หน้าหลัก » Advertorial EP Pruksa พฤกษา » รีไฟแนนซ์…วิธีลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
โพสโดย : pure | วันที่ : 4 December 2017
หมวดหมู่ : Advertorial, EP, Pruksa พฤกษา

รีไฟแนนซ์…วิธีลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1

เวลาพูดถึงเรื่องกู้เงินซื้อบ้านหรือสร้างบ้าน อีก 2 คำที่เรามักจะนึกถึงตามมาก็คือ “ดอกเบี้ย” และ “ระยะเวลาในการผ่อน” ที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิน 10 ปีขึ้นไป ทำไมในหลายกรณีพอคำนวณยอดเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด คิดไปคิดมาแล้ว ยอดรวมของดอกเบี้ยสูงกว่าเงินต้นเสียอีก

ในช่วง 3 ปีแรกที่เริ่มผ่อน อาจจะยังไม่รู้สึกถึงเรื่องนี้กันเท่าไร เพราะส่วนใหญ่แล้ว อัตราดอกเบี้ยของ 3 ปีแรกจะค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยปีอื่นๆ ที่เหลือในระยะสัญญา

แต่เมื่อพ้น 3 ปีไปนี่สิ อัตราดอกเบี้ยที่กู้อยู่ดีดตัวขึ้นจากเดิมเกือบ 2 เท่าถ้าใครกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หรือแม้แต่เตรียมตัวที่จะซื้อบ้าน เราอยากแนะนำให้ทำความรู้จักกับคำว่า ‘รีไฟแนนซ์’ เพราะประโยชน์ของมันแบบที่สรุปได้ง่ายๆ ก็คือ ช่วยลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านได้

รีไฟแนนซ์คืออะไร

ถ้าอธิบายแบบที่เข้าใจง่ายที่สุด รีไฟแนนซ์ก็คือ การโอนยอดหนี้และหลักประกันจากอีกธนาคาร เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้ที่เรามีอยู่กับธนาคารเดิม โดยสิ่งที่เราจะได้รับก็คืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ลดลงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ปัจจุบัน ผลที่เกิดจากขั้นตอนนี้ก็คือ ทำให้เราผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลง หรือไม่ก็ผ่อนเงินต่อเดือนเท่าเดิม แต่ผ่อนหมดเร็วขึ้นนั่นเอง

แต่จะลดดอกเบี้ยได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ตรงนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละธนาคารที่เราติดต่อด้วย ซึ่งเวลาหาข้อมูลเรื่องพวกนี้ก็จะใกล้ๆ เคียงกับตอนที่หาข้อมูลเรื่องสินเชื่อบ้าน เพราะต้องนำข้อมูลมาเทียบกัน เพื่อเลือกรีไฟแนนซ์กับธนาคารที่เรามอง

อย่างไรก็ตาม การเทียบตัวเลขอัตราดอกเบี้ยไม่ควรดูแค่ช่วงปีแรก เพราะธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำในปีแรก อาจคิดดอกเบี้ยสูงขึ้นมากในปีต่อมาได้ เพราะฉะนั้นเวลาเทียบตัวเลขควรมองในระยะยาว อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากโปรโมชั่นของบางแห่งจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่นานถึง 5 ปี ไม่ใช่แค่ช่วง 1-3 ปีเท่านั้น

2

เมื่อไรถึงจะถึงเวลารีไฟแนนซ์

ตามปกติแล้ว ธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อบ้านว่า ต้องให้ครบ 3 ปีก่อนถึงจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 3 ปีก่อน ถึงจะเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าการรีไฟแนนซ์มีประโยชน์อย่างไร ก็สามารถหาข้อมูลไว้ล่วงหน้าและขอคำปรึกษาจากธนาคารได้เลย การเตรียมตัวไว้ก่อน รวมถึงการเตรียมเอกสารให้พร้อม จะช่วยให้เราสามารถยื่นเรื่องได้ทันทีที่ครบ 3 ปี

 รีไฟแนนซ์ไม่ฟรีแต่มีประโยชน์

ในการรีไฟแนนซ์ทุกกรณี จะต้องมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าประกันอัคคีภัยที่ต้องจ่ายให้ธนาคารใหม่ ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง และค่าอากรที่ต้องจ่ายให้กับกรมที่ดิน และหากการรีไฟแนนซ์ของคุณเป็นการไถ่ถอนก่อนกำหนด 3 ปี ก็จะต้องมีค่าปรับที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารเดิมเพิ่มขึ้นมา

3

ซึ่งถ้าการรีไฟแนนซ์ของคุณนั้นเป็นการไถ่ถอนก่อนกำหนด ก็ให้ลองบวกลบคูณหารดอกเบี้ยปัจจุบันกับเงินต้น แล้วเทียบกับดอกเบี้ยใหม่ที่จะได้จากการรีไฟแนนซ์ดูก่อนว่าเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน แล้วถึงค่อยพิจารณาความเหมาะสมว่าคุ้มค่าหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจใดๆ เราแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน แล้วเทียบกับยอดดอกเบี้ยที่จะลดลงหากรีไฟแนนซ์ได้ โดยในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลกับธนาคารและคำนวณดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่อยู่ในระยะ 3-5 ปีของสัญญาส่วนเรื่องโปรโมชั่นต่างๆ ของแต่ละธนาคารก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจและให้เวลากับมันด้วยเช่นกัน

เพราะโปรโมชั่นของแต่ละแห่งแตกต่างกัน บางแห่งอาจจะดูเหมือนดอกเบี้ยสูงกว่าเล็กน้อย แต่ยกเว้นค่าจดจำนองให้ ซึ่งปกติแล้วจะต้องเสียเงินตรงส่วนนี้ คิดเป็น 2% ของราคาประเมิน การหาข้อมูลเหล่านี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่า ธนาคารที่เราจะขอรีไฟแนนซ์นั้นเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเรา

4

เรื่องรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด และเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ ทั้งยังมีตัวเลือกให้เลือกตัดสินใจหลายธนาคาร เอาเป็นว่าลองใช้เวลาในการทำความเข้าใจและหาข้อมูลสักหน่อย เพื่อแลกกับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงไปได้ แค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว

5

สรุปขั้นตอนการรีไฟแนนซ์และเอกสารที่ต้องใช้

หลังจากเข้าใจกันแล้วรีไฟแนนซ์คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร เราขอสรุปขั้นตอนมาให้แบบชัดเจนจะได้เป็นไกด์ไลน์ในการเตรียมตัวสำหรับคนที่สนใจ

– สรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิมก่อน แล้วค่อยนำรายการยอดหนี้นั้นไปยื่นรอรีไฟแนนซ์

– นัดหมายให้เจ้าหน้าที่ธนาคารมาประเมินบ้าน

– ถ้าสินเชื่อของเราได้รับการอนุมัติ ถึงค่อยนำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม

– ทำสัญญากับสินเชื่อใหม่

-ทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินเขตที่บ้านของเราตั้งอยู่ พร้อมเจ้าหน้าที่จากธนาคารทั้งสองแห่ง

-มอบโฉนดที่ดินให้กับธนาคารที่เป็นเจ้าของสินเชื่อใหม่

ส่วนในเรื่องของเอกสาร อาจจะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในแต่ละธนาคาร แต่เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ยืนพื้นเลยก็ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, บัญชีธนาคารย้อนหลัง, สลิปเงินเดือน, สำเนาใบเสร็จรับเงินการผ่อนชำระค่าบ้าน ย้อนหลังเป็นเวลา 6 เดือน, สัญญาซื้อขาย, โฉนด และภาพถ่ายแสดงกรรมสิทธิ์

หลักประกันเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด และเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ ทั้งยังมีตัวเลือกให้เลือกตัดสินใจหลายธนาคาร เอาเป็นว่าลองใช้เวลาในการทำความเข้าใจและหาข้อมูลสักหน่อย เพื่อแลกกับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงไปได้ แค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พฤกษา เรียลเอสเตท

กด LIKE ติดตามข่าวสาร คอนโดและบ้าน ด้านล่างเลยจร้า ^__^

 

แสดงความคิดเห็น