<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Read Me! &#8211; HOMENAYOO</title>
	<atom:link href="https://www.homenayoo.com/category/read-me/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<description>พาชมบ้าน  พร้อมรีวิวครบทุกมุม ที่คนกำลังมองหาบ้านต้องรู้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Sep 2022 09:32:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2025/12/LOGO-HOMENAYOO-URL-512-100x100.png</url>
	<title>Read Me! &#8211; HOMENAYOO</title>
	<link>https://www.homenayoo.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีกำจัด &#8220;ตะไคร่น้ำ&#8221; ให้หมดไป ง่ายนิดเดียว</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-moss/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-moss/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 09:32:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1108803</guid>

					<description><![CDATA[วิธีกำจัด &#8220;ตะไคร่น้ำ&#8221; ให้หมดไป ง่ายนิดเดียว ตะไคร่น้ำ เป็นพืชที่ขึ้นปกคลุมและลุกลามได้อย่างรวดเร็วในช่วงหน้าฝน ซึ่งหากพื้นทางเดิน พื้นคอนกรีต หรือพื้นซีเมนต์บล็อคในบริเวณบ้านได้รับความชื้นอย่างหนักและไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาด นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายแล้ว ยังบดบังความสวยของตัวบ้าน วันนี้เราจะพามาดูวิธีกำจัดตะไคร่น้ำ ด้วยวิธีง่าย ๆ กัน 1. ใช้แปรงลวดทองเหลือง ใช้แปรงลวดทองเหลืองขัดบริเวณตะไคร่น้ำ วิธีนี้เหมาะกับตะไคร่ที่ยังฝังตัวไม่ลึกมาก แต่วิธีนี้อาจจะต้องออกแรงสักนิด 2. น้ำร้อน วิธีนี้คือขั้นพื้นฐานของการกำจัดตะไคร่น้ำ โดยการราดน้ำต้มเดือดตรงที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนใช้แปรงหัวแข็งขัดและทำความสะอาดอีกรอบ 3. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดบริเวณคราบตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหรือพื้นซีเมนต์ต่าง ๆ ให้ทั่ว คราบตะไคร่น้ำก็จะหายไปในทันที แต่วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในบริเวณที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนา 4. น้ำส้มสายชู นำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วขัดออก ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง และที่สำคัญต้องทำให้แห้งด้วยนะคะ เพื่อกำจัดความชื้นตัวการที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำให้หมดไปแบบถาวรด้วย 5. สารฟอกขาว ผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีกำจัด &#8220;ตะไคร่น้ำ&#8221; ให้หมดไป ง่ายนิดเดียว</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone  wp-image-1108805" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/ตระไคร่น้ำ-768x384.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #339966"><strong>ตะไคร่น้ำ</strong></span> เป็นพืชที่ขึ้นปกคลุมและลุกลามได้อย่างรวดเร็วในช่วงหน้าฝน ซึ่งหากพื้นทางเดิน พื้นคอนกรีต หรือพื้นซีเมนต์บล็อคในบริเวณบ้านได้รับความชื้นอย่างหนักและไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาด นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายแล้ว ยังบดบังความสวยของตัวบ้าน วันนี้เราจะพามาดูวิธีกำจัดตะไคร่น้ำ ด้วยวิธีง่าย ๆ กัน</p>





<p><span style="color: #3366ff"><strong>1. ใช้แปรงลวดทองเหลือง</strong></span></p>
<p>ใช้แปรงลวดทองเหลืองขัดบริเวณตะไคร่น้ำ วิธีนี้เหมาะกับตะไคร่ที่ยังฝังตัวไม่ลึกมาก แต่วิธีนี้อาจจะต้องออกแรงสักนิด</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>2. น้ำร้อน</strong></span></p>
<p>วิธีนี้คือขั้นพื้นฐานของการกำจัดตะไคร่น้ำ โดยการราดน้ำต้มเดือดตรงที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนใช้แปรงหัวแข็งขัดและทำความสะอาดอีกรอบ</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>3. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง</strong></span></p>
<p>ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดบริเวณคราบตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหรือพื้นซีเมนต์ต่าง ๆ ให้ทั่ว คราบตะไคร่น้ำก็จะหายไปในทันที แต่วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในบริเวณที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนา</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>4. น้ำส้มสายชู</strong></span></p>
<p>นำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วขัดออก ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง และที่สำคัญต้องทำให้แห้งด้วยนะคะ เพื่อกำจัดความชื้นตัวการที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำให้หมดไปแบบถาวรด้วย</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>5. สารฟอกขาว</strong></span></p>
<p>ผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก แต่วิธีนี้ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมไหลไปโดนต้นไม้เด็ดขาด ที่สำคัญถ้าจะให้ดีต้องทำวิธีนี้ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ส่วนผสมแห้งเร็วขึ้น</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>6. เบกกิ้งโซดา</strong></span></p>
<p>เพียงแค่นำไปโรยบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม. จากนั้นค่อยกวาดเศษตะไคร่น้ำและเศษเบกกิ้งโซดาทิ้งไป</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>7. น้ำยาล้างจาน</strong></span></p>
<p>ผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากัน แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชม. จากนั้นก็มาขัดและล้างออกให้สะอาด</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-moss/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีกำจัด &#8220;แมงมุม&#8221; ไม่ให้มารบกวนในบ้านอีก</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-spiders/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-spiders/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2022 02:42:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1107940</guid>

					<description><![CDATA[วิธีกำจัด &#8220;แมงมุม&#8221; ไม่ให้มารบกวนในบ้านอีก หลายบ้านคงเคยเจอกับปัญหา เจ้าแมงมุมที่ชอบเข้ามาอยู่ในบ้านแถมยังสร้างรังหยากไย่ทิ้งไว้ตามมุมบ้าน หรือที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน จนสร้างความรำคาญใจให้ไม่น้อยเสียทีเดียว เพราะทำความสะอาดเท่าไหร่ก็กำจัดไม่หมดเสียที วันนี้เราจะพาไปดูวิธีกำจัดแมงมุมให้เลิกมากวนใจด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้ 1. ทำความสะอาดมุ้งลวด ประตู และหน้าต่าง การทำความสะอาดมุ้งลวด บริเวณประตู และหน้าต่าง นอกจากจะช่วยลดสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นละอองแล้ว ยังช่วยชะล้างหยากไย่ที่ฝังอยู่ให้ออกไปได้ 2. เครื่องดูดฝุ่น ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตามมุม หรือซอกเล็ก ๆ ที่ไม้กวาด และไม้ถูพื้นไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และได้ผลดีที่สุด 3. น้ำส้มสายชู นำน้ำส้มสายชูไปผสมกับน้ำสะอาด แล้วฉีดให้ทั่วบริเวณที่เคยมีหยากไย่ หรือมุมห้องที่ต้องการ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้แมงมุมเข้ามาสร้างหยากไย่ซ้ำจุดเดิม เพราะแมงมุมไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชู 4. ผลไม้รสเปรี้ยว นำเปลือกของส้ม มะนาว ส้มโอ ไปวางตามบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือนำเปลือกของผลไม้ดังกล่าวไปถูบริเวณที่มีรูเล็ก ๆ หรือบริเวณที่ไม่อยากให้เกิดหยากไย่ ก็จะช่วยให้แมงมุมไม่เข้ามาสร้างรังอีกต่อไป 5. ยูคาลิปตัส กลิ่นของต้นยูคาลิปตัสมีลักษณะหอมคล้ายการบูร จึงสร้างความรบกวนให้กับเจ้าแมงมุมเป็นอย่างมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีกำจัด &#8220;แมงมุม&#8221; ไม่ให้มารบกวนในบ้านอีก</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม.jpg"><img decoding="async" class="alignnone  wp-image-1107941" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/09/แมงมุม-768x384.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #cf5391">หลายบ้านคงเคยเจอกับปัญหา เจ้าแมงมุมที่ชอบเข้ามาอยู่ในบ้านแถมยังสร้างรังหยากไย่ทิ้งไว้ตามมุมบ้าน หรือที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน จนสร้างความรำคาญใจให้ไม่น้อยเสียทีเดียว เพราะทำความสะอาดเท่าไหร่ก็กำจัดไม่หมดเสียที วันนี้เราจะพาไปดูวิธีกำจัดแมงมุมให้เลิกมากวนใจด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้</span></p>





<p><span style="color: #2291ba"><strong>1. ทำความสะอาดมุ้งลวด ประตู และหน้าต่าง</strong></span></p>
<p>การทำความสะอาดมุ้งลวด บริเวณประตู และหน้าต่าง นอกจากจะช่วยลดสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นละอองแล้ว ยังช่วยชะล้างหยากไย่ที่ฝังอยู่ให้ออกไปได้</p>
<hr />
<p><span style="color: #2291ba"><strong>2. เครื่องดูดฝุ่น</strong></span></p>
<p>ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตามมุม หรือซอกเล็ก ๆ ที่ไม้กวาด และไม้ถูพื้นไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และได้ผลดีที่สุด</p>
<hr />
<p><span style="color: #2291ba"><strong>3. น้ำส้มสายชู</strong></span></p>
<p>นำน้ำส้มสายชูไปผสมกับน้ำสะอาด แล้วฉีดให้ทั่วบริเวณที่เคยมีหยากไย่ หรือมุมห้องที่ต้องการ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้แมงมุมเข้ามาสร้างหยากไย่ซ้ำจุดเดิม เพราะแมงมุมไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชู</p>
<hr />
<p><span style="color: #2291ba"><strong>4. ผลไม้รสเปรี้ยว</strong></span></p>
<p>นำเปลือกของส้ม มะนาว ส้มโอ ไปวางตามบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือนำเปลือกของผลไม้ดังกล่าวไปถูบริเวณที่มีรูเล็ก ๆ หรือบริเวณที่ไม่อยากให้เกิดหยากไย่ ก็จะช่วยให้แมงมุมไม่เข้ามาสร้างรังอีกต่อไป</p>
<hr />
<p><span style="color: #2291ba"><strong>5. ยูคาลิปตัส</strong></span></p>
<p>กลิ่นของต้นยูคาลิปตัสมีลักษณะหอมคล้ายการบูร จึงสร้างความรบกวนให้กับเจ้าแมงมุมเป็นอย่างมาก</p>
<hr />
<p><strong><span style="color: #2291ba">6. สมุนไพร</span></strong></p>
<p>ใช้อบเชย นำไปโรยรอบ ๆ บ้าน ก็เป็น วิธีไล่แมงมุม ไม่ให้กล้าเข้ามายังตัวบ้านได้แล้ว หรือ นำผงขมิ้นไปผสมกับน้ำให้กลายเป็นแป้งเหนียว ๆ แล้วนำสำลีมาจุ่ม นำไปวางตามตำแหน่งภายในบ้าน ก็จะช่วยลดปริมาณของแมงมุมที่จะเข้ามาสร้างหยากไย่ในบ้านได้</p>
<hr />
<p><strong><span style="color: #2291ba">7. น้ำผสมเกลือ</span></strong></p>
<p>นำเกลือไปผสมกับน้ำ ในสัดส่วน เกลือ 8 กรัม : น้ำ 1 ลิตร คนให้เกลือละลาย แล้วนำไปฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่แมงมุมเข้ามาทำรังหยากไย่ วิธีไล่แมงมุมนี้จะช่วยให้หยากไย่ภายในบ้านลดลงได้ดี</p>
<hr />
<p><span style="color: #2291ba"><strong>8. น้ำมันหอมระเหย</strong></span></p>
<p>ผสมน้ำมันหอมระเหย กับน้ำสะอาดแล้วฉีดไปยังจุดต่าง ๆ เพราะ น้ำมันหอมระเหย ถูกสกัดมาจากสมุนไพรอย่าง สะระแหน่ ที่ให้กลิ่นหอม สดชื่น แต่เป็นพิษต่อเจ้าแมงมุมซึ่งไม่ชอบกลิ่นนี้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-spiders/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีกำจัดหนูในบ้าน ให้เลิกมากวนใจ ทำอย่างไรแบบไม่ต้องฆ่า</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/get-rid-of-rats/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/get-rid-of-rats/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2022 03:23:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1106687</guid>

					<description><![CDATA[วิธีกำจัดหนูในบ้าน ให้เลิกมากวนใจ ทำอย่างไรแบบไม่ต้องฆ่า หลาย ๆ บ้านคงเคยเจอกับปัญหา นั่งดูหนังอยู่เพลิน ๆ หนูวิ่งผ่านหน้า จะฆ่าก็กลัวบาป แถมหนูยังเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้งโรคฉี่หนู โรคพยาธิตัวตืด เป็นต้น วันนี้เราได้นำวิธีการกำจัดหนูแบบง่าย ๆ ไม่ต้องฆ่าให้บาปมาฝากทุก ๆ บ้านกัน 1. กลิ่นของลูกเหม็นหรือสมุนไพร ใช้สมุนไพรและลูกเหม็น เช่น กะเพรา, สะระแหน่ หรือใบมะกรูด เพราะหนูเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีมาก ดังนั้น กลิ่นฉุนของสมุนไพรและลูกเหม็นจะช่วยทำให้หนูไม่กล้าเดินผ่านเข้ามาบริเวณนั้น และในที่สุดก็ต้องอพยพออกไปจากบ้านของเราไป 2. แมวหรือทรายแมว รู้กันอยู่แล้วว่าหนูกับแมวไม่ถูกกัน ดังนั้นหนูไม่เข้ามาวุ่นวายบริเวณบ้านแน่ ๆ เพราะเจ้าแมวตัวน้อยจะไม่อยู่นิ่งดูดาย อีกทั้งเมื่อหนูมองเห็นหรือได้กลิ่นก็จะทำการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยนี้แน่นอน แต่ถ้าใครไม่ชอบการเลี้ยงแมวหรือไม่สะดวกในการเลี้ยงก็ตามแต่ สามารถใช้วิธีกำจัดหนูแบบนี้ได้เช่นกัน โดยอาจจะไปขอทรายที่มีกลิ่นฉี่แมวมาวางไว้บริเวณที่หนูอยู่ เมื่อหนูได้กลิ่นก็จะหนีออกไปเอง 3. กำจัดแหล่งเศษอาหาร หมั่นทำความสะอาด พื้นบ้าน ตามซอกมุมต่าง ๆ และนำเศษอาหารผูกใส่ถุงปิดมิดชิด หรือถังขยะที่มีฝาปิดแน่หนา เพียงเท่านี้ก็เป็นการตัดขาดแหล่งอาหารของหนูไม่ให้มารบกวนในบ้านได้อีก 4. ทำให้บ้านมีแสงสว่างอยู่ตลอด หนูเป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีกำจัดหนูในบ้าน ให้เลิกมากวนใจ ทำอย่างไรแบบไม่ต้องฆ่า</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู.jpg"><img decoding="async" class="alignnone  wp-image-1106688" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู.jpg" alt="" width="798" height="399" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/หนู-768x384.jpg 768w" sizes="(max-width: 798px) 100vw, 798px" /></a></p>
<p>หลาย ๆ บ้านคงเคยเจอกับปัญหา นั่งดูหนังอยู่เพลิน ๆ หนูวิ่งผ่านหน้า จะฆ่าก็กลัวบาป แถมหนูยังเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้งโรคฉี่หนู โรคพยาธิตัวตืด เป็นต้น วันนี้เราได้นำวิธีการกำจัดหนูแบบง่าย ๆ ไม่ต้องฆ่าให้บาปมาฝากทุก ๆ บ้านกัน</p>





<p><span style="color: #3366ff"><strong>1. กลิ่นของลูกเหม็นหรือสมุนไพร</strong></span></p>
<p>ใช้สมุนไพรและลูกเหม็น เช่น กะเพรา, สะระแหน่ หรือใบมะกรูด เพราะหนูเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีมาก ดังนั้น กลิ่นฉุนของสมุนไพรและลูกเหม็นจะช่วยทำให้หนูไม่กล้าเดินผ่านเข้ามาบริเวณนั้น และในที่สุดก็ต้องอพยพออกไปจากบ้านของเราไป</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>2. แมวหรือทรายแมว</strong></span></p>
<p>รู้กันอยู่แล้วว่าหนูกับแมวไม่ถูกกัน ดังนั้นหนูไม่เข้ามาวุ่นวายบริเวณบ้านแน่ ๆ เพราะเจ้าแมวตัวน้อยจะไม่อยู่นิ่งดูดาย อีกทั้งเมื่อหนูมองเห็นหรือได้กลิ่นก็จะทำการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยนี้แน่นอน</p>
<p>แต่ถ้าใครไม่ชอบการเลี้ยงแมวหรือไม่สะดวกในการเลี้ยงก็ตามแต่ สามารถใช้วิธีกำจัดหนูแบบนี้ได้เช่นกัน โดยอาจจะไปขอทรายที่มีกลิ่นฉี่แมวมาวางไว้บริเวณที่หนูอยู่ เมื่อหนูได้กลิ่นก็จะหนีออกไปเอง</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>3. กำจัดแหล่งเศษอาหาร</strong></span></p>
<p>หมั่นทำความสะอาด พื้นบ้าน ตามซอกมุมต่าง ๆ และนำเศษอาหารผูกใส่ถุงปิดมิดชิด หรือถังขยะที่มีฝาปิดแน่หนา เพียงเท่านี้ก็เป็นการตัดขาดแหล่งอาหารของหนูไม่ให้มารบกวนในบ้านได้อีก</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>4. ทำให้บ้านมีแสงสว่างอยู่ตลอด</strong></span></p>
<p>หนูเป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน ดังนั้น ร่างกายของหนูจึงถูกสร้างสรรค์มาตอบสนองไวต่อแสงสว่าง ซึ่งจะทำให้หนูเกิดอาการตาพร่ามัว และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของหนู หากสังเกตถ้าบริเวณของบ้านส่วนไหนมีแสงสว่างเข้าถึงแทบจะไม่มีหนูออกมาให้กวนใจเลย</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>5. เครื่องไล่หนู</strong></span></p>
<p>ลักษณะการใช้งานจะคล้ายกับเครื่องไล่ยุงในบ้าน คือเสียบปลั๊กและเปิดตัวเครื่องทิ้งไว้ ตัวเครื่องจะส่งสัญญาณคลื่นความถี่สร้างความรำคาญและปวดหัวให้กับหนู ทำให้หนูไม่สามารถอยู่ในบ้านของเราอีกต่อไปได้</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/get-rid-of-rats/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กำจัดรอยเปลื้อนและคราบสารพัด &#8220;ด้วยน้ำอัดลม&#8221;</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/remove-stains-with-coke/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/remove-stains-with-coke/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Aug 2022 02:42:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1106505</guid>

					<description><![CDATA[กำจัดรอยเปลื้อนและคราบสารพัด &#8220;ด้วยน้ำอัดลม&#8221; หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าน้ำอัดลมที่เรากินแล้วรู้สึดสดชื่นนั้น มีระดับความเป็นกรดหรือค่า pH อยู่ที่ 2.5 ขณะที่กรดในแบตเตอรี มีค่า pH 1.0 ซึ่งความเป็นกรดนี้เอง ทำให้น้ำอัดลมมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำยาขจัดคราบต่าง ๆ ในครัวเรือน วันนี้เราได้รวบรวมวิธีใช้น้ำอัดลมขจัดคราบ รอยเปลื้อน ต่าง ๆ มาให้ลองไปใช้กัน ดังนี้ 1. คราบไขมันบนเสื้อผ้า นำผงซักฟอกผสมกับน้ำอัดลม 1 กระป๋อง แล้วนำไปซักผ้าปกติ วิธีนี้จะช่วยกำจัดคราบไขมันที่เกาะฝั่งแน่นอยู่ในเนื้อผ้า ที่ผงซักฟอกธรรมดาอาจกำจัดออกได้ไม่หมด 2. คราบเหลืองในห้องน้ำ นำน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลเทราดบนพื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่มีคราบเหลืองทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. จากนั้นถูด้วยแปรงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้คราบเหลืองในห้องน้ำก็จะหายไป 3. คราบสนิม นำเอาฝอยขัดหม้อจุ่มลงในน้ำอัดลมแล้วนำมาขัดบริเวณที่มีปัญหาคราบสนิม วิธีนี้อาจจะต้องใช้แรงเยอะหน่อย แต่รับรองว่าคราบสนิมหายหมดอย่างแน่นอน 4. คราบดำก้นหม้อ นำเอาน้ำอัดลมเทราดบริเวณที่เป็นคราบดำ จากนั้นนำไปตั้งไฟจนไหม้อีกครั้งจะทำให้ขัดคราบดำออกได้ง่ายขึ้น โดยคราบดำจะหลุดลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ เลยทีเดียว 5. คราบน้ำมันในโรงรถ นำน้ำอัดลมเทราดบนพื้นที่มีคราบน้ำมันเลอะอยู่ ทิ้งไว้สักพักให้กรดในน้ำอัดลมทำปฏิกิริยากับคราบน้ำมัน จากนั้นก็ใช้แปรงค่อย ๆ ขัดออก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กำจัดรอยเปลื้อนและคราบสารพัด &#8220;ด้วยน้ำอัดลม&#8221;</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1106506" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/น้ำอัดลม-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าน้ำอัดลมที่เรากินแล้วรู้สึดสดชื่นนั้น มีระดับความเป็นกรดหรือค่า pH อยู่ที่ 2.5 ขณะที่กรดในแบตเตอรี มีค่า pH 1.0 ซึ่งความเป็นกรดนี้เอง ทำให้น้ำอัดลมมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำยาขจัดคราบต่าง ๆ ในครัวเรือน วันนี้เราได้รวบรวมวิธีใช้น้ำอัดลมขจัดคราบ รอยเปลื้อน ต่าง ๆ มาให้ลองไปใช้กัน ดังนี้</p>





<p><span style="color: #008080"><strong>1. คราบไขมันบนเสื้อผ้า</strong></span></p>
<p>นำผงซักฟอกผสมกับน้ำอัดลม 1 กระป๋อง แล้วนำไปซักผ้าปกติ วิธีนี้จะช่วยกำจัดคราบไขมันที่เกาะฝั่งแน่นอยู่ในเนื้อผ้า ที่ผงซักฟอกธรรมดาอาจกำจัดออกได้ไม่หมด</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>2. คราบเหลืองในห้องน้ำ</strong></span></p>
<p>นำน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลเทราดบนพื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่มีคราบเหลืองทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. จากนั้นถูด้วยแปรงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้คราบเหลืองในห้องน้ำก็จะหายไป</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>3. คราบสนิม</strong></span></p>
<p>นำเอาฝอยขัดหม้อจุ่มลงในน้ำอัดลมแล้วนำมาขัดบริเวณที่มีปัญหาคราบสนิม วิธีนี้อาจจะต้องใช้แรงเยอะหน่อย แต่รับรองว่าคราบสนิมหายหมดอย่างแน่นอน</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>4. คราบดำก้นหม้อ</strong></span></p>
<p>นำเอาน้ำอัดลมเทราดบริเวณที่เป็นคราบดำ จากนั้นนำไปตั้งไฟจนไหม้อีกครั้งจะทำให้ขัดคราบดำออกได้ง่ายขึ้น โดยคราบดำจะหลุดลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ เลยทีเดียว</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>5. คราบน้ำมันในโรงรถ</strong></span></p>
<p>นำน้ำอัดลมเทราดบนพื้นที่มีคราบน้ำมันเลอะอยู่ ทิ้งไว้สักพักให้กรดในน้ำอัดลมทำปฏิกิริยากับคราบน้ำมัน จากนั้นก็ใช้แปรงค่อย ๆ ขัดออก จะช่วยให้คราบน้ำมันออกง่ายขึ้น</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>6. ล้างเหรียญให้เงาเหมือนใหม่</strong></span></p>
<p>นำน้ำอัดลมเทใส่ภาชนะ แล้วนำเหรียญที่ต้องการใช้ลงไปแช่ทิ้งไว้ 1-2 ชม. แล้วนำมาถูเบา ๆ หลังจากนั้นล้างน้ำให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็จะได้เหรียญเหมือนใหม่กลับมาใช้งานอีกครั้ง</p>
<hr />
<p><span style="color: #008080"><strong>7. กำจัดรอยหมึกบนพรม</strong></span></p>
<p>เพียงนำโค้กมาถูบริเวณที่เปื้อน หลังจากนั้นใช้น้ำสบู่ค่อย ๆ ถู ซ้ำอีกรอบ และล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วซับให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดรอยคราบเลอะได้แล้ว</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/remove-stains-with-coke/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โถสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดีกว่า ส้วมนั่งยองยังไง ?</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/healthy-toilet-better-than-a-squatting-toilet/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/healthy-toilet-better-than-a-squatting-toilet/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Aug 2022 03:31:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1106032</guid>

					<description><![CDATA[โถสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดีกว่า ส้วมนั่งยองยังไง ? โถสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่แทบทุกบ้านหันมาใช้ และปรับเปลี่ยนสุขภัณฑ์จาก ส้วมนั่งยอง ให้เป็นส้วมนั่งราบแบบชักโครก เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และสะดวกสบายต่อการใช้งานของผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย และเด็ก ๆ แต่ทั้งนี้ยังคงมีบางบ้านที่ตั้งข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องเปลี่ยน” เพราะไม่พบปัญหาระหว่างการใช้งาน ส้วมนั่งยอง วันนี้เราจึงขอรวบรวมเหตุผลเพื่อไขข้อข้องใจกับปัญหานี้มาฝากทุก ๆ บ้านกันค่ะ เหตุผลที่ต้องเปลี่ยน ส้วมนั่งยอง เป็น สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 1. หมดกังวลเรื่องกลิ่นกวนใจ เป็นปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับบ้านที่ใช้ ส้วมนั่งยอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปัสสาวะที่กระเด็นบริเวณรอบ ๆ ระหว่างการใช้งาน หรือกลิ่นเหม็นที่ลอยย้อนขึ้นมาจากท่อ แต่สำหรับบ้านที่ปรับเปลี่ยนมาเป็น สุขภัณฑ์นั่งราบ หรือ ชักโครก จะพบปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นน้อยกว่า เนื่องจากตัวสุขภัณฑ์จะติดตั้ง “ปะเก็นกันซึม” หรือ “ปะเก็นกันกลิ่น” เพื่อป้องกันกลิ่นย้อนขึ้นมารบกวน 2. ลดอาการข้อเข่าเสื่อม ด้วยลักษณะของ ส้วมนั่งยอง ที่ต้องใช้งานในลักษณะท่านั่งยอง ซึ่งบางครั้งใช้ระยะเวลาในการนั่งขับถ่าย ราว ๆ 10-20 นาที จึงส่งผลต่ออาการปวดเข่า ยิ่งหากผู้ใช้งานมีน้ำหนักมาก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โถสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดีกว่า ส้วมนั่งยองยังไง ?</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1106033" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/โถส้วม-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000"><strong>โถสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ</strong></span> อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่แทบทุกบ้านหันมาใช้ และปรับเปลี่ยนสุขภัณฑ์จาก ส้วมนั่งยอง ให้เป็นส้วมนั่งราบแบบชักโครก เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และสะดวกสบายต่อการใช้งานของผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย และเด็ก ๆ</p>
<p>แต่ทั้งนี้ยังคงมีบางบ้านที่ตั้งข้อสงสัยว่า<strong><span style="color: #ff0000"> “ทำไมต้องเปลี่ยน”</span></strong> เพราะไม่พบปัญหาระหว่างการใช้งาน ส้วมนั่งยอง วันนี้เราจึงขอรวบรวมเหตุผลเพื่อไขข้อข้องใจกับปัญหานี้มาฝากทุก ๆ บ้านกันค่ะ</p>





<p><span style="color: #ff0000"><strong>เหตุผลที่ต้องเปลี่ยน ส้วมนั่งยอง เป็น สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong>1. หมดกังวลเรื่องกลิ่นกวนใจ</strong></span></p>
<p>เป็นปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับบ้านที่ใช้ ส้วมนั่งยอง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปัสสาวะที่กระเด็นบริเวณรอบ ๆ ระหว่างการใช้งาน หรือกลิ่นเหม็นที่ลอยย้อนขึ้นมาจากท่อ</p>
<p>แต่สำหรับบ้านที่ปรับเปลี่ยนมาเป็น สุขภัณฑ์นั่งราบ หรือ ชักโครก จะพบปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นน้อยกว่า เนื่องจากตัวสุขภัณฑ์จะติดตั้ง “ปะเก็นกันซึม” หรือ “ปะเก็นกันกลิ่น” เพื่อป้องกันกลิ่นย้อนขึ้นมารบกวน</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>2. ลดอาการข้อเข่าเสื่อม</strong></span></p>
<p>ด้วยลักษณะของ ส้วมนั่งยอง ที่ต้องใช้งานในลักษณะท่านั่งยอง ซึ่งบางครั้งใช้ระยะเวลาในการนั่งขับถ่าย ราว ๆ 10-20 นาที จึงส่งผลต่ออาการปวดเข่า ยิ่งหากผู้ใช้งานมีน้ำหนักมาก และอายุมากอาจเกิดอาการอักเสบได้ง่ายยิ่งขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ แบบนั่งห้อยขาจะเป็นการลดโอกาสการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>3. ปลอดภัยต่อผู้สูงวัย และเด็ก ๆ</strong></span></p>
<p>การเลือก สุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการลุก และการนั่งได้ โดยเฉพาะ ส้วมนั่งยอง มีความเสี่ยงมากกว่า สุขภัณฑ์นั่งราบ เนื่องจาก ส้วมนั่งยอง เวลาใช้งานต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่เข่า หากผู้สูงวัยที่นั่งรถเข็น หรือไม่มีเรี่ยวแรง การเลือกใช้สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพจึงมีความปลอดภัยมากกว่า</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>4. สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ช่วยประหยัดน้ำได้</strong></span></p>
<p>หนึ่งเหตุผลของการไม่เปลี่ยน ส้วมนั่งยอง มาเป็นสุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพเนื่องจาก หลาย ๆ บ้านกลัวจะสิ้นเปลืองน้ำ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาสุขภัณฑ์นั่งราบ ชนิดประหยัดน้ำ โดยใช้น้ำไม่เกิน 3-6 ลิตร/ครั้ง ให้เลือกใช้ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน เช่น ระบบกดชำระแบบ Wash Down จะใช้น้ำน้อย หรือโถบางรุ่นจะมีปุ่มกดชำระล้างให้ 2 ปุ่ม ให้เลือกชำระแบบเบา (3 ลิตร) หรือแบบหนัก (4.5 ลิตร) ซึ่งจะช่วยเรื่องประหยัดน้ำได้</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>5. ตอบโจทย์สรีระของผู้ใช้งาน</strong></span></p>
<p>ด้วยนวัตกรรมส่งผลให้มีการดีไซน์ สุขภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ให้ตอบโจทย์การใช้งาน และสรีระของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่อง ขนาด สี และดีไซน์ที่เหมาะกับผู้สูงวัย เด็ก หรือแบบ Universal Design เหมาะสำหรับทุกสภาพร่างกาย รวมถึงเพิ่มนวัตกรรม ระบบเซ็นเซอร์ ควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมทคอนโทรล เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>6. เพิ่มฟังก์ชั่นได้ ง่ายต่อการขับถ่าย</strong></span></p>
<p>แม้ว่าการนั่งราบ จะไม่ใช่ท่าที่ช่วยให้การขับถ่ายง่ายขึ้น กว่าการนั่งยอง แต่ด้วยปัจจุบันมีอุปกรณ์เสริมอย่าง เก้าอี้เสริมนั่งขับถ่าย หรือที่วางเท้าช่วยให้การขับถ่ายง่ายขึ้น เพียงนำมาวางให้ชิดกับตัวสุขภัณฑ์ แล้ววางเท้าบนเก้าอี้ ปรับระดับตามความต้องการ พร้อมโน้มตัวประมาณ 35 องศา ก็จะช่วยให้การขับถ่ายสะดวกมากขึ้นกว่าการใช้ ส้วมนั่งยอง</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/healthy-toilet-better-than-a-squatting-toilet/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 วิธี ป้องกัน &#8220;ตะขาบ&#8221; เข้าบ้าน</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-centipedes/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-centipedes/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 02:47:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1105691</guid>

					<description><![CDATA[7 วิธี ป้องกัน &#8220;ตะขาบ&#8221; เข้าบ้าน เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน สัตว์เลื้อยคานต่าง ๆ มักชอบหาที่หลบซ่อน โดยเฉพาะตะขาบ หากเราไม่ระมัดระวังให้ดี สัตว์ร้ายเหล่านี้อาจเข้ามาทำร้ายเราได้ วันนี้เราจะพามาดูวิธีการป้องกันตัวเองว่าจะทำยังไงไม่ให้สัตว์เหล่านี้มารบกวนเราได้อีก 1. โซดาไฟ เพียงนำเอาโซดาไฟ ผสมกับน้ำ แล้วเทราดไปยังบริเวณท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำ ห้องครัว หรือที่ที่คิดว่าตะขาบจะเข้ามาได้ โซดาไฟจะทำฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งมีความร้อนที่สูง จนทำให้ตะขาบ และ แมลงหน้าฝน ไม่กล้าขึ้นมาบริเวณท่อระบายน้ำได้อีก 2. ผงกำจัดปลวก โรยผงกำจัดปลวกไว้บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน เช่น พื้นบ้าน ผนังบ้าน รั้วบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ตะขาบจะเลื้อยเข้ามาได้ เมื่อตะขาบโดนผงกำจัดปลวกก็จะหมดฤทธิ์และตายในที่สุด 3. ปูนขาว นำปูนขาวมาโรยให้ทั่วพื้นดิน และบริเวณสวนที่มีต้นไม้จำนวนมาก จะช่วยลดปริมาณของตะขาบ และสัตว์ต่าง ๆ ให้ลดน้อยลงได้ เพราะปูนขาว เป็นเหมือนไอเทมที่ช่วยขับไล่พื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายเหล่านี้ให้ไปอยู่ที่อื่น 4. สบู่ชิ้นเล็ก ๆ นำเอาสบู่ชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วไปวางไว้บริเวณตะแกรงท่อระบายน้ำ ทุกครั้งที่มีน้ำไหลผ่านสบู่ที่เราไปวางไว้ไหลไปยังท่อน้ำก็จะช่วยไม่ให้ตะขาบคลานขึ้นมาบริเวณท่อระบายน้ำได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>7 วิธี ป้องกัน &#8220;ตะขาบ&#8221; เข้าบ้าน</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1105692" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/ตะขาบ-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #0000ff"><em>เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน สัตว์เลื้อยคานต่าง ๆ มักชอบหาที่หลบซ่อน โดยเฉพาะตะขาบ หากเราไม่ระมัดระวังให้ดี สัตว์ร้ายเหล่านี้อาจเข้ามาทำร้ายเราได้ วันนี้เราจะพามาดูวิธีการป้องกันตัวเองว่าจะทำยังไงไม่ให้สัตว์เหล่านี้มารบกวนเราได้อีก</em></span></p>





<p><span style="color: #ff0000"><strong>1. โซดาไฟ</strong></span></p>
<p>เพียงนำเอาโซดาไฟ ผสมกับน้ำ แล้วเทราดไปยังบริเวณท่อระบายน้ำภายในห้องน้ำ ห้องครัว หรือที่ที่คิดว่าตะขาบจะเข้ามาได้ โซดาไฟจะทำฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งมีความร้อนที่สูง จนทำให้ตะขาบ และ แมลงหน้าฝน ไม่กล้าขึ้นมาบริเวณท่อระบายน้ำได้อีก</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>2. ผงกำจัดปลวก</strong></span></p>
<p>โรยผงกำจัดปลวกไว้บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน เช่น พื้นบ้าน ผนังบ้าน รั้วบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ตะขาบจะเลื้อยเข้ามาได้ เมื่อตะขาบโดนผงกำจัดปลวกก็จะหมดฤทธิ์และตายในที่สุด</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>3. ปูนขาว</strong></span></p>
<p>นำปูนขาวมาโรยให้ทั่วพื้นดิน และบริเวณสวนที่มีต้นไม้จำนวนมาก จะช่วยลดปริมาณของตะขาบ และสัตว์ต่าง ๆ ให้ลดน้อยลงได้ เพราะปูนขาว เป็นเหมือนไอเทมที่ช่วยขับไล่พื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายเหล่านี้ให้ไปอยู่ที่อื่น</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>4. สบู่ชิ้นเล็ก ๆ</strong></span></p>
<p>นำเอาสบู่ชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วไปวางไว้บริเวณตะแกรงท่อระบายน้ำ ทุกครั้งที่มีน้ำไหลผ่านสบู่ที่เราไปวางไว้ไหลไปยังท่อน้ำก็จะช่วยไม่ให้ตะขาบคลานขึ้นมาบริเวณท่อระบายน้ำได้</p>
<p>วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย และใช้ของใกล้ตัวมากที่สุด หลาย ๆ บ้านอาจลองใช้วิธีนี้เป็นวิธีเบื้องต้นในการไล่ตะขาบ และ แมลงอื่น ๆ ที่มักจะมากับช่วงหน้าฝน</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>5. น้ำส้มควันไม้</strong></span></p>
<p>นำเอาน้ำส้มควันไม้ มาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณรอบบ้าน รั้วบ้าน พื้นบ้าน ก็จะช่วยลดการเข้ามาของตะขาบ และสัตว์ร้ายได้ แต่การใช้งานจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้โดนตัว และควรใส่ถุงมือขณะฉีดพ่นทุกครั้ง เพราะอาจจะเกิดการแสบคันได้เนื่องจากมีความเป็นกรดสูง</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>6. ก้อนกำจัดตะขาบ</strong></span></p>
<p>นำเอาก้อนกำจัดตะขาบไปวางบริเวณสวนภายนอกบ้านที่มีความชื้น บริเวณพื้นดินกลางแจ้ง หรืออาจจะเลือกแขวนไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกลิ่น ช่วยให้ตะขาบไม่เข้ามาในบริเวณที่วางก้อนกำจัดตะขาบ</p>
<p>ส่วนการเลือกใช้งานก้อนป้องกัน และกำจัดตะขาบ ควรเลือกที่มีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ เป็นกลิ่นสมุนไพร เพื่อป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดต่อสิ่งรอบข้าง โดยทั่วไปจะมีอายุในการใช้งาน 60 วัน</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>7. หมั่นทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ</strong></span></p>
<p>หมั่นทำความสะอาดทั้งภายใน และภายนอกบ้านเป็นประจำ เพราะความสกปรกนอกจากจะนำพาสัตว์ร้ายอย่างตะขาบ งู แมลงหน้าฝน ให้เข้ามาภายในตัวบ้านได้แล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในครอบครัวอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/how-to-get-rid-of-centipedes/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับ กำจัดคราบเชื้อราในห้องน้ำ</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/clean-the-bathroom/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/clean-the-bathroom/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2022 04:24:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1104939</guid>

					<description><![CDATA[เคล็ดลับ กำจัดคราบเชื้อราในห้องน้ำ หากพูดถึงเรื่องเชื้อราในห้องน้ำ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า เชื้อราคือคราบดำที่เกาะตามร่องกระเบื้อง หากไม่รีบกำจัดออก และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ราพวกนี้จะกระจายตัว และยากต่อการกำจัดออก แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ภายในบ้านของเรามาใช้ เพื่อขจัดคราบราดำในห้องน้ำที่ไม่น่ามองออกไป 1. น้ำส้มสายชู การใช้น้ำส้มสายชู ซึ่งหากเป็นห้องน้ำที่มีคราบไม่หนักมาก ก็ให้นำไปผสมกับน้ำในอัตราส่วน 2 : 1 แต่หากมีคราบและเชื้อราสะสมอยู่ค่อนข้างเยอะ ก็ให้ใช้แค่น้ำส้มสายชูเปล่า ๆ เทราดลงไป แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก็ให้เริ่มขัดพื้นห้องน้ำได้เลย แต่อย่าทิ้งไว้นาน เพราะพื้นผิวอาจถูกกัดกร่อนจากน้ำส้มสายชูได้ 2. สูตรเบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู สำหรับเทคนิคการทำความสะอาดที่ได้ผลมาก ๆ คือ การใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูในการ กำจัดเชื้อราในห้องน้ำ โดยเริ่มแรกคือ ให้โรยเบกกิ้งโซดาลงบนร่องกระเบื้องที่มีคราบดำจากเชื้อรา แล้วให้นำน้ำส้มสายชูมาฉีดพ่นใส่ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที หลังจากนั้นก็ให้นำแปรงมาขัดทำความสะอาดตามซอกซอนต่าง ๆ และล้างพื้นให้เรียบร้อย 3. สูตรน้ำมะนาว อีกหนึ่งไอเท็มติดครัวอย่างมะนาว ก็สามารถนำมาทำความสะอาดและกำจัด เชื้อราในห้องน้ำ ได้อย่างอยู่หมัดไม่แพ้กัน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เคล็ดลับ กำจัดคราบเชื้อราในห้องน้ำ</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1104940" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/เชื่้อราห้องน้ำ-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>หากพูดถึงเรื่องเชื้อราในห้องน้ำ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า<strong> <span style="color: #800080">เชื้อราคือคราบดำที่เกาะตามร่องกระเบื้อง หากไม่รีบกำจัดออก และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ราพวกนี้จะกระจายตัว และยากต่อการกำจัดออก</span></strong> แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ภายในบ้านของเรามาใช้ เพื่อขจัดคราบราดำในห้องน้ำที่ไม่น่ามองออกไป</p>





<p><span style="color: #0000ff"><strong>1. น้ำส้มสายชู</strong></span></p>
<p>การใช้น้ำส้มสายชู ซึ่งหากเป็นห้องน้ำที่มีคราบไม่หนักมาก ก็ให้นำไปผสมกับน้ำในอัตราส่วน 2 : 1 แต่หากมีคราบและเชื้อราสะสมอยู่ค่อนข้างเยอะ ก็ให้ใช้แค่น้ำส้มสายชูเปล่า ๆ เทราดลงไป แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก็ให้เริ่มขัดพื้นห้องน้ำได้เลย แต่อย่าทิ้งไว้นาน เพราะพื้นผิวอาจถูกกัดกร่อนจากน้ำส้มสายชูได้</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>2. สูตรเบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู</strong></span></p>
<p>สำหรับเทคนิคการทำความสะอาดที่ได้ผลมาก ๆ คือ การใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูในการ กำจัดเชื้อราในห้องน้ำ โดยเริ่มแรกคือ ให้โรยเบกกิ้งโซดาลงบนร่องกระเบื้องที่มีคราบดำจากเชื้อรา แล้วให้นำน้ำส้มสายชูมาฉีดพ่นใส่ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที หลังจากนั้นก็ให้นำแปรงมาขัดทำความสะอาดตามซอกซอนต่าง ๆ และล้างพื้นให้เรียบร้อย</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>3. สูตรน้ำมะนาว</strong></span></p>
<p>อีกหนึ่งไอเท็มติดครัวอย่างมะนาว ก็สามารถนำมาทำความสะอาดและกำจัด เชื้อราในห้องน้ำ ได้อย่างอยู่หมัดไม่แพ้กัน โดยให้นำมาผสมกับส่วนผสมต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>• น้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง<br />
• น้ำเปล่าประมาณ 7 ถ้วงตวง<br />
• เบกกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยตวง<br />
• น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง</p>
<p>หลังจากที่ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำแปรงมาจุ่มแล้วเอาไปขัดลงบนคราบในห้องน้ำ โดยเฉพาะแนวที่สะสมคราบดำเอาไว้ เมื่อขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทิ้งไว้สักระยะค่อยล้างน้ำออกก็เป็นอันเสร็จสิ้น</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>4. ผงซักฟอก และน้ำยาซักผ้า</strong></span></p>
<p>ให้นำผงซักฟอก 1/4 ถ้วยตวง ไปผสมเบกกิ้งโซดา 3/2 ถ้วยตวง แล้วให้นำไปป้ายตามแนวและร่องต่าง ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ค่อยเริ่มขัดทำความสะอาด แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้อีก 5-10 นาที ก่อนนำผ้ามาเช็ดคราบสกปรก เพียงเท่านี้ ราในห้องน้ำ ที่มีก็จะหายไปทันที</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>5. แอลกอฮอล์</strong></span></p>
<p>ในยุคโควิดแบบนี้ หลาย ๆ บ้าน ก็คงมีแอลกอฮอล์อยู่ไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้น ลองเอาแอลกอฮอล์มาทำความสะอาดและ กำจัดเชื้อราในห้องน้ำ ด้วยก็ได้ โดยการฉีดพ่นไปตามคราบดำแล้วทิ้งไว้สักระยะ หลังจากนั้นก็ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับคราบที่ฝังลึกมาก ๆ สักเท่าไหร่ เพราะจะเหมาะกับบริเวณเล็ก ๆ เสียมากกว่า</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>6. น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์</strong></span></p>
<p>ใช้น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ที่สามารถกำจัดเชื้อราและคราบสกปรกต่าง ๆ ซึ่งน้ำยาทำความสะอาดก็มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรร ทั้งแบบน้ำและแบบสเปรย์ฉีด โดยราคาก็อยู่ที่ประมาณหลักร้อยต้น ๆ เท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/clean-the-bathroom/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮาวทู..กำจัดปลวกในบ้านให้อยู่หมัด</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/eliminate-termites/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/eliminate-termites/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2022 03:02:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1104198</guid>

					<description><![CDATA[ฮาวทู..กำจัดปลวกในบ้านให้อยู่หมัด หลายบ้านที่กำลังเจอปัญหา &#8221;ปลวกขึ้นบ้าน&#8221; หรือกำลังหาวิธีป้องกันไม่ให้ต้องพบเจอกับกองทัพปลวกกินบ้าน วันนี้เราได้นำวิธีกำจัดปลวกมาให้เหล่าพ่อบ้าน แม่บ้าน ได้นำไปใช้กัน สัญญาณที่บอกว่า ปลวกขึ้นบ้าน 1. มีทางเดินของปลวก ทางเดินของปลวกจะมีลักษณะเป็นเส้นสีดำเป็นทางยาว คล้ายดินร่วน ๆ มักจะขึ้นตามกำแพง ขอบเฟอร์นิเจอร์ที่วัสดุเป็นไม้ หากพบ ต้องรีบหายาฆ่าปลวกมาฉีดกำจัดทันที 2. เคาะไม้แล้วได้ยินเสียงกลวง ให้เราไล่เคาะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไม้ภายในบ้าน ทั้งขอบประตู ขอบหน้าต่าง ขอบบัว พื้น บันได เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หากเคาะแล้วเนื้อไม้ของเรามีเสียงกลวง ๆ ก็เดาไว้ก่อนได้เลยว่า ปลวกกินบ้าน เป็นที่เรียบร้อย 3. ประตู หน้าต่าง เปิด-ปิด ยากขึ้น ประตู หน้าต่าง ปิดยากขึ้น ให้ลองสำรวจดูว่ามีทางเดินปลวก หรือสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับประตู หรือหน้าต่างของเราบ้างไหม จะได้แก้อย่างถูกจุด 4. พบปีกของแมลงเม่า หากพบว่ามีเศษปีกแมลงเม่าตกอยู่ในบริเวณบ้าน ให้คิดไว้เลยไว้มีปลวกแน่นอน เพราะแมลงเม่าเป็นปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ ที่เมื่อผสมพันธุ์เสร็จก็จะสลัดปีกของมันออก แล้วเดินเข้าไปทำรังในดินที่มีความชื้น ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้ามและปล่อยไว้ได้เลย 5. พบมูลปลวก [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ฮาวทู..กำจัดปลวกในบ้านให้อยู่หมัด</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone  wp-image-1104199" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/pluak-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>หลายบ้านที่กำลังเจอปัญหา<span style="color: #ff0000"><strong> &#8221;ปลวกขึ้นบ้าน&#8221;</strong></span> หรือกำลังหาวิธีป้องกันไม่ให้ต้องพบเจอกับกองทัพปลวกกินบ้าน วันนี้เราได้นำวิธีกำจัดปลวกมาให้เหล่าพ่อบ้าน แม่บ้าน ได้นำไปใช้กัน</p>





<p><span style="color: #ff0000"><strong>สัญญาณที่บอกว่า ปลวกขึ้นบ้าน</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #3366ff">1. มีทางเดินของปลวก</span></strong></p>
<p>ทางเดินของปลวกจะมีลักษณะเป็นเส้นสีดำเป็นทางยาว คล้ายดินร่วน ๆ มักจะขึ้นตามกำแพง ขอบเฟอร์นิเจอร์ที่วัสดุเป็นไม้ หากพบ ต้องรีบหายาฆ่าปลวกมาฉีดกำจัดทันที</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>2. เคาะไม้แล้วได้ยินเสียงกลวง</strong></span></p>
<p>ให้เราไล่เคาะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไม้ภายในบ้าน ทั้งขอบประตู ขอบหน้าต่าง ขอบบัว พื้น บันได เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หากเคาะแล้วเนื้อไม้ของเรามีเสียงกลวง ๆ ก็เดาไว้ก่อนได้เลยว่า ปลวกกินบ้าน เป็นที่เรียบร้อย</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>3. ประตู หน้าต่าง เปิด-ปิด ยากขึ้น</strong></span></p>
<p>ประตู หน้าต่าง ปิดยากขึ้น ให้ลองสำรวจดูว่ามีทางเดินปลวก หรือสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับประตู หรือหน้าต่างของเราบ้างไหม จะได้แก้อย่างถูกจุด</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>4. พบปีกของแมลงเม่า</strong></span></p>
<p>หากพบว่ามีเศษปีกแมลงเม่าตกอยู่ในบริเวณบ้าน ให้คิดไว้เลยไว้มีปลวกแน่นอน เพราะแมลงเม่าเป็นปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ ที่เมื่อผสมพันธุ์เสร็จก็จะสลัดปีกของมันออก แล้วเดินเข้าไปทำรังในดินที่มีความชื้น ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้ามและปล่อยไว้ได้เลย</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>5. พบมูลปลวก</strong></span></p>
<p>ปลวกไม้แห้ง เจ้าปลวกประเภทนี้หลังจากกินไม้แล้วจะทิ้งมูลสีน้ำตาลไว้บริเวณใต้ไม้ที่พวกมันกัดกิน หากพบต้องรีบจัดการในทันที</p>
<hr />
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/istockphoto-1362474457-612x612-1.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-1104200" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/istockphoto-1362474457-612x612-1.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/istockphoto-1362474457-612x612-1.jpg 612w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/istockphoto-1362474457-612x612-1-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p><span style="color: #339966"><strong>วิธีกำจัด และ ป้องกัน ปลวกกินบ้าน</strong></span></p>
<p><span style="color: #3366ff"><strong>1. ไส้เดือนฝอย VS ปลวก</strong></span></p>
<p>ปล่อยให้ไส้เดือนฝอยทำหน้าที่ไปปะทะกับปลวก เพราะไส้เดือนฝอยจะทำการจับปลวกกินเป็นอาหาร บางทีการมีไส้เดือนฝอยอยู่ในดินรอบสวนที่บ้านก็อาจจะเป็นการ ไล่ปลวก ที่ได้ผลไปอีกแบบ</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>2. ปิดรอยรั่ว รอยร้าวในบ้าน</strong></span></p>
<p>การมีรอยรั่ว รอยร้าวที่เชื่อมต่อจากนอกบ้าน ถึงภายในตัวบ้าน ก็ไม่ต่างจากเป็นทางเดิน หรือเป็นประตูที่เปิดให้ปลวก และแมลงต่าง ๆ เดินเข้าบ้านได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของบ้านอย่างเรากันเลย ถ้าพบเจอรอยต่าง ๆ อย่าลืมทำการหายาแนว หรือปูนมาฉาบปิดรอยพวกนี้ให้สนิทด้วยนะ</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>3. เก็บกวาด กิ่งไม้ ใบไม้แห้งรอบบ้าน</strong></span></p>
<p>อย่าปล่อยให้มีเศษกิ่งไม้แห้ง ตอไม้แห้ง หรือใบไม้แห้งสะสมเป็นกองอยู่ในบริเวณรอบบ้าน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้ปลวกแล้ว ยังเสี่ยงต่อการที่ปลวกจะมาทำรังกันบริเวณนั้นด้วยเช่นกัน</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>4. ระวังเรื่องไม้เลื้อย และรากไม้</strong></span></p>
<p>การปลูกต้นไม้ประเภทไม้เลื้อยที่พาดติดกับตัวบ้าน หรือต้นไม้ใหญ่ที่รากเลื้อยฝังลึกลงดิน อาจเป็นทางที่ทำให้ปลวกจะใช้เป็นทางเดินเข้าบ้าน หรือมาอาศัยอยู่ได้ แต่หากที่บ้านต้องมีไม้เลื้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ อาจจะต้องใช้วิธีพ่น ยาฆ่าปลวก ในบริเวณเหล่านี้ให้บ่อยขึ้นเพื่อป้องกันให้ได้มากที่สุด</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>5. ปลวก กับ ความชื้น</strong></span></p>
<p>ปลวกชอบความชื้น ดังนั้นพยายามทำให้อุณหภูมิภายในบ้านมีความชื้นให้น้อยเข้าไว้ นอกจากจะช่วย ไล่ปลวก ได้แล้ว ยังเป็นผลดีต่อร่างกายผู้อยู่อาศัยอีกด้วย</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>6. ใช้ไม้กันปลวก/น้ำยาเคลือบกันปลวก</strong></span></p>
<p>ปัจจุบันนี้มีวัสดุไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นไม้กันปลวกให้เราได้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย และไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ไว้ภายนอกบ้าน เช่น ในสวนหลังบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน รวมถึงการใช้น้ำยาเคลือบกันปลวกทาลงบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ บันได ขอบไม้ต่าง ๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ปลวกจะมากัดกินหรือทำรังได้เช่นกัน</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>7. จ้างทีมงานกำจัดปลวก</strong></span></p>
<p>หากใครทำมาจนครบแล้ว มาถึงข้อนี้หากทำร่วมด้วยก็จะยิ่งช่วยเซฟบ้านของเรา ไล่ปลวก ให้หายเกลี้ยงแบบสิ้นซาก โดยหลาย ๆ บ้านก็มักจะจ้างบริษัทกำจัดปลวกมาฉีดน้ำยา 6 เดือนครั้ง หรือปีละ 1 ครั้ง ตามกำหนด</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/eliminate-termites/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประตู บวม เอียง ฝืด เปิด-ปิด ยาก แก้ยังไงดี ?</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/fix-the-door/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/fix-the-door/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2022 02:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1103851</guid>

					<description><![CDATA[ประตู บวม เอียง ฝืด เปิด-ปิด ยาก แก้ยังไงดี ? ประตูบวม เอียง หรือ เปิด-ปิด ยากนัั้น เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของบ้านได้ไม่น้อย จึงต้องทำการแก้ไขให้เปิด-ปิดได้ ไม่ติดขัด วันนี้เราจะพาไปดูวิธีแก้ปัญหาประตู ให้กลับมาเปิดได้เหมือนเดิมกัน 1. ประตูบวม โก่ง เกิดจากการถูกความชื้นหรือน้ำเป็นเวลานาน แม้แต่ในวันฝนตกอากาศชื่นก็เป็นได้ เมื่อปล่อยทิ้งไว้สัก 1-2 วันก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่หากฝนตกทุกวันละทำไง วิธีแก้ไขง่าย ๆ หากเป็นน้อย ๆ ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบสุด ขัดเนื้อไม้เฉพาะบริเวณที่บวมเกินออกไป และหากเป็นเยอะกว่านั้นใช้ลูกหมูขัดเนื้อไม้ให้เสมอกันจะเร็วกว่า แนะนำให้ค่อย ๆ ทำไปทีละจุด 2. ประตูเอียง ประตูเอียงเกิดจากหลายสาเหตุ สังเกตุแรกดูว่าบานพับยังปกติ น๊อตยังติดแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ หรือเก่าแล้วสนิมขึ้นก็เปลี่ยนใหม่ ถ้าไม่ใช่ก็อาจเป็นที่วงกบประตูไม่ได้มาตราฐาน อาจจะต้องเรียกช่างมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ 3. ประตูบานตก มีหลายสาเหตุอีกเช่นกัน ที่พบบ่อยเกิดจากการเปลี่ยนประตูบานใหม่ ที่มีน้ำหนักมากกว่าของเดิม และใช้ตะปูเกลียวขนาดไม่เหมาะสม วิธีแก้ง่ายมากให้เพิ่มจำนวนบานพับประตูเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักส่วนเกิน และใช้ตะปูเกลียวยาวกว่าปกติขันให้แน่น ๆ เท่านี้ก็จบ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประตู บวม เอียง ฝืด เปิด-ปิด ยาก แก้ยังไงดี ?</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1103853" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door.jpg" alt="" width="798" height="399" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/door-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 798px) 100vw, 798px" /></a></p>
<p><span style="color: #993300">ประตูบวม เอียง หรือ เปิด-ปิด ยากนัั้น เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของบ้านได้ไม่น้อย จึงต้องทำการแก้ไขให้เปิด-ปิดได้ ไม่ติดขัด วันนี้เราจะพาไปดูวิธีแก้ปัญหาประตู ให้กลับมาเปิดได้เหมือนเดิมกัน</span></p>





<p><span style="color: #3366ff"><strong>1. ประตูบวม โก่ง</strong></span></p>
<p>เกิดจากการถูกความชื้นหรือน้ำเป็นเวลานาน แม้แต่ในวันฝนตกอากาศชื่นก็เป็นได้ เมื่อปล่อยทิ้งไว้สัก 1-2 วันก็จะกลับมาเป็นปกติ แต่หากฝนตกทุกวันละทำไง วิธีแก้ไขง่าย ๆ หากเป็นน้อย ๆ ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบสุด ขัดเนื้อไม้เฉพาะบริเวณที่บวมเกินออกไป และหากเป็นเยอะกว่านั้นใช้ลูกหมูขัดเนื้อไม้ให้เสมอกันจะเร็วกว่า แนะนำให้ค่อย ๆ ทำไปทีละจุด</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>2. ประตูเอียง</strong></span></p>
<p>ประตูเอียงเกิดจากหลายสาเหตุ สังเกตุแรกดูว่าบานพับยังปกติ น๊อตยังติดแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ หรือเก่าแล้วสนิมขึ้นก็เปลี่ยนใหม่ ถ้าไม่ใช่ก็อาจเป็นที่วงกบประตูไม่ได้มาตราฐาน อาจจะต้องเรียกช่างมาช่วยแก้ไขปัญหานี้</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>3. ประตูบานตก</strong></span></p>
<p>มีหลายสาเหตุอีกเช่นกัน ที่พบบ่อยเกิดจากการเปลี่ยนประตูบานใหม่ ที่มีน้ำหนักมากกว่าของเดิม และใช้ตะปูเกลียวขนาดไม่เหมาะสม วิธีแก้ง่ายมากให้เพิ่มจำนวนบานพับประตูเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักส่วนเกิน และใช้ตะปูเกลียวยาวกว่าปกติขันให้แน่น ๆ เท่านี้ก็จบ แต่หากเกิดจากวงกบประตูไม่แข็งแรงผิดประเภท บิดเบี้ยวใช้บริการพี่ช่างดีกว่า</p>
<hr />
<p><span style="color: #3366ff"><strong>4. ประตูเปิด-ปิดยาก</strong></span></p>
<p>ซึ่งอาจเกิดจากลูกบิดประตู หรือบานพับฝืดเพียงใช้น้ำมันล่อลื่นหยอดใส่ลูกบิด หรือบานพับ จะทำให้เปิด-ปิดง่ายขึ้น และลดเสียงที่เกิดจากการเสียดสีกันได้ด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตามก่อนจะติดหรือเปลี่ยนประตูทุกครั้ง ควรเลือกใช้ประตูให้ถูกประเภท และตรงตามการใช้งาน รวมทั้งการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่าง ๆ ได้เป็น</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/fix-the-door/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมจาก..ก๊อกอ่างล้างจาน</title>
		<link>https://www.homenayoo.com/leaky-faucet/</link>
					<comments>https://www.homenayoo.com/leaky-faucet/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[U]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Aug 2022 02:03:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Read Me!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.homenayoo.com/?p=1103467</guid>

					<description><![CDATA[วิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมจาก..ก๊อกอ่างล้างจาน ปัญหาก๊อกน้ำรั่วซึมเป็นปัญหาที่พบบ่อยในทุก ๆ บ้าน ปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข ปัญหาที่ตามมาคือบิลค่าน้ำที่จะพุ่งสูง วันนี้เรามีวิธีการซ่อมก๊อกน้ำเบื้องต้นมาฝากพ่อบ้านแม่บ้านกัน ลองเช็คด้วยตัวเองก่อนเรียกช่างมาซ่อม ก็ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย 1. ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้น้ำรั่วซึม ลำดับแรกของการแก้ปัญหา เมื่อพบว่ามีน้ำรั่วซึมจาก หัวก๊อกอ่างล้างจาน ก็คือ การตรวจสอบร่องรอยการรั่วซึมของก๊อกว่าอยู่บริเวณไหน โดยวิธีการสังเกต ให้ดูตรงบริเวณรอยหยดหรือรอยน้ำที่เกิดขึ้น ว่าใช่บริเวณรอยข้อต่อของก๊อกน้ำหรือไม่ หากพบว่าใช่ ให้ทำการปิดวาล์วน้ำให้เรียบร้อย โดยให้ปิดเฉพาะวาล์วที่จ่ายน้ำมายังก๊อกที่มีน้ำหยดเท่านั้น 2. หมุนก๊อกออกจากกัน เมื่อปิดวาล์วและเช็กบริเวณรอยรั่วซึมเรียบร้อยแล้ว ให้นำเศษผ้ามาหุ้มบริเวณหัวก๊อก หลังจากนั้นให้นำประแจ คีม หรือสกรู เอามาไขเพื่อคลายหัวก๊อก โดยให้หมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา หรืออีกกรณีสามารถไขตัวก๊อกได้เลยโดยไม่ต้องใช้เศษผ้าหุ้มก็ได้ 3. สังเกตรอยกัดกร่อนและคราบหินปูน เมื่อไข ก๊อกซิงค์อ่างล้างจาน เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถยกก้านจับออกมาได้เลย ในส่วนของตัวครอบนั้นไม่ได้มีผลกับการไหลของน้ำ แต่หากสังเกตแล้วจะเห็นว่า ภายในมีคราบสกปรกอยู่มากมาย อาจทำให้น้ำไหลช้าได้ ซึ่งคุณสามารถล้างทำความสะอาดได้ทันที ส่วนบริเวณสายน้ำดี เมื่อถอดออกมาแล้วให้นำไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย หลังจากนั้นให้ใช้ไขควงแคะหินปูนออกให้หมด แคะหินปูนออกแล้วสังเกตว่าไม่มีร่องรอยกัดกร่อน หรือข้างในยังมีพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน ก็สามารถใช้ก๊อกน้ำต่อได้เลย แต่หากมีรอยกัดกร่อนชัดเจน แสดงว่าอาจจะต้องเปลี่ยนก๊อกน้ำใหม่แทน 4. ทำการเช็กหัววาล์ว ว่าปกติดีหรือไม่ หลังจากที่ทำความสะอาดส่วนต่าง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมจาก..ก๊อกอ่างล้างจาน</strong></p>
<p><a href="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-1103468" src="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink.jpg" alt="" width="800" height="400" srcset="https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink.jpg 1200w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink-300x150.jpg 300w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink-1024x512.jpg 1024w, https://www.homenayoo.com/wp-content/uploads/2022/08/sink-768x384.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>ปัญหาก๊อกน้ำรั่วซึมเป็นปัญหาที่พบบ่อยในทุก ๆ บ้าน ปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข ปัญหาที่ตามมาคือบิลค่าน้ำที่จะพุ่งสูง <span style="color: #ff0000"><strong>วันนี้เรามีวิธีการซ่อมก๊อกน้ำเบื้องต้นมาฝากพ่อบ้านแม่บ้านกัน ลองเช็คด้วยตัวเองก่อนเรียกช่างมาซ่อม ก็ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย</strong></span></p>





<p><span style="color: #0000ff"><strong>1. ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้น้ำรั่วซึม</strong></span></p>
<p>ลำดับแรกของการแก้ปัญหา เมื่อพบว่ามีน้ำรั่วซึมจาก หัวก๊อกอ่างล้างจาน ก็คือ การตรวจสอบร่องรอยการรั่วซึมของก๊อกว่าอยู่บริเวณไหน โดยวิธีการสังเกต ให้ดูตรงบริเวณรอยหยดหรือรอยน้ำที่เกิดขึ้น ว่าใช่บริเวณรอยข้อต่อของก๊อกน้ำหรือไม่ หากพบว่าใช่ ให้ทำการปิดวาล์วน้ำให้เรียบร้อย โดยให้ปิดเฉพาะวาล์วที่จ่ายน้ำมายังก๊อกที่มีน้ำหยดเท่านั้น</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>2. หมุนก๊อกออกจากกัน</strong></span></p>
<p>เมื่อปิดวาล์วและเช็กบริเวณรอยรั่วซึมเรียบร้อยแล้ว ให้นำเศษผ้ามาหุ้มบริเวณหัวก๊อก หลังจากนั้นให้นำประแจ คีม หรือสกรู เอามาไขเพื่อคลายหัวก๊อก โดยให้หมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา หรืออีกกรณีสามารถไขตัวก๊อกได้เลยโดยไม่ต้องใช้เศษผ้าหุ้มก็ได้</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>3. สังเกตรอยกัดกร่อนและคราบหินปูน</strong></span></p>
<p>เมื่อไข ก๊อกซิงค์อ่างล้างจาน เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถยกก้านจับออกมาได้เลย ในส่วนของตัวครอบนั้นไม่ได้มีผลกับการไหลของน้ำ แต่หากสังเกตแล้วจะเห็นว่า ภายในมีคราบสกปรกอยู่มากมาย อาจทำให้น้ำไหลช้าได้ ซึ่งคุณสามารถล้างทำความสะอาดได้ทันที</p>
<p>ส่วนบริเวณสายน้ำดี เมื่อถอดออกมาแล้วให้นำไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย หลังจากนั้นให้ใช้ไขควงแคะหินปูนออกให้หมด แคะหินปูนออกแล้วสังเกตว่าไม่มีร่องรอยกัดกร่อน หรือข้างในยังมีพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน ก็สามารถใช้ก๊อกน้ำต่อได้เลย แต่หากมีรอยกัดกร่อนชัดเจน แสดงว่าอาจจะต้องเปลี่ยนก๊อกน้ำใหม่แทน</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>4. ทำการเช็กหัววาล์ว ว่าปกติดีหรือไม่</strong></span></p>
<p>หลังจากที่ทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของ ก๊อกซิงค์อ่างล้างจาน เรียบร้อยแล้ว ให้มาตรวจเช็กดูว่าตัววาล์วหมุน เปิด-ปิด ก๊อก เสื่อมสภาพหรือมีเศษอะไรติดอยู่หรือไม่ หากไม่มีแสดงว่าปัญหาของน้ำรั่วซึมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความบกพร่องของตัวเปิด-ปิด น้ำ สามารถใส่กลับเข้าไปตามเดิมได้เลย โดยให้ใช้ประแจเลื่อนไขกลับในทิศตามเข็มนาฬิกา เพื่อทำให้ก๊อกแน่นหนา โดยอย่าลืมใส่โอริง หรือ O-Ring (ยางวงสีดำ หรือขาว) กลับเข้าไปด้วย</p>
<p>เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ลอง เปิด-ปิด น้ำดู ว่ายังมีปัญหาน้ำรั่วซึมอีกหรือไม่ หากไม่มีแสดงว่าทุกอย่างปกติดี ซึ่งสาเหตุที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะว่าเวลาใช้งานอาจจะทำให้ตัววาล์วขยับเขยื้อน หรือคลายออกจากเดิม โดยในส่วนนี้</p>
<p>นอกจากจะลองเปิด-ปิด เพื่อตรวจเช็กการรั่วซึม หรือน้ำรั่วแล้ว ควรทดลองบิดปลายท่อก๊อกด้วย ถ้าไม่มีน้ำซึมออกมา แสดงว่าเรียบร้อยดี แต่หากยังขยับอยู่ ไม่แน่นพอ ให้ทำการขันก๊อกน้ำใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำซึมอีก</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>5. วิธีแก้หากพบว่ามีรอยกัดกร่อน หรือยางรั่วซึมเสื่อมสภาพ</strong></span></p>
<p>ให้ทำการเปลี่ยนยางวงที่เสื่อมสภาพออก แล้วใส่ยางวงที่มีขนาดเท่าของเดิม หรือหนามากกว่าเข้าไปแทน แต่หากยางที่ใส่มีความหนาเกินไป ให้เอากระดาษทรายมาขัดให้ยางบางลง เมื่อประกอบเสร็จแล้ว ให้ใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ กลับเข้าไปตามเดิม แล้วตรวจเช็กว่ายังมีปัญหาการรั่วซึมอีกหรือไม่</p>
<p>นอกจากนี้ หากบริเวณจุดเชื่อมต่อของสายน้ำดีมีปัญหา ในขั้นตอนของการถอดสายน้ำดีออก ให้ทำการพันเกลียวใหม่ด้วยเทปพันเกลียว หลังจากนั้นให้ประกอบส่วนต่าง ๆ กลับเข้าไป ถ้ามีซีลยางอย่าลืมใส่กลับเข้าไปตามเดิมด้วยเช่นกัน</p>
<hr />
<p><span style="color: #0000ff"><strong>6. เปลี่ยน ก๊อกซิงค์อ่างล้างจาน ใหม่</strong></span></p>
<p>หากในขั้นตอนของการถอดส่วนประกอบต่าง ๆ ออกมาแล้วพบว่า มีร่องรอยการผุกร่อนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คราบหินปูน หรือซีลยางไม่สนิท จนทำให้น้ำไหลซึมโดยไม่ผ่านวาล์วเปิด-ปิด น้ำ ที่เป็นเซรามิก แสดงว่าต้องทำการเปลี่ยนก๊อกซิงค์ใหม่แทนเท่านั้น เพราะถึงแม้จะแก้ไขไปตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ท้ายที่สุดน้ำก็ยังคงรั่วซึมเช่นเดิม</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.homenayoo.com/leaky-faucet/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
