้น ลดความยุ่งยากในการเดินระบบเพิ่มเติมภายหลัง
สำหรับบ้านแปลงมุมจะได้พื้นที่ข้างบ้านเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่าบ้านมาตรฐาน สามารถจัดเป็นสวนส่วนตัวเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ทำเป็นลานวิ่งเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ หรือจะจัดเป็นมุมนั่งเล่น Outdoor สำหรับพักผ่อนและสังสรรค์กับครอบครัวก็ได้เช่นกัน
ประตูทางเข้าหลักเลือกใช้ประตูคุณภาพจากแบรนด์ Tostem บานประตูอะลูมิเนียมสี Autumn Brown ที่ให้ทั้งความแข็งแรงและความสวยงามทันสมัย ภายในบานมีการออกแบบช่องแสงแนวตั้ง ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่โถงทางเข้า พร้อมเพิ่มมุมมองสำหรับสังเกตความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านได้อย่างสะดวก
ด้านระบบความปลอดภัยติดตั้ง Digital Door Lock มาให้พร้อมใช้งาน รองรับการเข้า-ออกได้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ การกดรหัสผ่าน, สแกนลายนิ้วมือ, แตะ Keycard, ควบคุมผ่าน Application บน Smart Phone และการใช้กุญแจสำรองในกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อแบตเตอรี่หมด ช่วยเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและความอุ่นใจในการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน
เปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน จะเจอกับพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ที่ออกแบบในรูปแบบ Open Space เชื่อมต่อพื้นที่ Living Area, Dining Area และ Kitchen เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่ง โล่ง และสามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการรวมตัวของสมาชิกในครอบครัวได้อย่างสะดวกสบาย
ในส่วนของบ้านมาตรฐาน พื้นชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. ช่วยให้ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ช่วยเพิ่มความสว่างและความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่ภายในบ้าน พร้อมติดตั้งโคมไฟ Downlight หลอด LED มาให้ทั้งหลัง ช่วยกระจายแสงได้อย่างทั่วถึง ให้บรรยากาศสว่างสบายตาและประหยัดพลังงานในระยะยาว
โซนแรกของบ้านถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตร่วมกันภายในครอบครัว ด้วยพื้นที่ที่มีความกว้างและโปร่งโล่ง ทำให้สามารถจัดวางโซฟาขนาด 4-6 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้อย่างสบาย ๆ เหลือพื้นที่สำหรับการเดินเข้า-ออกได้สะดวก ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ในวันที่มีสมาชิกในครอบครัวหรือแขกมาเยี่ยมเยียนพร้อมกันหลายคน
ผนังฝั่งตรงข้ามถูกเว้นพื้นที่ไว้เป็นแนวยาว เหมาะสำหรับติดตั้ง Smart TV จอใหญ่ เพื่อรองรับการดูหนัง ดูซีรีส์ หรือกิจกรรมพักผ่อนร่วมกันในช่วงเวลาหลังเลิกงาน นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดด้วยการ Built-in ชั้นวางทีวี ตู้โชว์ หรือพื้นที่จัดเก็บของเพิ่มเติมได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว ช่วยให้มุมนั่งเล่นดูเป็นระเบียบและใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ระยะนั่งดูทีวีกำลังสบาย รองรับ Smart TV ขนาดประมาณ 55-70 นิ้ว ได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องระยะสายตา และยังเหลือพื้นที่ตรงกลางสำหรับเดินเข้า-ออกบ้านได้สะดวก ไม่รู้สึกแน่นหรืออึดอัดระหว่างใช้งาน
ถัดเข้ามาจะเป็นมุมทานอาหารและครัวที่เชื่อมต่อกันแบบ Open Plan ใช้งานได้สะดวก โดยบ้านตัวอย่างมีการต่อเติมขยายพื้นที่ครัวออกไปเต็มพื้นที่ลานซักล้างด้านหลัง ทำให้ได้พื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ สามารถเพิ่มเคาน์เตอร์ครัว ตู้เก็บของ หรือพื้นที่เตรียมอาหารได้มากขึ้น ส่วนบ้านมาตรฐานจะยังคงมีลานซักล้างด้านหลังแยกไว้ให้ใช้งานตามปกติค่ะ
มุมทานอาหารสามารถวางชุดโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่แบบ 6-8 ที่นั่งได้
สำหรับบ้านแปลงมุมจะได้ช่องเปิดเพิ่มบริเวณด้านข้างบ้าน เป็นประตูกระจกเขียวตัดแสงกรอบ UPVC สีเทาเข้มจำนวน 2 บาน ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสู่พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ส่วนกลางได้มากขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่าง โปร่ง และน่าใช้งานตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟในช่วงเวลากลางวันมากนัก
นอกจากเรื่องแสงสว่างแล้ว ประตูกระจกทั้ง 2 บานยังช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้านกับสวนข้างบ้านได้อย่างลงตัว สามารถเปิดรับลม เปิดมุมมองสีเขียวจากภายนอก หรือเปิดม่านรับวิวสวนระหว่างนั่งทานอาหารและพักผ่อนกับครอบครัวได้ ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยดูผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของบ้านแปลงมุมที่ช่วยเพิ่มทั้งมุมมองและความโปร่งโล่งให้กับตัวบ้านได้อย่างชัดเจนค่ะ
ต่อเนื่องไปด้านหลังสุดของบ้าน จะเป็นพื้นที่ลานซักล้างที่บ้านตัวอย่างมีการต่อเติมปิดล้อมเพิ่มเติมจนกลายเป็นพื้นที่ใช้งานภายในบ้านอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้สามารถนำมาปรับฟังก์ชันได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว
จุดที่น่าสนใจคือสามารถติดตั้ง Skylight เพิ่มบริเวณหลังคา เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาเติมความสว่างให้พื้นที่นี้ในช่วงกลางวันได้ โดยไม่ทำให้บรรยากาศภายในดูอึดอัด
เหมาะสำหรับจัดเป็นมุมนั่งเล่นสบาย ๆ อีกหนึ่งมุมของบ้าน หรือจะปรับเป็น Mini Bar, Coffee Station หรือมุมเตรียมเครื่องดื่มสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันก็ลงตัว ช่วยเพิ่มสีสันและลูกเล่นให้กับพื้นที่ส่วนกลางของบ้านได้มากขึ้นค่ะ
ติดกับมุมทานอาหาร ทางโครงการได้ตกแต่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นครัวฝรั่งภายในบ้านให้ดูเป็นไอเดียการใช้งาน โดยเลือกทำเคาน์เตอร์ครัวแบบ Built-in เข้ามุม ช่วยใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า พร้อมมีพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
ด้านหน้าครัวเสริมด้วย Island ขนาดกำลังพอดี ใช้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร ชงเครื่องดื่ม หรือวางอาหารระหว่างมื้อได้สะดวก นอกจากนี้ยังสามารถจัดวางเก้าอี้เพิ่มเป็นมุมนั่งจิบกาแฟหรือรับประทานอาหารแบบง่าย ๆ ได้อีกด้วย ทำให้พื้นที่ครัวและมุมทานอาหารเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวยุคใหม่ค่ะ
ระยะใช้งานตรงกลาง สามารถยืนเตรียมอาหาร ทำอาหาร-ทำขนม ล้างจาน เปิดตู้เย็นพร้อม ๆ กัน 2-3 คนได้สบาย ๆ ค่ะ
ถัดจากพื้นที่ครัวจะเป็นห้องน้ำสำหรับใช้งานบนชั้น 1 ซึ่งจัดตำแหน่งไว้ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้สะดวกทั้งสำหรับสมาชิกในบ้านและแขกที่มาเยี่ยม โดยไม่ต้องเดินเข้าไปยังพื้นที่ส่วนตัวด้านในบ้าน
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือบริเวณเหนือวงกบประตูห้องน้ำ มีการเตรียมปลั๊กไฟมาให้ 1 จุด สามารถนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Home Automation, ติดตั้ง Wi-Fi Router หรือ IP Camera ได้ตามความต้องการ ช่วยให้ต่อยอดการใช้งานภายในบ้านได้สะดวกมากขึ้นค่ะ
ห้องน้ำชั้นล่างได้พื้นที่มากว้างกำลังพอดี ได้ฟังก์ชันครบทั้งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำ พร้อมตกแต่งกระเบื้องพื้นและผนังแผ่นใหญ่ลายหินสีเทา ดูเรียบหรู น่าใช้งาน และใช้สุขภัณฑ์มาตรฐานจากแบรนด์ Kohler ทั้งห้องค่ะ
ติดตั้งอ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยมก้นลึกแบบแขวนผนัง พร้อมราวแขวนผ้าเช็ดมือด้านล่าง ใช้งานได้สะดวก ก๊อกน้ำเป็นแบบก้านโยกโครเมียม ช่วยให้เปิด-ปิดน้ำได้ง่ายแม้ในขณะที่มือเปียก
ด้านหลังอ่างมี Low-Wall สำหรับวางของใช้ประจำวัน พร้อมกระจกเงา 1 บาน ส่วนผนังด้านข้างติดตั้งราวแขวนผ้าสเตนเลสมาให้เรียบร้อย ใต้อ่างยังเหลือพื้นที่สำหรับวางถังขยะ ชั้นวางของขนาดเล็ก หรือเพิ่มต้นไม้ฟอกอากาศเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูสดชื่นมากขึ้น
อีกฝั่งติดตั้งโถสุขภัณฑ์ 2 Piece ระบบ Single Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งานครบชุด
ส่วนพื้นที่อาบน้ำอยู่บริเวณด้านในสุด ได้ขนาดมาใช้งานกำลังสบาย ไม่อึดอัด และมีการติดตั้ง Shower Screen กระจกบานเลื่อนแยกโซนเปียก-แห้งมาให้เรียบร้อย ช่วยลดปัญหาน้ำกระเด็นออกมารบกวนพื้นที่ส่วนอื่นของห้องน้ำ
ภายในติดตั้งชุดฝักบัว Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก ใช้งานสะดวก และยังมีการเจาะผนังเป็นช่อง Niche สำหรับวางสบู่ แชมพู และของใช้ในห้องน้ำมาให้อีก 2 ชั้น ช่วยให้หยิบใช้งานได้ง่ายและดูเป็นระเบียบมากขึ้นค่ะ
บันไดทางขึ้นชั้น 2-3 จะตั้งอยู่ทางด้านหน้าบ้าน
ด้านหน้าจะมีห้องเก็บของใต้บันไดให้ 1 ห้อง
บันไดภายในบ้านเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก แข็งแรงและมั่นคง ลูกนอนกรุด้วยไม้ยางพาราประสานสีอ่อน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับบรรยากาศภายในบ้าน พร้อมให้ความรู้สึกแน่นหนาเวลาเดินขึ้น-ลง ไม่เกิดเสียงรบกวนระหว่างการใช้งาน
บริเวณผนังติดตั้งราวจับต่อเนื่องตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้นบน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ส่วนบริเวณชานพักมีการติดตั้งช่องแสงกระจกบานฟิกซ์มาให้ 1 บาน ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาเติมความสว่างให้โถงบันไดในช่วงกลางวัน ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ดูโปร่งและไม่ทึบจนเกินไปค่ะ
ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของ Penthouse Master Bedroom ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของแบบบ้านนี้ ด้วยการยกพื้นที่ทั้งชั้นให้เป็นห้องนอนหลักเพียงห้องเดียว ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แยกออกจากพื้นที่พักอาศัยของสมาชิกคนอื่นอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่
ในส่วนของพื้นชั้น 2 และชั้น 3 จะปูด้วยลามิเนตลายไม้สีอ่อน หนา 8 มม. ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้บรรยากาศภายในบ้าน และให้ความรู้สึกสบายเท้า เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่พักผ่อนและห้องนอนเป็นอย่างดีค่ะ
เข้ามาภายใน Penthouse Master Bedroom จะเป็นห้องนอนหน้ากว้างที่ได้พื้นที่ตั้งแต่หน้าบ้านไปจนสุดด้านหลังบ้าน ภายในมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถแบ่งโซนพักผ่อน สำหรับวางเตียงนอน โซฟานั่งเอนดูหนัง Walk-in Closet เชื่อมห้องน้ำในตัว และมีระเบียงจัดสวนให้ทางฝั่งหน้าบ้านได้ด้วยค่ะ
โซนด้านหน้าห้องจะเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนและพื้นที่สำหรับวางเตียงนอน
ภายในห้องมีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ ทำให้สามารถติด Smart TV จอใหญ่ จัดวางโซฟา Love Seat พร้อมโต๊ะกลางด้านหน้า เพื่อใช้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือพักผ่อนดูทีวีภายในห้องนอนได้อย่างสบาย ช่วยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ห้องนอนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนอนพักผ่อนเท่านั้น
สำหรับคนที่ชอบดูหนังหรือดูซีรีส์เป็นประจำ ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโซฟาแบบ L-Shape หรือโซฟาเบดขนาดใหญ่ได้เช่นกัน โดยยังเหลือพื้นที่ใช้งานรอบ ๆ ให้เดินใช้งานได้สะดวก ทำให้ห้องนี้รองรับการพักผ่อนในหลากหลายรูปแบบได้อย่างลงตัว
ตรงไปด้านหน้าสุดของห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางเตียงนอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Penthouse Master Bedroom ห้องนี้ เพราะได้หน้าต่างกระจกเขียวตัดแสงแบบ Full Height ขนาดใหญ่ตลอดแนวผนังฝั่งหน้าบ้าน ช่วยเปิดรับมุมมองภายนอกได้แบบ Panorama ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง โล่ง และกว้างกว่าที่เห็นจากขนาดพื้นที่จริง
ในช่วงกลางวัน หน้าต่างชุดนี้ยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้อย่างเต็มที่ ลดความอึดอัดของพื้นที่ภายใน และยังมีบานเปิดขนาดเล็กสำหรับรับลมธรรมชาติ ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปิดหน้าต่างรับลมในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นค่ะ
พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดกว้าง รองรับการจัดวางเตียงนอนขนาด King Size ได้ รือใครที่ชอบเฟอร์นิเจอร์ Built-in และเตียงนอนแบบ Custom ขนาดใหญ่เป็นพิเศษก็สามารถออกแบบเพิ่มเติมได้ตามต้องการ โดยยังเหลือพื้นที่รอบเตียงสำหรับจัดวางโต๊ะข้างเตียง เก้าอี้พักผ่อน หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ได้อย่างลงตัวค่ะ
ปลายเตียงนอนจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่ใช้เปิดเชื่อมกับระเบียงส่วนตัวที่ภายนอก
ระเบียงของห้องมีขนาดกำลังพอดี และได้ข้อดีตรงที่อยู่ใต้ชายคา ทำให้สามารถออกมาใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดหรือฝนมากนัก พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินผิว Matt ขนาด 60 x 60 ซม. ดูแลรักษาง่ายและช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูเรียบร้อยสวยงาม
พื้นที่ระเบียงรองรับการตกแต่งเพิ่มเติมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะจัดวางไม้กระถางเพื่อเพิ่มความ Greenery และสร้างมุมมองสีเขียวจากภายในห้อง หรือจะจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อนเล็ก ๆ ด้วยชุดโต๊ะน้ำชาและเก้าอี้ 1 ที่นั่ง สำหรับนั่งรับลม อ่านหนังสือ หรือจิบกาแฟในช่วงเช้าก็ทำได้สบาย ๆ
บรรยากาศภาพรวมภายใน Penthouse Master Bedroom
ฝั่งด้านหลังของห้องเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวได้สะดวก และมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนติดมาให้อีก 1 บาน ทำให้พื้นที่ส่วนนั้นมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อการใช้งาน
พื้นที่ส่วนนี้มีขนาดค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งตู้เสื้อผ้าแบบเข้ามุมขนาดใหญ่สำหรับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ และโต๊ะเครื่องแป้งตัวยาวที่รองรับการใช้งานได้ถึง 2 ที่นั่งแบบสบาย ๆ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเดินใช้งานรอบ ๆ ได้สะดวก ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ
ด้านหน้านี้ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเพิ่ม Island Accessories หรือโต๊ะจัดเก็บเครื่องประดับ กระเป๋า และนาฬิกา ช่วยให้การจัดเก็บของใช้ส่วนตัวเป็นระเบียบและใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้นค่ะ
ห้องน้ำภายใน Penthouse Master Bedroom ได้รับการออกแบบให้ดูพรีเมียมขึ้นจากห้องน้ำชั้นล่าง โดยปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาเข้ม ขนาด 60 x 60 ซม. ส่วนผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีเทา ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบหรูและทันสมัยมากขึ้น
ภายในมีการจัดแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำแยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ช่วยให้ใช้งานสะดวกและดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ขณะที่สุขภัณฑ์ต่าง ๆ ภายในห้องน้ำก็มีการอัปเกรดสเปกขึ้นมา และเลือกใช้สินค้าจาก Kohler แบรนด์ชั้นนำที่ให้ทั้งความสวยงามและมาตรฐานการใช้งานที่ดีในระยะยาวค่ะ
ขวามือเป็นส่วนแห้ง ติดตั้งเคาน์เตอร์อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ให้ในระยะใช้งานสบาย ๆ
จุดเด่นอีกอย่างของห้องน้ำนี้คือได้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบหน้าท็อปยาวเต็มแนวผนัง ทำให้มีพื้นที่ใช้งานค่อนข้างเยอะ สามารถวางของใช้ประจำวัน สกินแคร์ เครื่องสำอาง หรืออุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ไม่พอใช้งาน
ส่วนผนังด้านหลังติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่เต็มพื้นที่ ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้ห้องน้ำดูใหญ่ขึ้น และยังใช้งานได้สะดวกสำหรับการแต่งตัวหรือเตรียมตัวในช่วงเช้าของทุกวันค่ะ
ตัวอ่างล้างหน้าเลือกใช้เป็นอ่างทรงเหลี่ยมขอบมนแบบฝังบนเคาน์เตอร์ ดูทันสมัยและทำความสะอาดได้ง่าย มาพร้อมก๊อกน้ำโครเมียมแบบก้านโยกที่ใช้งานสะดวก ช่วยให้เปิด-ปิดน้ำได้ง่ายแม้ในขณะที่มือเปียก
ส่วนพื้นที่ใต้เคาน์เตอร์ออกแบบเป็นแบบเปิด ทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่น สามารถวางถังขยะ ชั้นเก็บของขนาดเล็ก หรืออุปกรณ์ใช้ประจำวันต่าง ๆ ได้สะดวก หรือหากต้องการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในอนาคต ก็สามารถ Built-in ตู้เก็บของเต็มพื้นที่ด้านล่างเพิ่มเติมได้เช่นกัน
โถสุขภัณฑ์ได้เป็นแบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระและที่แขวนกะดาษทิชชูครบเซ็ตเลย
ส่วนด้านซ้ายของห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ส่วนแห้งค่ะ ตรงนี้จะได้ Shower Screen ประตูบานสวิง มือจับสแตนเลสตัว C ที่สามารถแขวนผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดมือเพิ่มได้ และภายในส่วนอาบน้ำจะได้หน้าต่างกระจกฝ้าบานเปิดมาด้วย 1 ชุดค่ะ
ภายในได้พื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถยืนอาบน้ำ ขัดผิวได้สบาย ๆ
ภายในติดตั้งฝับัว Hand Shower พร้อมราวปรับระดับสูง-ต่ำ ก๊อกน้ำแบบก้านโยก ผนังด้านข้างมี Junction Box รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้อย่างปลอดภัย และอีกฝั่งจะมีการเจาะผนังทำชั้นวางของให้อีก 2 ชั้น แบบนี้ค่ะ
ขึ้นไปที่ชั้น 3 ที่ตั้งของห้องนอนรองขนาดใหญ่อีก 2 ห้อง จากชั้น 2 ขึ้นไป จะเปลี่ยนจากราวติดผนังเป็นราวระแนงเหล็กสำเร็จรูปสีดำ มือจับชนิดเดียวกับลูกนอน
บริเวณชานพักชั้น 2 มีการติดตั้งหน้าต่างกระจกทรงสูงมาให้ 1 บาน ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสู่โถงบันไดและพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศตลอดแนวทางเดินดูโปร่งและสว่างมากขึ้น
ชั้น 3 จะมีทั้งหมด 2 ห้องนอนรองขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้องค่ะ
เข้ามาที่ห้องนอน 2 ฝั่งหน้าบ้านกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะมีความพิเศษตรงที่ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. พร้อมระเบียงส่วนตัวสำหรับจัดสวนและทำเป็นมุมพักผ่อนได้
ซ้ายมือแบ่งพื้นที่ทำเป็นมุมนั่งเล่นข้างเตียงนอน ติดกันวางเตียงนอน Queen Size และโต๊ะหัวเตียงเล็ก ๆ มาให้ดูระยะใช้งาน
พื้นที่ภายในห้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งานค่อนข้างสูง นอกจากการจัดเป็นห้องนอนตามแบบบ้านแล้ว ยังสามารถปรับเป็นมุมทำการบ้าน มุมอ่านหนังสือ หรือมุมทำงานสำหรับเด็ก ๆ ได้เช่นกัน ทำให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัวได้ในระยะยาว
สำหรับครอบครัวที่มีลูกวัยใกล้เคียงกัน 2 คน พื้นที่ภายในห้องก็สามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุต จำนวน 2 เตียงคู่กันได้สบาย ๆ พร้อมยังเหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะเขียนหนังสือและตู้เสื้อผ้า ทำให้ใช้งานเป็นห้องนอนสำหรับพี่น้องได้อย่างลงตัวค่ะ
ข้างเตียงนอนได้หน้าต่างกระจกบานผสมแบบ Full Height มา 1 บาน ช่วยให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบายมากขึ้น
พื้นที่ปลายเตียงนอนและหน้าห้องน้ำ สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นวางทีวีตัวยาว และตู้เสื้อผ้าได้แบบนี้ค่ะ
ด้านนี้จะเป็นทางออกไประเบียง แยกพื้นที่ไว้ด้วยประตูกระจกบานเปิด กรอบ UPVC สีเทาดำ
ด้านนอกเป็นระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ ติดราวกันตกมาให้รอบด้าน พื้นที่ใช้งานสามารถจัดสวนกระถางขนาดใหญ่ หรือวางเป็นชุดโต๊ะน้ำชาแบบ 1-2 ที่นั่ง ไว้ออกมานั่งเล่นรับลมชมวิวได้สบาย ๆ
ภายในห้องนอน 2 จะได้ห้องน้ำในตัวมาพร้อมใช้งาน
ห้องน้ำของห้องนอนนี้ได้หน้ากว้างมาใช้งานค่อนข้างสะดวก ภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีเทาและสีเทาเข้ม ช่วยให้บรรยากาศดูเรียบหรูและดูแลรักษาง่าย มีการแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ใช้งานได้สะดวกและช่วยลดปัญหาพื้นเปียกภายในห้องน้ำ
ภาพรวมส่วนแห้งมีระยะใช้งานสบาย ๆ สุขภัณฑ์เลือกใช้เป็นแบรนด์ Kohler เช่นเดียวกับห้องน้ำอื่น ๆ ภายในบ้าน และด้านหลังจะมี Low-Wall ให้วางของใช้จุกจิกได้เยอะ
ได้อ่างล้างมือแบบแขวนผนัง พร้อมราวแขวนของใต้อ่าง ก๊อกน้ำแบบโครเมียมก้านโยก และกระจกเงาทรงสูงที่ด้านหลัง 1 บานค่ะ
ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ 2 Piece ระบบ Single Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุดพร้อมใช้งาน
ส่วนอาบน้ำติดตั้ง Shower Box ประตูบานสวิง มือจับสแตนเลสตัว C แขวนผ้าเช็ดตัวได้ ภายในได้พื้นที่กว้างกำลังดี พร้อมติดฝักบัว ชั้นวางของ และ Junction Box ให้ครบค่ะ
บรรยากาศภาพรวมภายในห้องนอน 2 ทางฝั่งหน้าบ้าน
ห้องนอน 3 ได้พื้นที่ใช้งานมาค่อนข้างกว้าง ไม่ต่างจากห้องนอน 2 มากนัก ทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการของแต่ละครอบครัว จะใช้เป็นห้องนอนรองสำหรับลูก ๆ หรือแขกที่มาเยี่ยมบ้านก็ได้อย่างสบาย
นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นห้องอเนกประสงค์อื่น ๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานส่วนตัว ห้องดูหนัง ห้องเล่นเกม ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องสำหรับทำงานอดิเรกต่าง ๆ โดยยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว และรองรับการใช้งานในระยะยาวได้ดีค่ะ
บ้านตัวอย่างตกแต่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องดูหนังขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นไอเดียการใช้งานอีกหนึ่งรูปแบบ โดยเลือกจัดวางโซฟาแบบ L-Shape ขนาด 4 ที่นั่ง ทำให้สามารถนั่งดูหนัง ดูซีรีส์ หรือใช้เป็นมุมพักผ่อนร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้อย่างสบาย
ด้วยขนาดห้องที่ค่อนข้างกว้าง จึงรองรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ได้ไม่ยาก และยังเหลือพื้นที่สำหรับติดตั้ง Smart TV จอใหญ่ ชั้นวางของ หรือชุดเครื่องเสียงเพิ่มเติมได้ตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านค่ะ
ด้านข้างกันมีพื้นที่เหลือไว้สำหรับวางโต๊ะวางของ หรือเคาน์เตอร์บาร์สำหรับวาง Snack และเครื่องดื่มทานเล่นได้ค่ะ
ห้องน้ำตกแต่งภายในมารูปแบบเดียวกันกับห้องน้ำในห้องนอน 2 ใช้สุขภัณฑ์มาตรจากแบรนด์ Kohler และมีการแบ่งส่วนแห้ง แยกส่วนอาบน้ำ พร้อมติดตั้งหน้าต่างระบายอากาศมาให้ครบค่ะ
เข้ามาจะเจอกับส่วนแห้งก่อน พร้อม Low-Wall แนวยาวสำหรับวางของ
ได้อ่างล้างมือแขวนผนัง พร้อมราวแขวนของใต้อ่างและก๊อกน้ำก้านโยก และกระจกเงาทรงสูง 1 บาน

ติดกันได้โถสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุดเหมือนกันกับห้องก่อนหน้าค่ะ
ตรงข้ามกับส่วนอ่างล้างหน้าจะเป็นพื้นที่อาบน้ำที่จัดวางอยู่บริเวณมุมห้อง โดยติดตั้ง Shower Box ประตูกระจกบานสวิงมาให้เรียบร้อย พร้อมมือจับสเตนเลสทรงตัว C ที่สามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ในตัว
ภายในส่วนอาบน้ำได้พื้นที่มาค่อนข้างกำลังดี ยืนอาบน้ำได้สบาย ไม่อึดอัด พร้อมติดตั้งชุดฝักบัว ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ และ Junction Box มาให้ครบ สามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินระบบใหม่ค่ะ
มาต่อกันที่แบบบ้านเริ่มต้นของโครงการ คือ แบบบ้าน EDNA ทาวน์โฮม 3 ชั้นดีไซน์ใหม่ ที่ดินบ้านเริ่มต้น 17 ตร.ว. พร้อมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 134.90 ตร.ม. ฟังก์ชันครบสำหรับการอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน
Facade ภายนอกสไตล์ Modern เรียบหรู ทันสมัย แต่เพิ่มความอบอุ่นด้วยการเลือกใช้โทนสี Earth Tone และการออกแบบระเบียงสำหรับ Pocket Garden บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ช่วยเติมพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้าน พร้อมสร้างมิติให้ Facade ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ภายในบ้านให้ความสำคัญกับเรื่องของแสงธรรมชาติและความโปร่งสบายเป็นพิเศษ โดยโถงบันไดทุกชั้นจะมีช่องแสงช่วยดึงแสงเข้าสู่ภายใน ลดความอับทึบระหว่างวัน ขณะที่ห้องนอนทุกห้องก็ออกแบบให้มีหน้าต่างขนาดใหญ่กว่าปกติ ช่วยเปิดรับแสงและลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่าง โล่ง และน่าอยู่ตลอดทั้งวัน
ในส่วนของวัสดุและงานก่อสร้าง ยังคงได้มาตรฐานเดียวกับแบบบ้าน ZUELIA โดยผนังระหว่างบ้านก่ออิฐหนา 2 ชั้น ช่วยลดเสียงรบกวนจากบ้านข้างเคียง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้านก็ลงเสาเข็มลึกเทียบเท่าโครงสร้างหลักของตัวบ้าน รองรับการต่อเติมในอนาคตได้อย่างมั่นใจ ลดปัญหาพื้นทรุดหรือโครงสร้างแยกตัวในระยะยาว
สำหรับจุดเด่นสำคัญของแบบบ้าน EDNA จะอยู่ที่การจัดวาง Penthouse Master Bedroom บนชั้น 3 แบบเต็มพื้นที่ทั้งชั้น มอบความรู้สึกเป็นส่วนตัวและโปร่งสบายไม่ต่างจากการพักอาศัยในคอนโด Low-Rise ระดับพรีเมียม สามารถจัดสรรพื้นที่ใช้งานได้อย่างอิสระ ทั้งมุมนั่งเล่น พื้นที่พักผ่อน หรือมุมทำงานส่วนตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้านมากเป็นพิเศษค่ะ
หน้าบ้านจริงติดตั้งประตูรั้วระแนงเหล็กสีดำแบบบานพับ 2 ตอน 2 ฝั่ง กำแพงบ้านเป็นรั้วทึบทาสีดำและมีติดรั้วโปร่งให้บางส่วน เพื่อไม่ให้หน้าบ้านดูอึดอัดจนเกินไป
ที่ประตูรั้วจะติดตั้งกล่องจดหมายรูปแบบใหม่ ที่มีป้ายเลขที่บ้านและช่องใส่จดหมายขนาดใหญ่ และที่กำแพงหน้าบ้านจะได้กริ่งไร้สายด้วย 1 จุดค่ะ
แปลนบ้านชั้น 1 ออกแบบหน้าบ้านกว้าง 5 ม. รองรับการจอดรถได้ 2 คัน เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common Area แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อ Living Area, Dining Area และ Pantry เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว
ด้านหลังบ้านจัดเป็นลานซักล้าง พร้อมลงเสาเข็มรองรับการต่อเติมมาให้เรียบร้อย ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับการขยายพื้นที่ใช้งานในอนาคต ส่วนอีกฝั่งของบ้านจะเป็นโถงบันได พร้อมห้องเก็บของใต้บันไดสำหรับจัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ และมีห้องน้ำชั้นล่างแบบ Powder Room จัดวางไว้ทางด้านหลังของตัวบ้าน ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ
แปลนบ้านชั้น 2 ประกอบด้วยห้องนอนรองจำนวน 2 ห้อง โดยทั้งสองห้องมีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกัน สามารถเลือกใช้งานเป็นห้องนอนสำหรับลูก ๆ ห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์ได้ตามความต้องการ จุดเด่นคือการออกแบบให้มีช่องแสงขนาดใหญ่ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายตลอดวัน
สำหรับห้องนอนฝั่งหน้าบ้านจะได้รับฟังก์ชันระเบียงส่วนตัวเพิ่มเติม สามารถเปิดออกไปรับลมหรือใช้เป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ได้ ขณะที่ห้องน้ำสำหรับใช้งานร่วมกันจะจัดวางอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน ทำให้แต่ละพื้นที่มีสัดส่วนการใช้งานที่ลงตัวค่ะ
แปลนบ้านชั้น 3 ถือเป็นไฮไลต์ของแบบบ้าน ด้วยการออกแบบให้เป็น Penthouse Master Bedroom ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ทั้งชั้น มอบความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ ภายในสามารถจัดฟังก์ชันได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่วางเตียงนอน มุมนั่งเล่นภายในห้อง หรือมุมทำงานส่วนตัว
นอกจากนี้ยังมี Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวได้อย่างสะดวก พร้อมระเบียงส่วนตัวบริเวณหน้าบ้าน และช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง เพิ่มความโปร่งโล่งและเปิดรับวิวภายนอกได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวันค่ะ
พื้นที่จอดรถด้านหน้าเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กแบบ Slab on Ground รองรับการจอดรถยนต์ได้ 2 คัน ภายในชายคาติดตั้งโคมไฟ LED มาให้จำนวน 2 ดวง ช่วยเพิ่มความสว่างสำหรับการใช้งานในช่วงเวลากลางคืน และทำให้บริเวณหน้าบ้านดูปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ส่วนประตูทางเข้าหลักเลือกใช้ประตูกระจกเขียวตัดแสง กรอบ UPVC สีเทาดำ ดีไซน์ทันสมัย เข้ากับโทนสีของตัวบ้าน เป็นประตูบานเลื่อน 1 ฝั่ง ช่วยประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิด พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock มาให้จากโครงการ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเข้า-ออกบ้านในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีค่ะ
บริเวณหน้าบ้านมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันมาให้ครบ โดยติดตั้งปลั๊กไฟภายนอกอาคารจำนวน 2 จุด ทั้งในตำแหน่งด้านบนและด้านล่าง รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง หรือไฟตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคต
ส่วนอีกฝั่งจะติดตั้งก๊อกน้ำมาให้เรียบร้อย สามารถต่อสายยางเพื่อใช้ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ หรือทำความสะอาดพื้นบริเวณหน้าบ้านได้อย่างสะดวก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดูแลพื้นที่รอบบ้านมากยิ่งขึ้น
เข้ามาภายในบ้านชั้น 1 จะพบกับพื้นที่ Common Area แบบ Open Plan รูปตัว L ที่เชื่อมต่อมุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร และ Pantry เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พื้นชั้นล่างปูแกรนิตโต้สีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งโคมไฟ Downlight หลอด LED มาให้ทั้งหลังค่ะ
บริเวณฝั่งซ้ายของบ้านจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นและมุมรับประทานอาหาร สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง ควบคู่กับโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง ได้อย่างพอดี เหลือพื้นที่สัญจรใช้งานได้สะดวก
ฝั่งตรงข้ามเป็นผนังแนวยาวสำหรับจัดวางชั้นวางทีวี หรือเลือกติดตั้ง Smart TV ขนาดประมาณ 55-70 นิ้ว ได้สบาย ๆ โดยมีการเตรียมระบบไฟฟ้าไว้ให้พร้อมต่อใช้งานเรียบร้อยค่ะ
ใต้บันไดมีห้องเก็บของมาให้ 1 ห้อง ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ภายในบ้าน ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบและใช้งานพื้นที่ได้คุ้มค่ามากขึ้น
ระยะใช้งานภายในพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์และใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัว
ถัดเข้ามาอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่ Pantry และห้องน้ำชั้นล่าง โดยทางโครงการเตรียมงานระบบน้ำและระบบไฟมาให้พร้อม สามารถต่อเติมเคาน์เตอร์ครัว ติดตั้ง Sink หรือ Hob & Hood เพิ่มเติมได้ตามความต้องการ
และบริเวณ Pantry มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนติดตั้งมาให้ 1 บาน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศภายในบ้านได้ดีขึ้น
ทางเข้าห้องน้ำชั้นล่างมีการลดระดับพื้นลงเล็กน้อย เพื่อแยกพื้นที่ใช้งานให้ชัดเจนและช่วยป้องกันน้ำไหลออกสู่ภายนอกค่ะ
ห้องน้ำชั้นล่างออกแบบเป็น Powder Room หรือห้องน้ำแบบส่วนแห้ง ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีเทาเข้ม-อ่อน พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์มาตรฐานจาก Kohler มาให้ครบพร้อมใช้งาน
ตำแหน่งการจัดวางอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มีระยะใช้งานกำลังดี ทำให้ใช้งานได้สะดวกในชีวิตประจำวันค่ะ
ออกมาที่ลานซักล้างหลังบ้าน ทางโครงการลงเสาเข็ม พร้อมเทพื้นคอนกรีตปาดเรียบ และก่อกำแพงรอบด้านมาให้เรียบร้อย รองรับการใช้งานและการต่อเติมในอนาคตได้สะดวกมากขึ้น
บริเวณนี้มีการเตรียมงานระบบน้ำ ระบบไฟ รวมถึงติดตั้งปั๊มน้ำ ถังสำรองน้ำ และงานสุขาภิบาลต่าง ๆ มาให้ครบ พร้อมใช้งานและต่อเติมเพิ่มเติมได้ทันทีค่ะ
จากลานซักล้างมองย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน จะเห็นการจัดวางพื้นที่ส่วนกลางแบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันเข้าหากันได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
บันไดบ้านเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกนอนไม้ยางพาราประสาน ติดตั้งราวจับและราวกันตกต่อเนื่องไปจนถึงชั้น 3 พร้อมมีช่องแสงธรรมชาติช่วยเพิ่มความสว่างให้บริเวณโถงบันไดในแต่ละชั้น
ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนรอง 2 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลาง 1 ห้อง โดยพื้นภายในชั้นนี้เปลี่ยนมาใช้ลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. ให้บรรยากาศที่ดูอบอุ่นมากขึ้นค่ะ
ห้องนอนรองฝั่งหน้าบ้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่ รองรับการวางเตียงนอน King Size พร้อมเฟอร์นิเจอร์ใช้งานจำเป็นได้อย่างครบครัน
ด้านหน้าห้องได้รับช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ ช่วยให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งและสว่างตลอดทั้งวัน พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับช่วยระบายอากาศค่ะ
ด้านข้างห้องเป็นทางออกสู่ระเบียงส่วนตัว โดยประตูและหน้าต่างทั้งหลังเลือกใช้กรอบ UPVC สีเทาดำ พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีค่ะ
พื้นที่ระเบียงภายนอกปูพื้นกระเบื้องลายหินมาให้เต็มพื้นที่ สามารถจัดสวนกระถางขนาดเล็ก หรือวางชุดเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนรับลมได้ค่ะ


พื้นที่อีกฝั่งของห้องสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้สบาย ๆ รองรับการใช้งานสำหรับเจ้าของห้องได้อย่างลงตัว
ห้องนอนรองฝั่งหลังบ้านมีขนาดกะทัดรัดลงมาเล็กน้อย แต่ยังรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเด็ก ห้องทำงานส่วนตัว ห้องดูหนัง หรือปรับเป็น Live Studio สำหรับสายคอนเทนต์ก็ได้เช่นกันค่ะ
ภายในห้องได้รับหน้าต่างขนาดใหญ่จากฝั่งหลังบ้าน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี ส่วนพื้นที่ใช้งานสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3.5-5 ฟุต พร้อมมุมตู้เสื้อผ้าหรือ Walk-in Closet ขนาดเล็กได้
ห้องน้ำส่วนกลางของชั้น 2 ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินโทนสีเทาเช่นเดียวกับทั้งบ้าน พร้อมแบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำมาให้เรียบร้อย รองรับการใช้งานร่วมกันของห้องนอนทั้ง 2 ห้องได้สะดวก
บริเวณส่วนแห้งติดตั้งอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์จาก Kohler พร้อมกระจกเงาและ Low-Wall สำหรับวางของใช้ในชีวิตประจำวันมาให้ครบ
พื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับพื้นแยกโซนใช้งานชัดเจน ภายในติดตั้งฝักบัว Hand Shower พร้อมชั้นวางของแบบ Built-in และเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้เรียบร้อย
จากห้องน้ำมองย้อนกลับออกมา จะเชื่อมต่อสู่โถงกลางของชั้น 2 ที่เป็นจุดกระจายการเข้าถึงห้องต่าง ๆ ภายในบ้านค่ะ
ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของ Penthouse Master Bedroom ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวเต็มทั้งชั้นค่ะ
บริเวณก่อนเข้าสู่ห้องนอนมีพื้นที่อเนกประสงค์พร้อมหน้าต่างระบายอากาศ 1 บาน สามารถปรับใช้งานเป็นห้องพระ มุมพักผ่อน หรือ Pet Area สำหรับน้องหมาและน้องแมวได้อย่างลงตัว
จุดเด่นของชั้นนี้คือพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งชั้น ให้บรรยากาศคล้ายห้อง Penthouse สามารถจัดแบ่งพื้นที่พักผ่อน มุมนั่งเล่น และ Walk-in Closet ได้อย่างอิสระค่ะ
ฝั่งหน้าบ้านได้รับช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่จากทั้งหน้าต่างและประตูระเบียง ช่วยให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งและเปิดรับวิวได้เต็มที่ พื้นที่ส่วนนี้รองรับการวางเตียง King Size หรือเตียงขนาดพิเศษ พร้อมเหลือพื้นที่สำหรับจัดวางโซฟา อาร์มแชร์ โต๊ะทำงาน และชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบาย
ถัดออกไปด้านข้างจะเป็นระเบียงส่วนตัว ปูพื้นกระเบื้องลายหินมาให้เรียบร้อย เหมาะสำหรับจัดสวนกระถางหรือวางชุดเก้าอี้พักผ่อนภายนอกค่ะ
พื้นที่อีกฝั่งของห้องเหมาะสำหรับทำเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่ สามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งแบบ His & Her ได้อย่างลงตัว
ภายในห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัวแยกเป็นสัดส่วน ใช้งานได้สะดวก พร้อมอัปเกรดสุขภัณฑ์จาก Kohler ให้มีความพรีเมียมมากขึ้นค่ะ
อ่างล้างหน้าเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ พร้อมก๊อกน้ำก้านโยกทรงสูง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและดูทันสมัยมากขึ้น
โถสุขภัณฑ์เลือกใช้รุ่นประหยัดน้ำแบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งานครบชุด
ด้านหลังโถสุขภัณฑ์มีการก่อ Low-Wall แนวยาว พร้อมติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่เต็มผนัง ช่วยเพิ่มมิติและความโปร่งให้กับห้องน้ำค่ะ
พื้นที่อาบน้ำแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ภายในติดตั้งชุดฝักบัว Hand Shower พร้อมราวปรับระดับสูง-ต่ำ ชั้นวางของแบบ Built-in และเตรียม Junction Box สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย
ลงทะเบียนรับส่วนลด 500,000 บาท* คลิก : https://bit.ly/4uq646k
*หมายเหตุ : ข้อมูลราคา และโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม*
⇒ ทำเลที่ตั้งโครงการ : บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น จาก AP ที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งขาเข้าเมือง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับคนทำงานในย่าน CBD สาทร-สีลม เพราะสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก ขณะเดียวกันก็ยังได้บรรยากาศของย่านพักอาศัยที่มีความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าโซนใจกลางเมือง
ความน่าสนใจของทำเลนี้คือความอุดมสมบูรณ์ที่ค่อนข้างครบถ้วน รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงเรียนชั้นนำ และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รองรับการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวเริ่มต้นไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ ทำให้เป็นทำเลที่สามารถอยู่อาศัยได้จริงในระยะยาว โดยแทบไม่ต้องขับรถออกไปไกลจากบ้านเลยค่ะ
⇒ การเดินทางโดยรถส่วนตัว : ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของโครงการ เพราะตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง ทั้งราชพฤกษ์ สาทร สีลม เพชรเกษม บางแค พระราม 2 และกาญจนาภิเษก ทำให้การเดินทางเข้าเมืองหรือออกไปยังโซนรอบนอกทำได้สะดวกและมีทางเลือกหลากหลาย
สำหรับคนทำงานในย่าน CBD สาทร-สีลม จะถือว่าได้เปรียบพอสมควร เพราะจากโครงการสามารถขับรถเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้ในระยะทางประมาณ 11 กม.* หรือใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 10-15 นาที* ในช่วงเวลาปกติ รวมถึงยังรายล้อมไปด้วยโรงเรียนเอกชนชื่อดังหลายแห่งบนแนวสาทร ช่วยตอบโจทย์ครอบครัวที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ในเมืองได้เป็นอย่างดี
⇒ การเดินทางโดยรถสาธารณะและรถไฟฟ้า : แม้โครงการจะโดดเด่นเรื่องการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ก็ยังมีตัวเลือกด้านระบบขนส่งสาธารณะให้ใช้งานได้สะดวกเช่นกัน โดยหน้าโครงการและบนถนนกัลปพฤกษ์จะมีรถ Taxi และบริการ Ride-Hailing ผ่าน Application วิ่งผ่านตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าหลายสาย ทั้ง MRT บางแค, MRT หลักสอง, BTS วุฒากาศ และ Interchange บางหว้า ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ได้สะดวก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำค่ะ
⇒ การออกแบบโครงการ แบบบ้าน และวัสดุ : บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่โดยเฉพาะ มีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ 2 ขนาด เน้นดีไซน์ Modern ที่เรียบง่าย ทันสมัย และใช้งานได้จริง ภาพรวมทั้งโครงการเลือกใช้โทนสีอบอุ่นสบายตา ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูน่าอยู่อาศัยและเข้ากับการใช้ชีวิตในระยะยาว
ภายในบ้านจัดฟังก์ชันมาได้ค่อนข้างดี โดยพื้นที่ชั้นล่างเป็น Common Area แบบ Open Plan เชื่อมต่อห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และ Pantry เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้บ้านดูโปร่งและใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่าทาวน์โฮมทั่วไป ขณะที่ชั้นบนเน้นการแบ่งพื้นที่พักผ่อนให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
จุดเด่นที่น่าสนใจคือการออกแบบ Penthouse Master Bedroom ขนาดใหญ่เต็มทั้งชั้นในบ้านทั้ง 2 แบบ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวมากกว่าทาวน์โฮม สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่น มุมทำงาน หรือ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ได้อย่างอิสระ ส่วนห้องนอนรองอีก 2 ห้องก็มีขนาดค่อนข้างกว้าง รองรับการใช้งานจริงได้ในระยะยาว โดยแบบบ้านขนาดใหญ่จะได้ห้องน้ำภายในห้องนอนทุกห้อง เพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวให้สมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
ในด้านวัสดุถือว่าจัดมาได้ดีตามมาตรฐานของ AP โดยใช้ผนังก่ออิฐมวลเบา พร้อมทำ Double Wall ระหว่างบ้าน ช่วยลดเสียงรบกวนจากบ้านข้างเคียง พื้นชั้นล่างปูแกรนิตโต้ ชั้นบนปูพื้นลามิเนตลายไม้ พร้อมติดตั้งโคมไฟ Downlight LED มาให้ทั้งหลัง ประตูและหน้าต่างเลือกใช้กรอบ UPVC พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ขณะที่สุขภัณฑ์เลือกใช้แบรนด์ Kohler ช่วยยกระดับภาพรวมของบ้านให้ดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้นค่ะ
⇒ สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย : อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากทาวน์โฮมหลายโครงการในทำเลเดียวกัน คือการให้พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และรองรับการใช้งานได้หลากหลายจริง เริ่มตั้งแต่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ออกแบบ Landscape ด้วยเส้นสาย Organic พร้อม Jogging Track, Pavilion, Seating Area และมุมพักผ่อนกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ช่วยให้ลูกบ้านสามารถออกมาใช้งานภายนอกบ้านได้ตลอดทั้งวัน
สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง โครงการยังจัด Pet Zone แยกเป็นสัดส่วน พร้อมอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ขณะที่เด็ก ๆ ก็มีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ ส่วนคนทำงานสามารถเลือกใช้งาน Co-Working Space ได้ทั้งในสวนและภายใน Clubhouse รองรับไลฟ์สไตล์ Work From Anywhere ได้เป็นอย่างดี
Clubhouse ของโครงการออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น พร้อม Facilities ที่ถือว่าจัดมาได้ครบ ทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ Lap Pool สระเด็ก Pool Terrace Co-Living Space และ Fitness ขนาดใหญ่ที่เปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม. โดยภายในมีการแบ่งโซน Cardio และ Weight Training พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบชุด รองรับการออกกำลังกายได้จริงในชีวิตประจำวัน
ด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือว่าจัดมาได้ค่อนข้างครบ เริ่มตั้งแต่ Main Gate ที่แยกช่องทางสำหรับ Resident และ Visitor พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ ระบบ Face Scan สำหรับเข้าใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบางส่วน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม. ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้ในระยะยาวค่ะ
Tel : 1685
Line : https://lin.ee/XNeHYP7e
Website : https://bit.ly/4uq646k
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ