หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » ไม่เคยคิดขวางเรื่องรถไฟ! “ดวงฤทธิ์” โพสต์ขอรัฐทำงานรอบคอบ-อย่าชุ่ย ยันไม่เคยเกลียดจีน
โพสโดย : pure | วันที่ : 19 June 2017
หมวดหมู่ : ข่าวประชาสัมพันธ์

ไม่เคยคิดขวางเรื่องรถไฟ! “ดวงฤทธิ์” โพสต์ขอรัฐทำงานรอบคอบ-อย่าชุ่ย ยันไม่เคยเกลียดจีน

00

สืบเนื่องกรณีการใช้มาตรา 44 เรื่องการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ซึ่งเปิดช่องทางให้จีนเข้ามาดำเนินโครงการนั้น นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กหลายครั้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เวลาประมาณ 09.30 น. นายดวงฤทธิ์ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่าตนไม่เคยคิดขวางการสร้างรถไฟ แต่ขอให้ภาครัฐทำงานรอบคอบ อย่ามักง่าย ยืนยันไม่เคยเกลียดประเทศจีน อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าว คนไทยควรได้มีส่วนร่วม เนื้อหามีดังต่อไปนี้

อยากจะกราบเรียนท่านนายกฯที่เคารพว่า ไม่เคยคิดจะขวางเรื่องรถไฟความเร็วสูงปานกลางของท่านเลยนะครับ

แต่จะทำทั้งที ก็ต้องให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ท่านจะลงทุนกันทั้งทีใช้เงินหลายแสนล้านบาท ครม.ก็อย่าทำงานกันแบบข้าราชการชุ่ย ต้องคิดกันให้รอบคอบจากประสบการณ์

รถไฟเส้นนี้และทุกเส้น ต้องเป็น “เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ครับ การขนส่งจากต้นทางไปปลายทาง ต้องคิดเลยว่าจะขน “ใคร” และ “อะไร” บ้างที่จะทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้น

การยกที่ดินสองข้างทางรถไฟให้ทางจีนไปพัฒนา เป็นการตกลงที่ขาดสำนึกเรื่องเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง แทนที่คนไทยจะทำมาหากินจากเส้นทางเศรษฐกิจนี้ได้ กลับต้องยกดินแดนให้ต่างชาติไปทำมาหากิน

มันเรื่องอะไร เสียเงินให้เขาทำรถไฟ แล้วยังมาเสียดินแดนให้เขาไปอีก เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง

เงินที่ลงทุนทำรถไฟ ก็ไม่ควรมาจากประเทศไทยอย่างเดียว ควรจะเป็นการร่วมลงทุนกัน และไม่ใช่การให้สิทธิผูกขาดในการดำเนินการของบริษัทจีนยาวนานถึง 30 ปี เงินที่ประเทศเราลงไป ไม่มีทางได้คืนมาเลยใน 30 ปีนั้น

ผมไม่ได้เกลียดอะไรประเทศจีนเลยนะครับ ผมว่าประเทศเขายอดเยี่ยมมาก มีเงินเยอะ และโครงการแบบนี้สมควรที่เขาจะช่วยเอาเงินมาลงกับเราบ้าง เพิ่อแบ่งเบาภาระของประเทศเล็กๆ ที่ยากจนอย่างเราบ้าง

การดำเนินการออกแบบและก่อสร้าง จริงอยู่ที่เราทำระบบรถไฟไม่เก่ง แต่เรื่องอาคารและโครงสร้างที่รองรับระบบ ผมเชื่อว่าสถาปนิกวิศวกรไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก ควรจะให้งานออกแบบก่อสร้างแยกเป็นสองส่วน

ส่วนไหนเราทำไม่เป็นก็ให้เขาทำไป ส่วนไหนเราทำได้ ก็ใช้กรอบ Local Collaboration ที่สภาสถาปนิกมีอยู่แล้วกับ ASEAN เข้ามาประยุกต์ใช้ก็ได้ ก็สามารถจะทำงานร่วมกับสถาปนิกจีนได้โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)

ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่จีนใช้พัฒนาประเทศเขาเช่นกัน สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องมาสอบอะไร

หรือจะให้สถาปนิกจีน เข้ามาเปิดบริษัทสถาปนิกในไทยเลยก็ได้ พรบ.สถาปนิก เปิดช่องให้สถาปนิกจากทุกชาติเข้ามาทำงานในไทยได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องสอบอะไรเลย แค่เข้ามาเปิดบริษัทในไทย ร่วมงานกับคนไทย

ซึ่งถ้าเขาจะมาบริหารระบบรถไฟฟ้านี้ไปอีก 30 ปี วิธีนี้ก็น่าจะเหมาะสมดึ ถ้าไม่อยากเข้ามาขอรับใบอนุญาตแบบ “ภาคีสถาปนิกพิเศษ” แบบที่ผมเคยบอกไป และคนไทยเองก็ได้การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ว่านี้ไปพร้อมกัน เราจะได้ออกแบบทำกันได้เองซักวันนึง

จะลงทุนจ่ายค่าแบบเขาเป็นหมื่นล้าน ก็น่าจะทำให้มันได้ประโยชน์กลับมาที่คนไทยบ้างนะครับ

ท่านนายกฯ อย่าอนุญาตให้ ครม.ของท่านทำงานโดยมักง่ายกับประเทศนี้ โดยใช้อำนาจในฐานะหัวหน้า คสช.ของท่านสั่งการ โดยการฉีกกฎหมาย ข้อตกลงต่างๆ ที่มีการเจรจาเพื่อผลประโยชน์คนไทยทั้งประเทศมายาวนานหลายปี

เพราะคนที่อยู่รอบตัวของท่านโง่ ชุ่ย และขี้เกียจ อีกต่อไปเลยนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นท่านนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบการกระทำทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น

ด้วยความเคารพ # สวัสดีประเทศไทย

14977556231497755752l

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : ประชาชาติธุรกิจ / รายการปักหมุด Tape 30

กด LIKE ติดตามข่าวสาร คอนโดและบ้าน ด้านล่างเลยจร้า ^__^

แสดงความคิดเห็น